เมื่อวันที่ 26 ต.ค. 65 ว่าที่ร้อยตรี ณรงค์ โรจนโสทร ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา เปิดเผยถึง กิจกรรมการบริหารจัดการขยะของจังหวัดพะเยาที่อำเภอแม่ใจ โดยนายพีรัช จันธิมา นายอำเภอแม่ใจ พร้อมด้วยปลัดอำเภอ พัฒนาการอำเภอ และพัฒนากร ได้ลงพื้นที้ส่งเสริมให้ทุกครัวเรือน ดำเนินการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง พร้อมทั้งจัดทำถังขยะเปียกลดโลกร้อน ตามโครงการฟื้นฟู พัฒนา รักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
ว่าที่ร้อยตรี ณรงค์ โรจนโสทร ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา กล่าวว่า การจัดกิจกรรมคัดแยกขยะต้นทาง เป็นการส่งเสริม สนับสนุนให้ทุกครัวเรือนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยการจัดทำถังขยะเปียกลดโลกร้อน ซึ่งจะช่วยลดขยะเปียกหรือขยะอินทรีย์และแปรสภาพเป็นปุ๋ยอินทรีย์ ทำให้คืนความอุดมสมบูรณ์กลับสู่พื้นดิน เสริมสร้างเเร่ธาตุและช่วยปรับปรุงคุณภาพของดิน ซึ่งการจัดกิจกรรมของอำเภอแม่ใจเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ดี ที่สามารถขยายผลไปยังผู้นำชุมชน ผู้นำท้องที่ และผู้นำท้องถิ่น ได้นำไปถ่ายทอดต่อไปยังคนในชุมชน และชุมชนข้างเคียง โดยจังหวัดพะเยาได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการรักษาสิ่งแวดล้อม จึงได้จัดกิจกรรม โดยเริ่มจาก “ผู้นำต้องทำก่อน” ตามนโยบายของปลัดกระทรวงมหาดไทย
ว่าที่ร้อยตรี ณรงค์ โรจนโสทร ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา กล่าวต่อว่า กิจกรรมที่จัดขึ้นนี้ ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และภาคีเครือข่ายในพื้นที่อำเภอแม่ใจ พร้อมได้รับกระเเสตอบรับที่ดีว่าสามารถทำให้ดินมีความเป็นอินทรีย์วัตถุ สูงเหมาะเเก่การปลูกผักสวนครัว ตามแนวทางพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี “บ้านนี้มีรักปลูกผักกินเอง” เเละตามแนวทางการบริหารจัดการขยะชุมชน โดยมีการประชุมชี้แจงแนวทางการบริหารจัดการขยะในชุมชนและลงพื้นที่ส่งเสริมการคัดแยกขยะในชุมชน การจัดทำจุดสาธิตการจัดการขยะเปียกลดโลกร้อนเพื่อเป็นแนวทางในการจัดการขยะภายในครัวเรือน การจัดทำท่อซีเมนต์เพื่อทิ้งขยะเปียกตามโครงการพระราชดำริสุขาภิบาลจัดการขยะอินทรีย์ การส่งเสริม สนับสนุน สร้างนวัตกรรมจากขยะ ด้วยการเเลกเปลี่ยนเรียนรู้ ซึ่งจะนำไปขยายผล โดย กลไก 3 5 7 (3 ระดับ ได้แก่ ระดับชุมชนหมู่บ้าน ระดับจังหวัด และระดับประเทศ 5 กลไก ได้แก่ กลไกประสานงานภาคีเครือข่าย กลไกบูรณาการแผนงานและยุทธศาสตร์ กลไกติดตามหนุนเสริมและประเมินผล กลไกการจัดการความรู้ และกลไกสื่อสารสังคมเชิงรุก และ 7 ภาคีเครือข่าย ได้แก่ ภาครัฐ ภาคศาสนา ภาควิชาการ ภาคประชาชน ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาคสื่อสารมวลชน และ พลัง “บวร บรม ครม” คือการทำงานร่วมกันระหว่าง บ้าน/ชุมชน ศาสนสถาน วัด มัสยิด โบสถ์คริสต์ และราชการ หรือโรงเรียน ผ่านพลังชุมชนแม่ใจ เพื่อพัฒนาคนให้คนไปสร้างแม่ใจที่เข้มแข็งและเติบโตอย่างยั่งยืนในทุกมิติ
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 465/2565 วันที่ 26 ต.ค. 65
