เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. 67 นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า ตามที่นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย สั่งการให้จังหวัดทุกจังหวัดเร่งตรวจสอบคุณภาพและการติดตั้งตู้กดน้ำดื่มและเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในโรงเรียน เพื่อป้องกันการเกิดกระแสไฟฟ้ารั่วไหลซึ่งเป็นเหตุอันก่อให้เกิดอันตรายแก่ชีวิตและทรัพย์สินของเด็กนักเรียนและบุคลากรในสถานศึกษา จังหวัดแม่ฮ่องสอน จึงได้บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และสถานศึกษา ลงพื้นที่สำรวจในทุกโรงเรียนทั้ง 502 แห่ง ภายในจังหวัด โดยมีการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดแม่ฮ่องสอน สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดแม่ฮ่องสอน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาแม่ฮ่องสอน เขต 1 เขต 2 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาแม่ฮ่องสอน สถาบันอาชีวะ และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องออกตรวจสอบตู้น้ำเย็นในทุกโรงเรียน เพื่อดำเนินการตรวจสอบและแก้ไข กรณีมีไฟรั่วหรือไม่มีสายดินโดยเร่งด่วน เพื่อความปลอดภัยของเด็กนักเรียนในสถานศึกษา
นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า ตนได้เน้นย้ำและสั่งการในที่ประชุมคณะกรมการจังหวัดแม่ฮ่องสอนและหัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัดแม่ฮ่องสอน ครั้งที่ 6/2567 และได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สถานศึกษา อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ลงพื้นที่ในทุกโรงเรียน ทุกอำเภอ เพื่อร่วมตรวจสอบเครื่องทำน้ำเย็นในสถานศึกษาในพื้นที่ โดยมีข้อกำหนดในการตรวจสอบ 1) ตรวจสอบอายุการใช้งานของเครื่องทำน้ำเย็นที่ติดตั้งอยู่หมดอายุแล้วหรือไม่ หากหมดอายุให้งดใช้ทันที 2) ต้องใช้เครื่องทำน้ำเย็น ที่ได้มาตรฐาน มอก. 3) ต้องมีการติดตั้งระบบตัดไฟอัตโนมัติในเครื่องทำน้ำเย็นทุกเครื่อง หากเกิดเหตุไฟฟ้าลัดวงจรเครื่อง Safety ที่ติดตั้งไว้จะทำการตัดไฟก่อน ทำให้ไม่เกิดไฟฟ้าลัดวงจร 4) มีการเชื่อมต่อสายดิน 5) ติดตั้งในบริเวณที่แห้ง ฝนสาดไม่ถึงและไม่ถูกแสงแดด
“จากการลงพื้นที่ตรวจสอบในวันนี้โดยตน ร่วมกับนายอุดมศักดิ์ ขาวหนูนา รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน หัวหน้าสำนักงานจังหวัดแม่ฮ่องสอน ศึกษาธิการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน นายอำเภอสบเมย ณ โรงเรียนสบเมยวิทยาคม โดยมีท่านผู้อำนวยการโรงเรียนสบเมยวิทยาคม ร่วมตรวจสอบและให้ข้อมูล พบว่า ทางโรงเรียนได้มีการดำเนินการติดตั้งตู้ดื่มน้ำเป็นไปตามมาตรฐานมีความปลอดภัยในการให้บริการแก่เด็กนักเรียน ครู ผู้ปกครอง และผู้มาติดต่อโรงเรียน ตนได้กำชับให้ท่านผู้อำนวยการหมั่นตรวจสอบความสะอาดเสริมให้ ตู้กดน้ำมีความปลอดภัยอยู่เสมอด้วย” นายชูชีพ กล่าวเน้นย้ำ
ทั้งนี้ ในพื้นที่ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน มีสถานศึกษา ซึ่งอยู่ในพื้นที่ต้องดำเนินการสำรวจตรวจสอบทั้งสิ้น 502 แห่ง แบ่งเป็น สถานศึกษาที่สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาแม่ฮ่องสอน เขต 1 จำนวน 127 โรงเรียน 4 สาขา รวมเป็น 131 โรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาแม่ฮ่องสอน เขต 2 จำนวน 176 โรงเรียน โรงเรียนเอกชน จำนวน 8 โรงเรียน โรงเรียนสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จังหวัดแม่ฮ่องสอน จำนวน 12 โรงเรียน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จังหวัดแม่ฮ่องสอน จำนวน 169 ศูนย์ สถาบันอาชีวศึกษา จำนวน 2 แห่ง ศูนย์การศึกษาพิเศษ จำนวน 4 แห่ง ซึ่งจะได้มีการเร่งดำเนินการตรวจสอบความปลอดภัยของตู้กดดื่มน้ำโดยเร็วที่สุด
นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวทิ้งท้ายว่า ตนและ ทุกภาคส่วนต่างมีความห่วงใยในคุณภาพชีวิตความปลอดภัยของประชาชนชาวแม่ฮ่องสอนเป็นอย่างยิ่ง จึงขอให้หน่วยงาน ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องมีการสร้างการรับรู้ ตระหนักถึงความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน เผยแพร่ประชาสัมพันธ์วิธีการใช้ไฟฟ้าอย่างปลอดภัยในชีวิตประจำวัน รวมถึงการใช้ไฟฟ้าในช่วงหน้าฝน การใช้ไฟฟ้าเมื่อน้ำท่วม เพราะ “ไฟฟ้า” อยู่ล้อมรอบตัวเราแทบจะตลอดเวลา มีการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าตลอดทั้งวัน ไม่ว่าจะเป็นการชาร์จแบตโทรศัพท์มือถือ การเปิดคอมพิวเตอร์โทรทัศน์ เครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น เครื่องทำน้ำแข็ง เครื่องชงกาแฟ หรือแม้แต่การใช้ไมโครเวฟอุ่นอาหาร ซึ่งการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ภายในสำนักงาน ภายในสถานศึกษา จะต้องมีความระมัดระวังและตระหนักถึงความปลอดภัยให้มากที่สุด ทั้งนี้ จังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้กำชับไปยังผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และผู้อำนวยการโรงเรียน ขอให้ตรวจสอบสภาพการทำงานของอุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ อยู่เสมอ สำหรับโรงเรียนใด ที่ยังไม่มีระบบตัดไฟฟ้าอัตโนมัติ หรือพบความชำรุดของสายไฟ และอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้ ขอให้เลิกใช้และรีบให้ผู้เชี่ยวชาญมาตรวจสอบโดยเร่งด่วน เพื่อความปลอดภัยของทุกคนในโรงเรียน
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 1316/2567 วันที่ 29 มิ.ย. 2567
