เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. 67 นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยการดำเนินงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ทำการขับเคลื่อนงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีของนครศรีธรรมราชในปี 2567 จนประสบความสำเร็จ สามารถนำผู้ที่เป็นหนี้ค้างชำระเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยก่อนฟ้องเพื่อยุติหนี้ ได้เป็นอันดับที่ 2 ของประเทศ
นายขจรเกียรติฯ กล่าวว่า สำหรับการผ่านดำเนินงานของกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจังหวัดนครศรีธรรมราช ด้วยรูปแบบ “นครศรีฯ โมเดล” ในครั้งนี้ เริ่มต้นขึ้นจากการที่ผู้บริหารของกองทุน ได้ให้ความสำคัญของการแก้ไขปัญหายอดหนี้ที่ค้างชำระที่เพิ่มขึ้น มาร่วมกันระดมความคิดเพื่อถกหาทางแก้ไขปัญหาให้ครอบคลุมทุกระดับ พร้อมทั้งสนับสนุนและขับเคลื่อนงานนี้ไปด้วยกัน ด้วยการใช้กลไกที่มีประสิทธิภาพในเชิงพื้นที่มากที่สุด คือ ระดับอำเภอโดยท่านนายอำเภอ พัฒนาการอำเภอ พัฒนากร ดำเนินการช่วยเหลือกันอย่างเต็มที่
“ซึ่งกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจังหวัดนครศรีธรรมราช มีการอนุมัติโครงการเงินทุนหมุนเวียน ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2566 จำนวน 2,001 โครงการ จำนวนเงินทั้งสิ้น 318,631,400 บาท ขณะนี้เหลือโครงการ 778 โครงการ มียอดหนี้ค้างชำระอยู่ที่ร้อยละ 32.61 คิดเป็นเงิน 23,621,191.64 บาท เป็นอันดับที่ 75 ของประเทศ และในปี2567 มีเงินต้นรับชำระ จำนวนเงิน 12,551,274.81 บาท มีกลุ่มที่เข้าสู่มาตรการไกล่เกลี่ยก่อนฟ้อง จำนวน 392 โครงการ รวมเป็นเงิน 27,979,505.05 บาท คงเหลือหนี้ค้างชำระ 2,709,084.80 บาท คิดเป็นร้อยละ 3.74 เป็นอันดับที่ 2 ของประเทศ” นายขจรเกียรติฯ กล่าวเพิ่มเติม
นายขจรเกียรติฯ กล่าวต่อไปว่า สำหรับรูปแบบ “นครศรีฯ โมเดล” ที่ประสบความสำเร็จในวันนี้จนสามารถแก้ไขปัญหาได้เพราะมีแนวทางต้นแบบจาก อำเภอปากพนัง ซึ่งได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาหนี้ จำนวน 83 โครงการ และค้างชำระ 7 ล้านเศษ จึงได้ขับเคลื่อนการดำเนินงานในพื้นที่กับทีม ผอ.กลุ่มงาน พัฒนาการอำเภอ และนักวิชาการพัฒนาชุมชน จำนวน 5 ทีม เพื่อหาสาเหตุของปัญหาทั้งหมด จนสามารถสรุปได้เป็น 3 สาเหตุ คือ 1. สามี/ลูก/พ่อแม่ คนในครอบครัวไม่รับรู้ 2. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชนไม่รับรู้ 3.ไม่มีเงินออม จึงนำปัญหาที่ได้มาจากพื้นที่มาเสนอท่านนายอำเภอปากพนัง ให้เป็นที่ปรึกษาเพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหานี้ คือ การให้ตั้งทีมปฏิบัติการ จำนวน 7 ทีม นำทีมโดยปลัดอำเภอเป็นประธาน และมีพัฒนากรเป็นเลขานุการ แบ่งโครงการไปติดตามแก้ไขปัญหา ตรวจสอบสถานะ ทีมละ 10-11 โครงการ จนสามารถทำให้มียอดหนี้ค้างชำระลดลง เหลือเพียง 2 ล้านเศษ เกิดเป็น ต้นแบบ “ปากพนังโมเดล” ขึ้น แล้วมีการส่งต่อนำมาปรับใช้กับทั้ง อีก 22 อำเภอทั้งจังหวัด ด้วยเหตุนี้ กองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจังหวัดนครศรีธรรมราช จึงได้นำมาเป็นต้นแบบประยุกต์ใช้สู่ “นครศรีฯ โมเดล” และสามารถนำพาจังหวัดนครศรีธรรมราชแก้ไขปัญหาหนี้ของกองทุนได้ประสบความสำเร็จในที่สุด
