วันนี้ (6 ม.ค. 69) เวลา 09.30 น. ที่ห้องประชุม ปภ. ชั้น 5 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้ นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านสาธารณภัยและพัฒนาเมือง เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนตลอดทั้งปีและแถลงสรุปผลการดำเนินการของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2569 โดยมี นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พร้อมด้วยผู้แทนจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม
รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า การประชุมศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในวันนี้ เป็นการติดตามและวิเคราะห์ข้อมูลสถิติอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วงควบคุมเข้มข้น (30 ธ.ค. 68 – 5 ม.ค. 69) ยกเว้นพื้นที่ 7 จังหวัดชายแดน (จังหวัดตราด จันทบุรี สระแก้ว บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี) ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในฐานะประธานกรรมการและผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนได้ฝากข้อห่วงใยในความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนที่สัญจรเดินทางและติดตามสถิติการป้องกันเพื่อลดอุบัติเหตุในทุกพื้นที่อย่างใกล้ชิด โดยพบว่า มีจำนวนอุบัติเหตุสะสมทั้งสิ้น 1,511 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 1,464 คน เสียชีวิต 272 ราย โดยสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุสูงสุด 3 อันดับ คือ 1. ขับรถเร็วเกินกำหนด 2. ขับรถตัดหน้ากระชั้นชิด 3. ดื่มแล้วขับ และในจำนวนนี้พบว่า เป็นกลุ่มเด็กและเยาวชนอายุ 0-24 ปี ซึ่งมีผู้บาดเจ็บสูงถึง 442 คน และเสียชีวิต 72 ราย มีสาเหตุหลักเกิดจากการไม่สวมหมวกนิรภัยอันเป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างมาก
“สิ่งสำคัญในการสร้างความปลอดภัยมากที่สุด คือ การสร้างจิตสำนึกและวินัยจราจรอย่างยั่งยืน โดยต้องเปลี่ยนมุมมองว่า “อุบัติเหตุไม่ใช่เรื่องสุดวิสัยแต่สามารถป้องกันได้” ซึ่งจากข้อมูลภาพรวมนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องร่วมกันบูรณาการเพื่อวิเคราะห์สาเหตุและแนวทางแก้ไข โดยต้องมุ่งเน้นไปที่การกำหนดมาตรการชะลอความเร็วและแก้ปัญหาความสูญเสียในกลุ่มเยาวชน การปรับปรุงกายภาพถนนด้วยการติดตั้งแบริเออร์และแถบชะลอความเร็ว (Rumble Strip) การนำระบบ GPS มาใช้ควบคุมความเร็วรถบรรทุกและรถโดยสาร รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดกับพฤติกรรมผิดซ้ำ เช่น ขับรถย้อนศรและบรรทุกท้ายกระบะ เพื่อนำมารวบรวมจัดทำแผนปฏิบัติการ (Action Plan) รวมถึงการใช้กลไกของคณะกรรมการระดับจังหวัดที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจราจรและสร้างความตระหนักรู้ในพื้นที่ และเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึงอีกด้วย“
รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า เป้าหมายสำคัญสูงสุดไม่ใช่เพียงแค่ตัวเลขสถิติที่ลดลง แต่คือการทำให้ “ความปลอดภัยกลายเป็นวัฒนธรรมหลักของสังคมไทยอย่างแท้จริง” เราต้องนำเอาแนวทางจากการถอดบทเรียนในครั้งนี้ เป็นการบ้านเพื่อให้ทุกหน่วยงานทำงานในเชิง “การป้องกัน” อย่างเข้มแข็ง และวัดผลได้จริง ไม่ใช่เพียงเฉพาะในช่วงเทศกาล แต่ต้องดูแลพี่น้องประชาชนให้เดินทางกลับไปประกอบภารกิจและใช้ชีวิตอย่างอุ่นใจในทุกเส้นทาง ทั้งนี้ ต้องขอความร่วมมือจากทางพี่น้องประชาชนได้ตระหนักถึงหน้าที่การเป็นพลเมืองที่ดี การเคารพกฎจราจรและสิทธิของผู้อื่น เพื่อร่วมกันสร้างการสัญจรที่ปลอดภัยและยั่งยืนให้เกิดขึ้นในทุกหนแห่งของประเทศไทย
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 9/2569 วันที่ 6 ม.ค. 2569
