เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. 67 นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่า ชุดปฏิบัติการพิเศษจังหวัดขอนแก่น ได้ออกจัดระเบียบสังคมเพื่อป้องกันเด็กและเยาวชนให้ห่างไกลจากยาเสพติดและอบายมุข โดยทำการบุกจับกุมร้านลักลอบจำหน่ายน้ำกระท่อมในพื้นที่เมืองขอนแก่น ซึ่งภายในร้านมีการ ลักลอบขายน้ำกระท่อมบรรจุขวด และ ครอบครองกัญชาโดยผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหา ยึดของกลาง และดำเนินคดีผู้กระทำผิดให้ถึงที่สุด
นายไกรสรฯ กล่าวว่า การออกปฏิบัติการในครั้งนี้ สืบเนื่องจากฝ่ายปกครองจังหวัดขอนแก่นได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน ว่ามีร้านลักลอบแอบขายสิ่งเสพติด และเป็นพื้นที่สำหรับ การมั่วสุมของกลุ่มวัยรุ่นเป็นประจำในเขตอำเภอเมืองจังหวัดขอนแก่น ตนจึงได้สั่งการให้ นายประจวบ รักแพทย์ ปลัดจังหวัดขอนแก่น และนายชินกร แก่นคง นายอำเภอเมืองขอนแก่น มอบหมายฝ่ายความมั่นคงอำเภอเมืองขอนแก่น บูรณาการร่วมกับ เจ้าหน้าที่ กลุ่มงานความมั่นคง ที่ทำการปกครองจังหวัดขอนแก่น สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่น และกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น ประสานกำลังร่วมกันเข้าตรวจสอบพื้นที่ที่ได้รับการร้องเรียนดังกล่าว
“ผลจากการปฏิบัติการของชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองจังหวัดขอนแก่น ได้ทำการบุกตรวจค้นและจับกุม พบ มีผู้กระทำผิด ลักลอบเปิดขายน้ำกระท่อมและกัญชา จำนวน 2 ร้าน “ร้านยิ้มกัญ KKC” อาคารเลขที่ 76 ม. 4 ถนนศรีจันทร์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น ตรวจสอบพบผู้จำหน่ายน้ำกระท่อม จำนวน 1 ราย ทราบชื่อว่า นายดุษฎี (สงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี โดยพบการจำหน่ายพืชกระท่อมบรรจุขวดโดยไม่มีใบอนุญาต และไม่มีการปิดป้ายเตือนมิให้เยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี เข้ามาซื้อน้ำกระท่อมบรรจุขวดไปบริโภค จึงได้ยึดของกลาง เป็นน้ำกระท่อมบรรจุขวด (ขนาด 1 ลิตร) จำนวน 86 ขวด ช่อดอกกัญชา จำนวน 14 ขวดโหล ฯลฯ ซึ่งแจ้งข้อกล่าวหาร้านค้าในเบื้องต้น 3 ฐานความผิด คือ 1) จำหน่ายน้ำกระท่อมบรรจุขวดโดยผู้ผลิตนั้นไม่มีใบอนุญาต ตามกฎหมายว่าด้วยอาหาร และ 2) เป็นผู้ขายใบกระท่อม หรืออาหารตามกฎหมายว่าด้วยอาหารที่มีใบกระท่อมเป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบ โดยไม่ปิดประกาศ หรือแจ้ง ณ สถานที่ขาย ให้ทราบถึงข้อห้ามแก่บุคคล ตามกฎหมายว่าด้วยพืชกระท่อม และ 3) มีช่อดอกกัญชาอันเป็นสมุนไพรควบคุมไว้ในครอบครอง เพื่อจำหน่าย หรือแปรรูป โดยไม่ได้รับอนุญาต ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย และประกาศที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ชุดปฏิบัติการพิเศษฯ ยังได้จับกุม “ร้านท่อมมั้ยจ๊ะ” อาคารเลขที่ 86/605 บ้านโนนทัน ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น โดยตรวจสอบพบผู้จำหน่ายน้ำกระท่อม จำนวน 1 ราย ทราบชื่อว่า นายภูวิศ (สงวนนามสกุล) โดยพบการจำหน่ายพืชกระท่อมบรรจุขวดโดยไม่มีใบอนุญาติ ไม่มีการปิดป้ายเตือนมิให้เยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี เข้ามาซื้อน้ำกระท่อมบรรจุขวดไปบริโภค และพบยาแก้ไอชนิดน้ำจำนวนมาก จึงได้ยึดของกลาง เป็นน้ำกระท่อมบรรจุขวด (ขนาด 1 ลิตร) จำนวน 56 ขวด ยาแก้ไอยี่ห้อ Datissin ชนิดน้ำ จำนวน 50 ขวด ยาแก้ไอยี่ห้อ Allergin Syrup จำนวน 50 ขวด และ ยาแก้ไอยี่ห้อ Chlorimine Syrup ชนิดน้ำ จำนวน 100 ขวด ฯลฯ โดยเจ้าหน้าที่ ฯ ได้แจ้งข้อกล่าวหา 4 ฐานความผิด คือ 1) จำหน่ายน้ำกระท่อมบรรจุขวดโดยผู้ผลิตนั้นไม่มีใบอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยอาหาร 2) เป็นผู้ขายใบกระท่อม หรืออาหารตามกฎหมายว่าด้วยอาหารที่มีใบกระท่อมเป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบ โดยไม่ปิดประกาศ หรือแจ้ง ณ สถานที่ขาย ให้ทราบถึงข้อห้ามแก่บุคคล ตามกฎหมายว่าด้วยพืชกระท่อม 3) เป็นผู้ขายยาแผนปัจจุบัน โดยไม่มีใบอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยยา และ 4) มิได้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมทำการประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมหรือแสดงด้วยวิธีใดๆให้ผู้อื่นเข้าใจว่าตนเป็นผู้มีสิทธิประกอบวิชาชีพดังกล่าว โดยมิได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาต ตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพเภสัชกรรม โดยได้นำตัวผู้กระทำความผิดพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรขอนแก่น เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป” นายไกรสรฯ กล่าวเน้นย้ำ
นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวในช่วงท้ายว่า สำหรับการดำเนินการกวาดล้างอบายมุขและออกจัดระเบียบสังคมในครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทย และจังหวัดขอนแก่น ในการจัดระเบียบสังคม ปราบปรามผู้มีอิทธิพลและการป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติด เพราะสิ่งสำคัญที่สุดคือความปลอดภัย และสวัสดิภาพของพี่น้องประชาชนทุกคน โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชนซึ่งเป็นอนาคตของชาติที่อาจตกเป็นเหยื่อของ กัญชา น้ำกระท่อม ซึ่งเป็นสิ่งเสพติดที่เข้าถึงได้ง่าย อีกทั้งยังมีกลุ่มผู้มีอิทธิพลที่มักจะแฝงตัวเข้ามา เพื่อคุกคาม ข่มขู่ ดังนั้นจังหวัดขอนแก่น โดยเฉพาะฝ่ายปกครองและฝ่ายตำรวจจึงต้องผนึกกำลังร่วมกัน กวาดล้างอบายมุขเหล่านี้ให้สิ้นซาก ตนขอเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ทุกคนปฏิบัติหน้าที่ด้วยการตั้งมั่นอยู่บนความยุติธรรม บังคับใช้กฎหมายอย่างถูกต้อง ซื่อตรง ไม่หลงมัวเมาในสิ่งผิด เพื่อพิทักษ์รักษาสังคมที่ดีงามให้กับเยาวชนและพี่น้องประชาชนทุกคน รวมทั้งภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนจะต้องร่วมเป็นหูเป็นตาสอดส่อง แจ้งเบาะแสของผู้กระทำความผิด ให้กับเจ้าหน้าที่ได้ทราบโดยเร็วผ่านสายด่วนศูนย์ดำรงธรรม 1567 ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อที่จะสามารถดำเนินการป้องกันและปราบปรามภัยร้ายต่าง ๆ ได้อย่างทันท่วงที
#กระทรวงมหาดไทย #บำบัดทุกข์บำรุงสุข
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 1124/2567 วันที่ 11 มิ.ย. 67
