วันนี้ (29 ม.ค. 67) นายวันชัย จันทร์พร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เปิดเผยถึงการขยายผลยกระดับ “กล้วย” สู่ความยั่งยืน ให้แก่ครัวเรือนสมาชิก โคก หนอง นา ผู้ประกอบการ OTOP และกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ โดยมีตน พร้อมด้วยนางสงวน จันทร์พร ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดนครพนม สภาเกษตรกรจังหวัดนครพนม และเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดนครพนม ร่วมกันลงพื้นที่ประเมินศักยภาพและความเหมาะสม เก็บข้อมูลการปลูกกล้วยตานีของกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยแปลงปลูกกล้วยตานี เพื่อการสนับสนุนการใช้ประโยชน์ห่วงโซ่การปลูกกล้วยตานี “ตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง ปลายทาง” โดยมีประเด็นในการแลกเปลี่ยนและนำเสนอข้อมูลสนับสนุนการขับเคลื่อนตามแนวคิด ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ (ความต้องการซื้อ และความต้องการขาย) ณ แปลงปลูกกล้วยตานีในพื้นที่บ้านโพนก่อ ตำบลรามราช อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม
นายวันชัย จันทร์พร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มี 10 นโยบายเน้นหนัก เพื่อให้กระทรวงมหาดไทยเป็นกลไกหลักของการทำหน้าที่ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข ทำให้ประชาชนมีความอุดมสมบูรณ์พูนสุขโดยถ้วนหน้า” โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายเน้นหนักข้อที่ 1 “การส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตและการสร้างรายได้โดยการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” และข้อที่ 8 คือ “การส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก การผลิต การตลาด และการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชนและสินค้าภูมิปัญญาไทย” โดยอาศัยกลไกในระดับพื้นที่ของกระทรวงมหาดไทยทั้งในท้องที่และท้องถิ่น รวมไปถึงแนวทางการขับเคลื่อนงานของนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่เน้นย้ำให้คนมหาดไทยในทุกพื้นที่ได้ลุกขึ้นมาเป็นผู้นำในการเสริมสร้างสิ่งที่เรียกว่า “ความยั่งยืน” ตามที่ได้มีการประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันของผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ 76 จังหวัด 76 คำมั่นสัญญา เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ของสหประชาชาติ ซึ่งประเทศไทยมีผู้นำในทุกอณูของพื้นที่ 76 จังหวัดทั่วประเทศ ที่เป็นกลไกมหาดไทย และเป็นกลไกหลักที่สำคัญในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาในระดับพื้นที่ การสร้างความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรมกับภาคีเครือข่าย เกิดเป็นพลังในการขับเคลื่อนการพัฒนา และตอบโจทย์ตามความต้องการของพื้นที่ โดยมีเป้าหมายที่สำคัญ คือ ส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก ควบคู่กับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ทำให้ประชาชนมีความกินดีอยู่ดี มีความอุดมสมบูรณ์พูนสุข ยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ให้กับประชาชนในทุกพื้นที่ของประเทศอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน
