วันนี้ (15 ม.ค. 69) เวลา 09.00 น. ที่โรงแรมรามาการ์เด้น ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ นายภาสกร บุญญลักษม์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านกิจการความมั่นคงภายใน เป็นผู้แทนปลัดกระทรวงมหาดไทย ปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “เป้าหมายความร่วมมือสู่การเลือกตั้ง และการออกเสียงประชามติคุณภาพ” ในการประชุมเชิงปฏิบัติการชี้แจงแนวทางบูรณาการขับเคลื่อนการสร้างพลเมือง โดยมี นายวีระ ยี่แพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ผู้แทนกรมการปกครอง กรมการพัฒนาชุมชน กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น พร้อมด้วยผู้แทนหน่วยงานภาคีเครือข่าย อาทิ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข กรมประชาสัมพันธ์ เข้าร่วมกว่า 500 คน
รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ข้าราชการเป็นกลไกที่สำคัญในการเสริมสร้างความเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไปและการออกเสียงประชามติที่กำลังจะมีขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ พวกเราทุกคนเป็นเสริมสร้างความรู้ให้พี่น้องประชาชนเกิดความเข้าใจ “ความมุ่งหมายของการเลือกตั้ง” ว่าไม่ใช่เป็นเพียงการใช้สิทธิในการเลือกผู้แทนเท่านั้น แต่เป็นการกำหนดทิศทางในการขับเคลื่อนประเทศที่จะส่งผลต่อทั้งประเด็นด้านสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง ดังนั้น พวกเราทุกคนเป็นกลไกสำคัญที่จะทำให้การเลือกตั้ง และการออกเสียงประชามติ อันเป็นความคาดหวังของประชาชน เกิดขึ้นอย่างมีคุณภาพตามกรอบของกฎหมาย
“ประชาชนคาดหวังในเรื่องของคุณภาพของการเลือกตั้ง ตั้งแต่กระบวนการก่อนการเลือกตั้ง การเข้าคูหากาบัตร และหลังการประกาศผล กระบวนการเหล่านี้เป็นความคาดหวังของประชาชนที่อยากเห็นการเลือกตั้งที่มีคุณภาพทั้งสิ้น อันสะท้อนให้เห็นว่าจะต้องมีการเลือกตั้งที่มีความสุจริต ความเที่ยงธรรม โปร่งใส ตรวจสอบได้ ด้วยการที่ประชาชนต้องมีความรู้ความเข้าใจที่เพียงพอ สามารถเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้อง รอบด้าน สามารถใช้สิทธิของตนได้อย่างเสรี ปราศจากแรงกดดัน ครอบงำหรือการบิดเบือนในทุกรูปแบบ อันจะทําให้เขาสามารถใช้สิทธิอย่างเต็มที่ด้วยตัวเขาเอง ด้วยความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง“
รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวอีกว่า การเลือกตั้งที่มีคุณภาพจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุน และความร่วมมือบูรณาการจากทุกหน่วยงาน เพราะสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งเพียงแค่หน่วยเดียวไม่สามารถทำให้การเลือกตั้งสมบูรณ์ได้ รวมถึงเรื่องการเลือกตั้งที่มีคุณภาพ ที่ไม่ใช่เป็นเพียงการให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิใช้เสียง เฉกเช่นการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมามีประชาชนออกมาใช้สิทธิ์มากกว่า 70% ก็เป็นเพียงความสำเร็จหนึ่ง เราจึงต้องช่วยกันทำให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิกันอย่างเต็มที่ เพื่อเป็นพลังอันบริสุทธิ์ในการกำหนดทิศทางของประเทศ เพราะถ้าประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งน้อย พลังอันบริสุทธิ์ก็จะมีน้อย ย่อมจะส่งผลเสียต่อการขับเคลื่อนทิศทางของประเทศ
