เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2566 นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงมหาดไทยได้ดำเนินการขับเคลื่อนแนวทางการแก้ไขปัญหายาเสพติดตามนโยบายรัฐบาล ด้วยการ “ประกาศสงครามกับยาเสพติด” และมุ่งมั่นบูรณาการร่วมกับภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ขับเคลื่อนทั้งมาตรการป้องกัน ปราบปราม บำบัดรักษา และฟื้นฟูสภาพทางสังคม ซึ่งทุกพื้นที่ทั่วประเทศได้ดำเนินการอย่างเข้มข้น โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันปฏิบัติการเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ “สังคมไทยที่ปลอดภัยจากยาเสพติด” โดยในพื้นที่ชั้นใน บริเวณถนนสายรอง เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน สมาชิกกองกำลังอาสารักษาดินแดน (อส.) และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) วางกำลังตั้งจุดตรวจจุดสกัดเพื่อเฝ้าระวังการกระทำความผิดทุกรูปแบบ รวมทั้งป้องกันการลักลอบขนส่งลำเลียงยาเสพติดเข้ามากระจายยังกลุ่มผู้ค้า ผู้เสพในพื้นที่ชุมชน/หมู่บ้าน ซึ่งปัจจัยความสำเร็จอยู่ที่ความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนและภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน โดยในวันนี้มีตัวอย่างผลการจับกุมคดีเกี่ยวกับยาเสพติดในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ทั้งรายใหญ่และรายย่อยที่น่าสนใจ ดังนี้
1. จังหวัดระนอง กองร้อยทหารราบที่ 2521 จับกุมตัวผู้ต้องหารายหนึ่ง ในพื้นที่ หมู่ที่ 5 ตำบลนาคา อำเภอสุขสำราญ พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 9,768 เม็ด อาวุธปืน 9 มม. จำนวน 1 กระบอก และเครื่องกระสุน 13 นัด ก่อนขยายผลจับกุมตัวผู้ต้องหาอีกรายหนึ่งในพื้นที่ หมู่ที่ 2 ตำบลปริก อำเภอทุ่งใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 12,131 เม็ด อาวุธปืนสั้น ชนิดลูกโม่ ขนาด .357 จำนวน 1 กระบอก และเครื่องกระสุน 38 นัด ซึ่งจากการขยายผลการจับกุม เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดยาบ้า รวมจำนวนทั้งสิ้น 21,899 เม็ด อาวุธปืนสั้น 2 กระบอก เเละเครื่องกระสุน 51 นัด และนำตัวผู้ต้องหาในเครือข่ายพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ. ในแต่ละพื้นที่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป และหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 25 กองกำลังเทพสตรี แถลงผลการจับกุมการกระทำผิดกฎหมายในปีงบประมาณ 2566 พื้นที่จังหวัดระนอง และอำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร ในห้วง 3 เดือน (1 ตุลาคม-31 ธันวาคม 2565 ) มีคดีด้านยาเสพติด จำนวน 162 คดี ผู้ต้องหา 202 คน พร้อมของกลางยาบ้ารวมทั้งสิ้น 87,372 เม็ด ยาไอซ์ 4 กิโลกรัม และยาบ้าชนิดผง 3.57 กรัม
2. จังหวัดนครศรีธรรมราช นายเอกชัย สุนทร นายอำเภอท่าศาลา พร้อมด้วย นายพศิน กาญจนะ ปลัดอำเภอ และเจ้าหน้าที่ อส. สนธิกำลังร่วมเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าศาลา นำโดย พ.ต.อ.โชคดี ศรีเมือง ผกก.สภ.ท่าศาลา, พ.ต.ท.ปิยะวัฒน์ สุพรรณพงศ์ รอง ผกก.สส. ตั้งจุดตรวจจุดสกัดป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ยาเสพติด สิ่งผิดกฎหมาย และพรบ.อาวุธปืน บนถนนบริเวณสี่แยกอู่ตะเภา หมู่ที่ 1 ตำบลโมคลาน อำเภอท่าศาลา ตามนโยบายของนายอภินันท์ เผือกผ่อง ผวจ.นครศรีธรรมราช โดยสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ 2 ราย พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 171 เม็ด ซึ่งผลการตรวจปัสสาวะพบว่าผู้ต้องหาทั้งสองมีสารเสพติด จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าศาลา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