“จึงเป็นที่มาซึ่งตนและคณะได้ร่วมลงพื้นที่ พร้อมทั้งได้มีการแลกเปลี่ยนและนำเสนอข้อมูลสนับสนุนการขับเคลื่อนตามแนวคิด ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ (ความต้องการซื้อ และความต้องการขาย) อาทิ 1) การปลูกกล้วยของเกษตรกรส่วนใหญ่ ควรเน้นพื้นที่ที่ใกล้แหล่งน้ำและมีแหล่งน้ำ เช่น สระน้ำ บ่อขุด ที่สามารถนำน้ำมารดต้นกล้วยได้อย่างเพียงพอ 2) ปริมาณการปลูกที่เกษตรกรสามารถดูแลรักษาได้ไม่เกิน 1 ไร่/ครัวเรือน เฉลี่ยไร่ละ 250 หน่อ เว้นแต่ผู้ที่มีความพร้อมจริง ๆ สามารถเพิ่มพื้นที่ได้เกิน 1 ไร่ โดยการรวมกลุ่มกันเพื่อทำแปลงใหญ่หรือรวมตัวเป็นวิสาหกิจชุมชน 3) การรีดใบตองกล้วย และเทคนิคการรีดใบตอง ที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญ ความชำนาญ รวมถึงปริมาณและมาตรฐานที่ต้องการของร้านกะละแม ร้านหมูยอ ร้านแหนม รวมถึงกิจการต่อเนื่องในการใช้ผลิตภัณฑ์จากกล้วยตานี 4) เพิ่มประสิทธิภาพการปลูกและมาตรฐานใบตองรีด และแนวทางการส่งเสริมการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เหมาะสม (เตารีดใบตอง เครื่องปั๊มใบตอง) และ 5) ช่องทางการจัดจำหน่ายเพื่อเชื่อมโยงเครือข่าย (กลุ่มผู้ปลูกกล้วยตานีใช้ใบ กลุ่มผู้รีดใบตอง กลุ่มร้านค้าจำหน่ายกะละแม) การแปรรูปเป็นบรรจุภัณฑ์ในธุรกิจหมูยอ ธุรกิจแหนม การห่อข้าวต้มมัด การทำพานบายศรี ขันหมากเบ็ง เศียรพญานาค เพื่อบูชาองค์พระธาตุพนม และพระธาตุสำคัญประจำวันเกิด ทั้ง 8 พระธาตุในจังหวัดนครพนม รวมถึงการทำพานบายศรีบูชาพญาศรีสัตตนาคราช ให้นักท่องเที่ยวที่มาเยือนจังหวัดนครพนมที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปีได้สักการะบูชา” นายวันชัยกล่าว
นายวันชัย จันทร์พร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม กล่าวต่ออีกว่า การร่วมลงพื้นที่ของตนและคณะในครั้งนี้ สืบเนื่องจากที่จังหวัดนครพนมได้มีการจัดประชุมเครือข่ายบูรณาการห่วงโซ่การผลิตกล้วย จาก “ใบตองกล้วยธรรมดา สู่มูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ” ในการสร้างรายได้ครัวเรือน โคก หนอง นา ผู้ประกอบการ OTOP และกลุ่มเกษตรกร เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนและนำเสนอข้อมูลสนับสนุนการขับเคลื่อนตามแนวคิดการตลาด โดยนำนวัตกรรมมาหนุนเสริม ก่อให้เกิดการเพิ่มรายได้ให้กับพี่น้องเกษตรกรในจังหวัดนครพนม ซึ่งมี ดร.คมศักดิ์ หารไชย อาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนครพนม เป็นผู้นำภาคีเครือข่ายภาควิชาการ ที่ได้ทำการนำเสนอฐานข้อมูลโคก หนอง นา โมเดล และพื้นที่การทำเกษตรอื่น ๆ เพื่อสร้างโอกาสการส่งเสริมการปลูกกล้วย โดยผลจากการประชุมในครั้งนั้น ทำให้จังหวัดนครพนมได้มีการบูรณาการส่วนราชการ และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน มาจัดทำแผนการขับเคลื่อนบูรณาการห่วงโซ่การผลิตกล้วย “จากใบตองกล้วยธรรมดา สู่มูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ” โดยนำร่องการปลูกกล้วยในหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ และครัวเรือนโคก หนอง นา รวมถึงกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ที่สนใจและมีความสมัครใจเข้าร่วมโครงการฯ