นายขจรเกียรติ ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า กองทุนพัฒนาบทบาทสตรีมีบทบาทสำคัญในการเป็นแหล่งเงินทุนหมุนเวียนดอกเบี้ยต่ำ สร้างโอกาสให้สตรีเข้าถึงแหล่งเงินทุนสำหรับการลงทุนเพื่อพัฒนาอาชีพ สร้างงาน สร้างรายได้ หรือ เสริมสร้างความเข้มแข็งทางด้านเศรษฐกิจให้แก่สตรีและองค์กรของสตรี ส่งเสริมบทบาทและพัฒนาศักยภาพสตรี และเครือข่ายสตรี ในการเฝ้าระวังดูแลและแก้ไขปัญหาของสตรี การส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตของสตรี นำไปสู่การสร้างสวัสดิภาพ หรือ สวัสดิการเพื่อคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิของสตรีและผู้ด้อยโอกาสอื่น ๆ ในสังคม รวมถึงส่งเสริม สนับสนุนการจัดกิจกรรมในการพัฒนาบทบาทสตรี การสร้างภาวะผู้นำ การพัฒนาองค์ความรู้ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งทางด้านสังคมให้แก่สตรีและองค์กรของสตรี ซึ่งจะมีการพิจารณาจัดสรรเงินทุนหมุนเวียนให้แก่สตรีและองค์กรสตรี และเครือข่ายสตรีให้มีขีดความสามารถในการเป็นผู้นำและมีส่วนร่วมในการปกป้อง คุ้มครอง แก้ไขปัญหาสตรี พัฒนาคุณภาพชีวิตสตรีและผู้ด้อยโอกาสในชุมชน โดยจากการศึกษาปัจจัยหลัก ๆ ที่ทำให้เกิดปัญหาการไม่ชำระหนี้ของกลุ่มสมาชิก คือ การวางแผนการใช้จ่ายเงิน ภาระหนี้สินกับแหล่งเงินทุน หรือ สถาบันการเงินอื่น ๆ บทกำหนดโทษทางกฎหมาย และการรับรู้ข่าวสารมาตรการ หรือ นโยบายของกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี
นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวทิ้งท้ายว่า จังหวัดนครศรีธรรมราชได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการแก้ไขปัญหานี้ จึงได้สนับสนุนให้ทุกหน่วยงานและภาคีเครือข่ายช่วยกันระดมสรรพกำลังในการแก้ไขปัญหานี้ โดยท่านพัฒนาการจังหวัดนครศรีธรรมราชมีแนวทางในการป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดซ้ำ จึงได้นำปากพนังโมเดลมาปรับใช้จนเป็น Nakonsri Model ในปี พ.ศ. 2567 มีแนวทางการอนุมัติเงินทุนหมุนเวียน จำนวน 17 ล้านบาท ออกเป็น นโยบายให้กระจายโครงการให้ทุกอำเภอ คือ 1 พัฒนากร 1 โครงการ ให้มีผู้นำ สามี หรือ บุคคลในครอบครัว รับรอง และมีหลักฐานการออมเงินมาแสดง พร้อมนี้กำหนดให้อำเภอทำคลิปออกเป็น 3 คลิป 3 ตอน คือ คลิปตอนประกอบการพิจารณาโครงการแก่คณะอนุกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีระดับจังหวัด จังหวัดนครศรีธรรมราช คลิปตอนติดตามทำสัญญากับกลุ่มสตรีที่ได้รับการอนุมัติ โดยผอ.กลุ่มงาน พัฒนาการอำเภอ พัฒนากร และนักวิชาการพัฒนาชุมชนจังหวัดลงพื้นที่ถึงกลุ่ม และคลิปตอนติดตามการดำเนินกิจกรรมของกลุ่มสตรีเป็นคลิปสวัสดีตอนเช้า ทั้งนี้ ยังได้เพิ่มช่องทางไลน์ “ติดตามหนี้สตรีปี 67” เป็นการแจ้งเตือนก่อนการครบชำระอย่างน้อย 3 วัน (ก่อนวันที่ 5 ของเดือน) และติดตามผ่านระบบ Zoom meeting กับอำเภอที่ไม่สามารถทำตามวันเวลาที่กำหนดและติดตามความก้าวหน้าการนำเงินชำระของกลุ่มในแต่ละอำเภอโดยการควบคุมผ่าน Google Sheet เพื่อดูสถานะ อีกทั้งเพื่อทราบปัญหาและนำทีมลงไปติดตามก่อนเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำ จนถึงวันนี้ตั้งแต่การอนุมัติโครงการเมื่อวันที 5 กุมภาพันธ์ 2567 เป็นเวลา 4 เดือน จังหวัดนครศรีธรรมราช มีการชำระครบตามกำหนดเวลาทุกโครงการ จึงทำให้จังหวัดนครศรีธรรมราชสามารถบรรลุเป้าหมายการชำระหนี้ได้ครบถ้วน 100 % โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าแนวทางดังกล่าวจะสามารถใช้เป็นต้นแบบในการขยายผลการแก้ไขปัญหาในจังหวัดอื่น ๆ ได้ เพื่อนำไปสู่เป้าหมายการบำบัดทุกข์ บำรุงสุขพี่น้องประชาชนอย่างยั่งยืน
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 1051/2567 วันที่ 6 มิ.ย. 67