3. จังหวัดอุทัยธานี นายจักรพันธุ์ รอดอ่อง ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 4 ตำบลห้วยคต อำเภอห้วยคต ได้รับแจ้งจากลูกบ้านว่า พบยาบ้าซุกซ่อนอยู่ในป่าหญ้าข้างถนนเส้นทางตำบลสุขฤทัย-ตำบลห้วยคต จึงไปตรวจสอบพบเป็นยาบ้าซุกอยู่ในป่าหญ้าริมถนน จึงรายงานให้ปลัดอาวุโสอำเภอห้วยคต พร้อมกำนันตำบลห้วยคต และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ห้วยคต ลงพื้นที่ตรวจสอบ พบยาบ้า จำนวน 150 เม็ด บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกสีเขียว จึงได้ยึดไว้เป็นของกลาง ก่อนขยายผลการจับกุมตัวผู้ต้องหาต่อไป
4. จังหวัดกระบี่ นายธวัช จงรักษ์ภูวนาถ ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคงอำเภอปลายพระยา พร้อมด้วย ร.ต.อ.ภาณุวัฒน์ รักษ์ทับเที่ยง รอง.สว.กก2 บก.ปส.4 และสมาชิก อส.อ.ปลายพระยา ได้ร่วมกันตั้งจุดตรวจจุดสกัด โดยสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ 2 ราย พร้อมของกลางยาบ้า จำนวนรวม 81 เม็ด จึงได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ปลายพระยา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ขณะที่ นายพรชัย สอนประสม ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคงอำเภอคลองท่อม พร้อมด้วยสมาชิก อส.อ.คลองท่อมที่ 3 บูรณาการร่วมกับ นายภูเมศ ไกรทอง ป้องกันจังหวัดกระบี่, นายอดิศร ช่อไม้ ผบ.ร้อย อส.จ.กระบี่ และสมาชิก อส.จ.กระบี่ ปฏิบัติการตามแผนป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดกระบี่ ในพื้นที่อำเภอคลองท่อม สามารถจับกุมตัวผู้ต้องหา 2 ราย พร้อมของกลางยาบ้า จำนวนรวม 48 เม็ด ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ทรายขาว เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป พร้อมกันนี้จัดทำประวัติผู้เสพที่สมัครใจจะรับการบำบัดรักษาจำนวน 7 ราย เพื่อรอรับการบำบัดรักษาในโอกาสต่อไป
5. จังหวัดศรีสะเกษ นายสำรวย เกษกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ สั่งการให้ชุดเฉพาะกิจ ศอ.ปส.จ.ศก. ออกปฏิบัติหน้าที่ จับกุมและขยายผลผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ตามนโยบาย “ยุทธการ 238 พิทักษ์นครลำดวน” ตามข้อร้องเรียนของประชาชนผ่านศูนย์ดำรงธรรม ในพื้นที่อำเภอพยุห์ และอำเภอวังหิน สามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ 3 ราย พร้อมของกลางยาบ้า จำนวนรวม 30 เม็ด นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.พยุห์ และ สภ.วังหิน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
6. จังหวัดอุบลราชธานี นายหมวดเอก อาทิตย์ ภูละคร ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานความมั่นคงอำเภอนาตาล นำกำลังสมาชิก อส.กองร้อย อส.อ.นาตาลที่ 23 ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.นาตาล ร่วมกันตรวจค้นยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมายตาม “แผนยุทธการจังหวัดอุบลราชธานีปลอดยาเสพติด” โดยสามารถจับกุุมตัวผู้ต้องหาได้ 3 ราย พร้อมของกลางยาบ้า จำนวนรวม 9 เม็ด และตรวจหาสารเสพติดในน้ำปัสสาวะพบผลเป็นบวก จึงได้แจ้งข้อกล่าวหา “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท1 (ยาบ้า) โดยไม่ได้รับอนุญาต และเสพยาเสพติดประเภท 1 (ยาบ้า) โดยไม่ได้รับอนุญาต” ก่อนนำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.นาตาล เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
