วันนี้ (20 พ.ค. 67) นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เปิดเผยว่า เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 กระทรวงมหาดไทย ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มอบนโยบายในการประชุมติดตามการขับเคลื่อนงานตามนโยบายรัฐบาลและภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย รวมถึงนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้เน้นย้ำให้ทุกจังหวัดได้เชิญชวนภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนในพื้นที่จังหวัด ร่วมกันริเริ่มสร้างสรรค์กิจกรรมเพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลดังกล่าว เพื่อหลอมรวมพลังของพสกนิกรชาวไทย แสดงออกซึ่งความจงรักภักดี
“จังหวัดบุรีรัมย์ ได้ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดบุรีรัมย์ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดบุรีรัมย์ และภาคีเครือข่ายภาคเอกชน คือ บริษัท บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จำกัด จัดทำโครงการปลูกจิตสำนึกในความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ด้วยการสนับสนุนเสื้อสีเหลือง ซึ่งเป็นสีประจำวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมสกรีนข้อความ “ลูกของพ่อ” จำนวน 175,250 ตัว มอบให้แก่นักเรียนชั้น ป.1 – ม.3 ทุกโรงเรียนในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อหลอมรวมพลังการมีส่วนร่วมของนักเรียนในการแสดงออกซึ่งความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ซึ่งนักเรียนทุกโรงเรียนต่างพร้อมใจกันที่จะสวมใส่เสื้อสีเหลืองดังกล่าวในทุกวันจันทร์ ตลอดปี 2567” นายนฤชา กล่าวเน้นย้ำ
นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า พี่น้องประชาชนชาวบุรีรัมย์ ตลอดจนถึงภาคีเครือข่ายทั้ง 7 ภาคี อันประกอบด้วย ภาคราชการ ภาคผู้นำศาสนา ภาควิชาการ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ภาคประชาชน และภาคสื่อสารมวลชน ต่างมีความมุ่งมั่นในการหลอมรวมทุกดวงใจซึ่งเป็นหัวใจแห่งความจงรักภักดีที่มีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ อันเป็นหลักชัยของบ้านเมือง ทำให้ประเทศไทยธำรงอยู่ได้ถึงปัจจุบัน นับเนื่องแต่องค์ปฐมบรมราชวงศ์จักรี คือ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พระผู้สถาปนาเมืองบุรีรัมย์ และพระมหากษัตริย์ทุกรัชกาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระองค์ได้พระราชทานทฤษฎีใหม่ โครงการพระราชดำริ พระราชดำรัส และพระบรมราโชวาท เป็นที่ยึดเหนี่ยวน้อมนำมาปฏิบัติจนทำให้เราทุกคนได้มีความสุขในชีวิต อาทิ หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ที่ทำให้ทุกวันนี้ประชาชนคนไทยต่างมีความอยู่ดีกินดี
“และนับเป็นความโชคดีของคนไทยที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีความมุ่งมั่นทุ่มเทในการปฏิบัติบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ ด้วยพระราชปณิธาน “สืบสาน รักษา และต่อยอด” สะท้อนผ่านพระปฐมบรมราชโองการ “เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป” และพระราชดำรัส “ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมีความสุข แก้ไขในสิ่งผิด สืบสานในพระราชปณิธาน ภายใต้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” อันเป็นหลักชัยในการน้อมนำใส่เกล้าใส่กระหม่อมเป็นหลักในการปฏิบัติราชการเพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุขให้กับพี่น้องประชาชน ควบคู่กับการน้อมนำหลักการทรงงาน “ร่วมพูดคุย ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมรับประโยชน์” กับพี่น้องภาคีเครือข่ายตามหลักภูมิสังคม จึงทำให้ชาวจังหวัดบุรีรัมย์ ริเริ่มสร้างสรรค์กิจกรรมอันเนื่องมาจากพระองค์ท่าน โดยพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดบุรีรัมย์จะได้ร่วมกันขับเคลื่อนกิจกรรมเพื่อเฉลิมพระเกียรติตลอดทั้งปีมหามงคลนี้ด้วยความจงรักภักดี ด้วยความรักต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ สถาบันอันเป็นที่เทิดทูนยิ่งของพวกเราปวงชนชาวไทย อย่างพร้อมเพรียงกัน โดยยึดคติที่สำคัญว่า “ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมีความสุข” อย่างยั่งยืนสืบไป” นายนฤชา กล่าวในช่วงท้าย
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 910/2567 วันที่ 20 พ.ค. 2567
