วานนี้ (14 ม.ค. 69) เวลา 17.50 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ติดตามการบริหารจัดการสถานการณ์เครนก่อสร้างตกทับขบวนรถไฟ ณ ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดนครราชสีมา บ้านถนนคต หมู่ 11 ต.สีคิ้ว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา โดยมี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา พร้อมตัวแทนบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด ร่วมประชุม
นายกรัฐมนตรี กล่าวในช่วงต้นว่า ในขณะนี้เรื่องที่สำคัญที่สุด คือ “การเยียวยาผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ” รวมถึงการเร่งถอนและเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ที่ได้รับความเสียหายเพื่อคืนพื้นที่ให้สามารถเดินรถต่อได้ เพราะจะส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ จึงขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาและผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา เร่งอำนวยความสะดวกบูรณาการนำเครื่องจักรกลสาธารณภัยและบุคลากรเข้าทำงานล่วงเวลาให้เร็วที่สุดภายในเวลา 2-3 วันนี้
“ในกรณีเช่นนี้ รัฐบาลมองเห็นความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งแม้ว่า การรถไฟแห่งประเทศไทยเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่ตนไม่สามารถสั่งการได้โดยตรง แต่ตนในฐานะหัวหน้ารัฐบาลได้แจ้งไปยังประธานกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทยเรียกประชุมคณะกรรมการเพื่อพิจารณาการเยียวยาผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บในวันพรุ่งนี้ ซึ่งได้แจ้งไปแล้วว่าอย่างน้อยก็ต้องเยียวยาผู้เสียชีวิต 7 หลัก ในกรณีผู้ได้รับบาดเจ็บ ก็ต้องศึกษารายละเอียดและเสนอขอรับเงินเยียวยา โดยกรณีนี้ไม่สามารถเปรียบเทียบกับกรณีเหตุอื่น ๆ ที่เป็นกรณีเกิดความเสียหายต่อผู้รับจ้างเอง เหตุการณ์นี้ ผู้โดยสารอยู่ในความรับผิดชอบของการรถไฟแห่งประเทศไทย ดังนั้น การรถไฟแห่งประเทศไทย ทั้งในฐานะผู้ให้บริการเดินรถและผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะต้องดูแลอย่างเต็มที่ สำหรับในส่วนการไล่เบี้ยก็ต้องมีอยู่แล้วตามระเบียบกฎหมาย และต้องหาสาเหตุและถอดบทเรียนให้ได้ว่าเกิดจากอะไร เพื่อไม่ให้เกิดเหตุแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า“
ด้านกระทรวงสาธารณสุขได้รายงานความคืบหน้าเหตุเครนก่อสร้างถล่มทับขบวนรถไฟโดยสารในพื้นที่อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตรวม 31 ราย แบ่งเป็นเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 30 ราย และเสียชีวิตระหว่างส่งต่อรักษา 1 ราย ผู้ได้รับบาดเจ็บ 64 ราย โดย 53 ราย ได้รับอนุญาตให้กลับบ้านแล้ว และยังคงรักษาตัวในโรงพยาบาล 11 ราย
ด้านการจัดการภัย กระทรวงมหาดไทยโดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้สั่งการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 5 นครราชสีมา สนับสนุนเครื่องจักรกลสาธารณภัย รถกู้ภัยสมรรถนะสูง รถกู้ภัยเคลื่อนที่เร็ว รถกู้ภัยตึกถล่มรถเครน 56 ตัน รถบรรทุกสิบล้อติดตั้งปั้นจั่น พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดเผชิญเหตุ โดยร่วมกับสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครราชสีมา การรถไฟแห่งประเทศไทย ตำรวจ หน่วยการแพทย์ อาสาสมัครมูลนิธิ พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการบริหารจัดการสถานการณ์อย่างเต็มกำลังความสามารถ
ขณะที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ได้นำรถเครื่องยนต์สำรองไฟฟ้าพร้อมเจ้าหน้าที่ สนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 35/2569 วันที่ 15 ม.ค. 2569
