วันนี้ (15 ม.ค. 69) นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านสาธารณภัยและพัฒนาเมือง เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกำกับโครงการพัฒนาเมืองแบบองค์รวมเพื่อส่งเสริมการเติบโตแบบคาร์บอนต่ำและการเป็นเมืองที่ฟื้นตัวได้ (Project Steering Committee: Integrated Urban Climate Action for Low-Carbon & Resilient Cities Project: Urban–Act) ครั้งที่ 1/2569 โดยมี Mr.Heinrish Gudenus ผอ.โครงการ Urban–Act ประจำประเทศไทย พร้อมทั้งนายจิรโรจน์ ศุกลรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร นางอรุณี ไฮม์ม รองอธิบดีกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ นางมณีวรรณ ชนะไพ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิเคราะห์และประเมินผลจากกรมโยธาธิการและผังเมือง ผู้แทนสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผู้แทนกรมอุตุนิยมวิทยา พร้อมด้วยข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมราชบพิธ ชั้น 5 อาคารดำรงราชานุสรณ์ กระทรวงมหาดไทย
รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า การประชุมคณะกรรมการฯ ครั้งนี้เป็นการประชุมครั้งแรก ที่จัดขึ้นเพื่อติดตามและกำกับดูแลการดำเนินการของโครงการ Urban-Act ซึ่งถือเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่างกระทรวงมหาดไทยและองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ภายใต้แผนงาน International Climate Initiative (IKI) โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาลเยอรมนี เพื่อมุ่งเน้นการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยเฉพาะเป้าหมายที่ 11 ในการสร้างเมืองที่ปลอดภัยและยืดหยุ่น และเป้าหมายที่ 13 ในการปฏิบัติการอย่างเร่งด่วนเพื่อต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยมีการทำงานร่วมกับสถาบันการศึกษาทั้งจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในการลงพื้นที่เพื่อศึกษาปัญหาและความต้องการในพื้นที่เพื่อนำมาประกอบการจัดทำข้อเสนอแนะทางนโยบาย เพื่อแก้ไขปัญหาในจังหวัดนำร่องของไทย
“จากการลงพื้นที่จังหวัดนำร่องทั้ง 3 จังหวัดในช่วงที่ผ่านมา เราได้รับทราบประเด็นปัญหาและแนวทางการพัฒนาที่ชัดเจน โดยในพื้นที่ภูเก็ตจะเน้นการจัดการสิ่งแวดล้อม การจัดการขยะ และระบบขนส่งสาธารณะ ส่วนขอนแก่นจะมุ่งเน้นการปรับปรุงผังเมืองรวมและการพัฒนาพื้นที่รอบระบบขนส่งมวลชน และเชียงใหม่จะมุ่งสู่การเป็นเมืองคาร์บอนต่ำ การพัฒนาอากาศสะอาด และการป้องกันน้ำท่วม ซึ่งการดำเนินงานของโครงการฯ จะช่วยสร้างฐานข้อมูลที่สำคัญต่อการตัดสินใจด้านผังเมืองและการเข้าถึงแหล่งทุนเพื่อการพัฒนาเมืองอย่างมีประสิทธิภาพ” รองปลัด มท. กล่าว
รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวต่อไปว่า สำหรับการขับเคลื่อนโครงการในระยะนี้ จะได้มีการเดินหน้าแนวทางการดำเนินงานร่วมกับสถาบันการศึกษาในรูปแบบ Consortium (การทำงานร่วมกันระหว่างองค์กร) และมีการปรับแผนงานเชิงยุทธศาสตร์ให้สอดคล้องกับความต้องการของหน่วยงานผู้ปฏิบัติงานในระดับพื้นที่เป็นสำคัญ โดยได้มอบหมายให้ กองการต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยทำหน้าที่เป็นเลขานุการคณะกรรมการกำกับโครงการ และมอบอำนาจให้กรมโยธาธิการและผังเมืองเป็นผู้ดำเนินการด้านเอกสาร เพื่อให้เกิดความสะดวกรวดเร็วในการดำเนินงาน และบรรลุวัตถุประสงค์ในการยกระดับศักยภาพบุคลากรและถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเมืองยืดหยุ่นสภาพภูมิอากาศด้วย
“โครงการ Urban-Act ไม่ได้เป็นเพียงความร่วมมือทางวิชาการระหว่างประเทศเท่านั้น แต่คือรากฐานสำคัญในการวางรากฐาน ‘เมืองแห่งอนาคต’ ของประเทศไทย ที่ต้องเติบโตอย่างสมดุลทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม การบูรณาการการทำงานร่วมกัน การสร้างความร่วมมือกับทางกระทรวงมหาดไทยและทุกภาคส่วนในครั้งนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะส่งต่อเมืองที่น่าอยู่ มีอากาศสะอาด และมีความเข้มแข็งและฟื้นตัวต่อภัยพิบัติให้แก่คนรุ่นหลัง เพื่อให้มั่นใจว่าการพัฒนาเมืองจะเป็นไปอย่างยั่งยืน และประเทศไทยจะก้าวไปสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนได้อย่างเป็นรูปธรรม” รองปลัด มท. กล่าวในช่วงท้าย
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 41/2569 วันที่ 15 ม.ค. 2569