7. จังหวัดสมุทรปราการ เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) บูรณาการเข้าตรวจค้นบ้านพักหลังหนึ่งในหมู่บ้าน ย่านกาญจนาภิเษก 39 จังหวัดสมุทรปราการ หลังสืบสวนขยายผลพบว่าเป็นผู้ค้ายาเสพติดส่งออก เบื้องต้นพบยาเสพติดเป็นเฮโรอีนประมาณ 30 กิโลกรัม เตรียมส่งออกไปฮ่องกง และพบผู้ต้องหาเป็นชายชาวจีนฮ่องกง 1 คน และชายชาวไทยอีก 1 คน อาศัยอยู่ในบ้าน ส่วนอีกเป้าหมายคือบ้านพักอีกแห่งที่ผู้ต้องหาชาวฮ่องกงคนดังกล่าวเช่าเอาไว้ซุกซ่อนยาเสพติดเช่นกัน ห่างจากจุดแรกประมาณ 15 กิโลเมตร ผลการตรวจค้นพบเฮโรอีน เกือบ 14 กิโลกรัม และไอซ์ 21 กรัม เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองราย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
8. จังหวัดเชียงใหม่ นายสมภพ หน่อแก้ว ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคงอำเภอแม่อาย นำสมาชิกกองร้อย อส.อ.แม่อาย ที่ 5 บูรณาการร่วมกับโรงพยาบาลแม่อาย สำนักงานสาธารณสุขอำเภอแม่อาย สถานีตำรวจภูธรแม่อาย กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดน 334 และ ศอ.ปส.ชน. ที่ 7/8 ปฏิบัติภารกิจคัดกรองผู้เสพ ผู้ติดยาเสพติด เพื่อนำตัวเข้าบำบัด เน้นการมีส่วนร่วมของชุมชน โดยการประชาคมหารายชื่อผู้เสพ/ผู้ติดยาเสพติด การติดตาม และการฟื้นฟูสภาพสังคม ณ บ้านปงพัฒนา หมู่ที่ 10 ตำบลบ้านหลวง โดยจากผลการปฏิบัติมีผู้เข้ารับการตรวจ จำนวน 26 ราย ผลตรวจปัสสาวะเป็นบวก 25 ราย จึงได้ทำการส่งตัวผู้เสพ ผู้ติดยาเสพติด ให้เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลแม่อาย เพื่อดำเนินการบำบัดต่อไป
“สำหรับมิติด้านการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสภาพทางสังคม กระทรวงมหาดไทยได้ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะถือเป็นปัจจัยหลักที่จะช่วยป้องกันไม่ให้ผู้เสพรายเดิมกลับเข้าสู่วงจรยาเสพติดอีกครั้ง รวมถึงเป็นการคืนคนดีกลับคืนสู่สังคม เพื่อให้คนกลุ่มนี้ร่วมเป็นกำลังสำคัญในพื้นที่ในการร่วมกันต่อต้านยาเสพติดให้หมดไปจากสังคมไทย ซึ่งได้เน้นย้ำให้ทุกพื้นที่เร่งกระตุ้นจิตสำนึก รณรงค์ประชาสัมพันธ์ถึงโทษภัยของยาเสพติด และสร้างขวัญกำลังใจ รวมถึงให้กำลังใจ แก่ผู้เข้ารับการบำบัดรักษาด้วย เพราะคุณสมบัติที่ดีต่อการเลิกยาเสพติดให้ได้อย่างเด็ดขาด นั่นก็คือ สัจจะ หรือความตั้งใจจริง ที่จะต้องใช้ความรักและความเข้าใจจากคนรอบข้างเป็นพลังหนุนเสริมความมุ่งมั่นตั้งใจ ทั้งนี้ หากผู้เข้ารับการบำบัดรักษาหรือผู้เสพให้ความร่วมมือแต่ไม่มีสัจจะแล้ว กระบวนการบำบัดรักษาก็เปล่าประโยชน์ ครั้นฝึกไปมากเท่าไหร่ก็กลับไปเสพยาเสพติดเหมือนเช่นเคย ดังนั้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำให้ผู้ป่วยยาเสพติดได้มองเห็นถึงโอกาสของชีวิต มองเห็นคุณค่าและความหมายของตนเองที่พึงมีต่อสังคมและประเทศชาติ ตลอดจนมองเห็นคนที่เขารัก มองเห็นครอบครัว มองเห็นญาติพี่น้อง ด้วยการทำให้ผู้ป่วยยาเสพติดตระหนักถึงการถือสัจจะ และมีความพร้อมที่จะได้รับการบำบัดรักษา อันส่งผลทำให้การบำบัดรักษาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ หากพี่น้องประชาชนพบเบาะแสยาเสพติด หรือต้องการส่งผู้ป่วยยาเสพติดเข้ารับการบำบัดรักษา สามารถแจ้งได้ที่ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอ หรือศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดทุกแห่งทั่วประเทศ หรือโทรสายด่วน 1567 เพื่อแจ้งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่เร่งดำเนินการตามความเหมาะสม“ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวทิ้งท้าย
กองสารนิเทศ สป.
ครั้งที่ 31/2566 วันที่ 10 ม.ค. 2566
