เมื่อวันที่ 7 ก.ย. 2565 เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุมชั้น 2 องค์การบริหารส่วนตำบลลาดใหญ่ อำเภอเมืองสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสงคราม นางชยาณี มัจฉาเดช พัฒนาการจังหวัดสมุทรสงคราม ในฐานะตัวแทนผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม ได้ร่วมจัดทำบันทึกข้อตกลง (MOU) ว่าด้วยการประสานความร่วมมือในการขับเคลื่อนภารกิจของคู่หู คู่คิด มิตรแก้จน ระดับตำบล จังหวัดสมุทรสงคราม ร่วมกับ พระอธิการรังสรรค์ปภสฺสโส เจ้าอาวาสวัดน้อยแสงจันทร์ พร้อมด้วย นายกองค์การบริหารส่วนตำบลลาดใหญ่ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านตะวันจาก หัวหน้าทีมปฏิบัติการตำบลลาดใหญ่ ประธานบริษัทประชารัฐ รักสามัคคีสมุทรสงคราม (วิสาหกิจเพื่อสังคม) สื่อมวลชน ประธานเครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติ และโคก หนอง นาโมเดล จังหวัดสมุทรสงคราม โดยมี นายอรรถพันธุ์ สงวนเสริมศรี นายอำเภอเมืองสมุทรสงคราม ข้าราชการ และประชาชนในพื้นที่ ร่วมให้เกียรติเป็นพยานในการลงนามดังกล่าว
สำหรับสาระสำคัญของการจัดทำบันทึกข้อตกลง (MOU) ว่าด้วยการประสานความร่วมมือในการขับเคลื่อนภารกิจของคู่หู คู่คิด มิตรแก้จน ระดับตำบล จังหวัดสมุทรสงคราม นั้น ประกอบด้วย (1) ร่วมมือกันบูรณาการงาน พร้อมร่วมเป็นพลังเครือข่ายที่สำคัญในการแก้ไขปัญหาความยากจนครัวเรือนเป้าหมายตกเกณฑ์ ณ ตำบลลาดใหญ่ อำเภอเมืองสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสงคราม โดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพสูงสุด (2) ส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมการลดรายจ่าย สร้างรายได้ ให้ครัวเรือนเป้าหมาย (3) ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตครัวเรือนเป้าหมายให้พึ่งตนเองได้ (4) เสริมสร้างความสุข ความอบอุ่นใจให้กับครัวเรือนเป้าหมาย (5) สื่อสารประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจในการดำเนินงานทุกรูปแบบ และ (6) เพื่อการสร้างคุณภาพทางจิตใจให้ครัวเรือนเป้าหมายอยู่ในสังคมได้มีความสุขออย่างยั่งยืนตลอดไป
ทั้งนี้ การจัดทำบันทึกข้อตกลง (MOU) ฉบับดังกล่าว ถือเป็นโครงการต่อเนื่องจาก สมุทรสงครามโมเดล “แก้จน คนแม่กลอง” อย่างยั่งยืน ซึ่งนายขจร ศรีชวโนทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม ได้ให้เน้นย้ำและให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนภารกิจ เพื่อขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ตามนโยบายสำคัญของรัฐบาล ซึ่งได้มีการจัดตั้งศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (ศจพ.) เพื่อเป็นกลไกเชิงนโยบายในการแก้ไขปัญหาความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำ และพัฒนาคนทุกช่วงวัย โดยใช้ระบบ TPMAP (Thailand People Map and Analytics Platform) ในการระบุกลุ่มเป้าหมายเพื่อแก้ไขความยากจนใน 5 มิติ ประกอบด้วย ด้านการศึกษา ด้านสาธารณสุข ด้านความเป็นอยู่ ด้านรายได้ และด้านการเข้าถึงบริการของภาครัฐ เพื่อระบุเป้าหมายวิกฤต และทำแผนการแก้ไขปัญหารายครัวเรือน ผ่านการใช้ระบบ TPMAP อันจะช่วยระบุและให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนแก่กลุ่มเป้าหมายวิกฤตทั่วประเทศมากกว่า 90% ในทุกมิติของความยากจน ให้สามารถอยู่รอดและดำรงชีพอยู่ได้ภายในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 พร้อมกันนี้ยังได้น้อมนำเอาหลักการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เรื่อง “บวร” บ้าน วัด ราชการ โดยดึง 7 ภาคีเครือข่าย ประกอบด้วย ภาคราชการ วิชาการ ผู้นำศาสนา ภาคเอกชน ภาคประชาชน ภาคประชาสังคม และภาคสื่อสารมวลชน เข้ามาร่วมขับเคลื่อนภารกิจ ภายใต้แนวคิดที่ว่า การแก้ไขปัญหาความยากจนในขั้น “พอเพียง” และ “ยั่งยืน” นั้น จะต้องมีแนวทางกลยุทธ์ที่แตกต่างจากการแก้ไขปัญหาในขั้น “อยู่รอด” โดยจำเป็นจะต้องเสริมสร้างสภาพแวดล้อมในบริบทของชุมชนทั้งองคาพยพที่เกื้อกูลต่อการบูรณาการแก้ไขปัญหาความยากจนในระดับบุคคล/ครัวเรือน นั่นเอง
กองสารนิเทศ สป.
ครั้งที่ 334/2565 วันที่ 7 กันยายน 2565