“กระทรวงมหาดไทยมีบทบาทในเชิงสนับสนุนการจัดการเลือกตั้ง ไม่ใช่บทบาทเชิงควบคุมหรือแทรกแซง เช่นเดียวกับภาคีเครือข่ายภาคราชการทั้งหมด เพื่อทำให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม ซึ่งสิ่งที่สำคัญคือกระทรวงมหาดไทยในฐานะฝ่ายปกครองเรามีกลไกในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน ตำบล อำเภอและจังหวัด มีความใกล้ชิดกับประชาชนมาก จึงเป็นกลไกที่สำคัญในการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับประชาชนผ่านกระบวนการในพื้นที่ ทั้งการประชุมประชาคมต่าง ๆ การประชุมกรรมการหมู่บ้าน ด้วยการเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการเมืองที่ถูกต้อง เพื่อสกัดกั้น Fake News และที่สำคัญทำให้พี่น้องประชาชนสามารถตัดสินใจได้บนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วน และหากมีข้อมูลที่ทำให้เกิดความสงสัยในโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ก็สามารถใช้เวทีเหล่านี้ในการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง เพื่อที่จะทำให้ประชาชนได้รับรู้รับทราบและทำในสิ่งที่ถูกต้องได้ แต่ห้ามใช้เวทีในการชี้นำเพื่อเลือกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง และในด้านการเสริมสร้างความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยในช่วงการจัดการเลือกตั้ง กลไกมหาดไทยต้องช่วยเสริมสร้างบรรยากาศให้มีความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยในพื้นที่ที่ถือเป็นปัจจัยพื้นฐานที่มีความสำคัญ โดยบูรณาการร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ในพื้นที่ เฝ้าระวังสถานการณ์เพื่อป้องกันเหตุและลดความตึงเครียด ดูแลกระบวนการเลือกตั้ง และการออกเสียงประชามติให้เกิดความเรียบร้อยภายใต้กฎหมาย โดยต้องตั้งอยู่บนความเป็นกลางทางการเมือง รวมถึงกระบวนการขั้นตอนอื่น ๆ อาทิ บัญชีผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่จะต้องอัปเดตและส่งมอบให้กับคณะกรรมการการเลือกตั้งให้เป็นไปตามกรอบของกฎหมาย เพื่อให้การเลือกตั้งสมบูรณ์อย่างมีคุณภาพ“
รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวในช่วงท้ายว่า บ้านเราเป็นสังคมประชาธิปไตย เมื่อมีการเลือกตั้ง แน่นอนว่าจะต้องมีผู้ชนะสูงสุด แต่ถ้ากรณีที่คะแนนไม่ต่างกันกับผู้ที่ได้รับคะแนนรองลงมามาก บางคนอาจจะมีความรู้สึกว่า มันห่างไปนิดเดียว และอาจจะเกิดการไม่ยอมรับ ซึ่งอันนี้ต้องเรียนว่า “กระบวนการประชาธิปไตยหมายถึงเราต้องเคารพเสียงส่วนมาก และในขณะเดียวกัน เราก็ต้องดูแลเสียงส่วนน้อยด้วยเช่นกัน” แต่ทว่า เมื่อมีการเลือกตั้ง ชัดเจนก็คือผู้ที่ได้รับคะแนนสูงสุดก็จะเป็นผู้ที่ได้รับการประกาศผลการเลือกตั้ง นั่นหมายถึงว่า เขาจะทำหน้าที่แทนของเรา ซึ่งเจ้าหน้าที่ทุกคนเป็นกลไกที่สำคัญที่จะทำให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น ทำให้การเลือกตั้ง และการออกเสียงประชามติที่กำลังจะถึงนี้เป็นไปอย่างสมบูรณ์ ถูกต้องครบถ้วน ตามกฎหมาย “เป็นการเลือกตั้งที่มีคุณภาพ” เพื่อผลประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องประชาชนและประเทศของเรา
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 37/2569 วันที่ 15 ม.ค. 2569