นายวันชัย จันทร์พร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการลงพื้นที่ของตนและภาคีเครือข่ายในครั้งนี้ นอกจาการหารือถึงการขับเคลื่อนเกี่ยวกับการยกระดับกล้วยในพื้นที่แล้ว ตนยังมีข้อสั่งการเพิ่มเติม ดังนี้ 1) จัดทำแผนการขับเคลื่อนบูรณาการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อก่อให้เกิดห่วงโซ่การผลิตกล้วย “จากใบตองกล้วยธรรมดา สู่มูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ” ตั้งแต่การปลูกกล้วย/การดูแลรักษา/โรคภัยต่าง ๆ และการจำหน่ายสู่กลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องที่ใช้ประโยชน์จากส่วนต่าง ๆ ของกล้วยตานี 2) พิจารณากลุ่มเป้าหมายนำร่องใน 2 ลักษณะ คือ ในครัวเรือนของหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบของกรมการพัฒนาชุมชน เชื่อมโยงหมู่บ้านต้นเงินของมหาวิทยาลัยนครพนมที่ได้ทำวิจัยไว้แล้ว และพิจารณาปลูกในพื้นที่โคก หนอง นา โมเดล ที่มีศักยภาพและความพร้อมในทุกพื้นที่ 3) จัดหาแหล่งงบประมาณมาสนับสนุนการดำเนินโครงการ เช่น งบพัฒนาจังหวัด การระดมทุนจากกองทุนชุมชน เช่น กองทุนหมู่บ้านฯ กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตฯ การจัดพิธีทอดผ้าป่า เป็นต้น รวมถึงองค์กรการกุศลของจังหวัด เช่น มูลนิธิศรีโครตบูร และส่วนราชการที่มีงบประมาณมาร่วมเป็นภาคีเครือข่าย และ 4) ให้สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดนครพนมร่วมกับสภาเกษตรจังหวัดนครพนม และหน่วยงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกันจัดทำแนวทาง/แผนงาน/โครงการ ให้พร้อมสำหรับเตรียมการขับเคลื่อนโครงการฯ
“ขอให้พวกเราชาวมหาดไทย ผู้นำท้องถิ่นท้องที่ของจังหวัดนครพนมและพื้นที่อื่น ๆ ได้ร่วมแรงร่วมใจกันในการเป็น “ราชสีห์ผู้บำบัดทุกข์ บำรุงสุขให้กับพี่น้องประชาชน” ด้วยการน้อมนำพระโอวาทขององค์ปฐมเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย คือ สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ที่ทรงประทานไว้ว่า “ทำงานจนร้องเท้าสึกก่อนกางเกงขาด” อันหมายความว่า ต้องหมั่นลงพื้นที่ไปเยี่ยมเยียน ไปสอบถาม ไปพูดคุย ไปติดตามถามไถ่ ไปใช้ชีวิตร่วมกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ไม่ใช่นั่งทำงานอยู่บนออฟฟิศเพียงอย่างเดียวจนกางเกงขาด เพราะงานของชาวมหาดไทยส่วนใหญ่ คือ การทำงานคลุกคลีตีโมงกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ลงไปค้นหาปัญหาในหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ ไม่ใช่นั่งทำงานบนสำนักงานเพื่อรอรับรายงานปัญหา และการลงพื้นที่นั้นก็ขอให้น้อมนำหลักทรงงานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาใช้ในการปฏิบัติงาน ด้วยการทำให้ทุกภาคส่วนได้ร่วมพูดคุยปรึกษาหารือ ร่วมคิด ร่วมทำ และร่วมรับประโยชน์ อย่างสม่ำเสมอ ต่อเนื่อง เพื่อทำให้จังหวัดนครพนมเป็นพื้นที่แห่งความยั่งยืน เกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ประสบผลสำเร็จเป็นรูปธรรม อันจะทำให้เกิดการส่งเสริมเศรษฐกิจภาพรวม ส่งผลให้พี่น้องประชาชนชาวนครพนมได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีความสุขอย่างยั่งยืน” นายวันชัย กล่าว
#WorldSoilDay #วันดินโลก #UN #FAO #GlobalSoilPartnership #MOI
#กระทรวงมหาดไทย #บำบัดทุกข์บำรุงสุข #SoilandWaterasourceoflife
#SustainableSoilandWaterforbetterlife #ดินดีน้ำดีชีวีมีสุขอย่างยั่งยืน #SDGsforAll #ChangeforGood
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 147/2567 วันที่ 29 ม.ค. 67
