เมื่อวันที่ 21 ม.ค. 69 นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ มอบหมายให้ นายสันติธร ยิ้มละมัย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านพัฒนาชุมชนและส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เข้าประชุมคณะกรรมการบริหารมูลนิธิ “สานใจไทย สู่ใจใต้” ครั้งที่ 1/2569 โดยมี นายอารีย์ วงศ์อารยะ ประธานคณะกรรมการบริหารมูลนิธิฯ เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยคณะกรรมการมูลนิธิฯ อาทิ พลเอก เผด็จการ จันทร์เสวก นายวิชัย ศรีขวัญ ร้อยตำรวจโท อาทิตย์ บุญญะโสภัต และผู้แทนจากส่วนราชการและภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมชั้น 5 อาคาร 3 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
การประชุมในครั้งนี้ เพื่อติดตามผลการดำเนินงานและพิจารณาแผนขับเคลื่อนโครงการที่น้อมนำดำริของพลเอก เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ มาสืบสานเพื่อสร้างโอกาสให้เยาวชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้เรียนรู้วิถีชีวิตแห่งความแตกต่างอย่างสร้างสรรค์ โดยในรุ่นที่ 45 ที่ผ่านมา ได้ประสบความสำเร็จในการนำเยาวชน 440 คน เข้าพำนักกับครอบครัวอุปถัมภ์เพื่อถักทอสายสัมพันธ์ในสังคมพหุวัฒนธรรม ทั้งในพื้นที่ภาคกลางและจังหวัดชายฝั่งทะเลอันดามัน
รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า สำหรับในปี พ.ศ. 2569 มูลนิธิสานใจไทย สู่ใจใต้ ได้กำหนดทิศทางในการก้าวเดินต่อในรุ่นที่ 46 เพื่อเปิดโลกทัศน์และเสริมสร้างประสบการณ์ในหลากมิติให้แก่เยาวชนจากปัตตานี ยะลา นราธิวาส สตูล และสงขลา โดยกิจกรรมมุ่งเน้นการสร้างความตระหนักในความเป็นไทยผ่านค่ายเยาวชนสมานฉันท์ การเรียนรู้คุณค่าทรัพยากรธรรมชาติ ณ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ และการศึกษาประวัติศาสตร์ชาติไทย พร้อมกันนี้ยังให้ความสำคัญกับการพำนักร่วมกับครอบครัวอุปถัมภ์ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างสายสัมพันธ์ที่แนบแน่นเกื้อกูลกันระหว่างพี่น้องชาวไทยจากต่างภูมิภาค
“นอกจากนี้ ทางคณะกรรมการฯ ได้พิจารณาเห็นชอบการปรับเปลี่ยนคณะกรรมการบริหารมูลนิธิฯ รวม 15 ท่าน เพื่อเป็นการระดมพลังความร่วมมือจากผู้บริหารรุ่นใหม่และหัวหน้าส่วนราชการที่มีศักยภาพ ในการร่วมกันบริหารจัดการและสนับสนุนภารกิจของมูลนิธิฯ ให้มีความเข้มแข็งและสานต่อเป้าหมายการทำงานของคณะกรรมการชุดเดิมที่ได้ร่วมอุทิศแรงกายแรงใจในการสร้างรากฐานที่มั่นคงให้แก่เยาวชนไทยในพื้นที่ภาคใต้ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา”
รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับโครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” รุ่นที่ 46 จะเริ่มต้นจัดขึ้นในห้วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม 2569 โดยกระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานภาคีเครือข่ายพร้อมเป็นกลไกหลักในการสนับสนุนกระบวนการคัดเลือกเยาวชนและการดูแลครอบครัวอุปถัมภ์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้โครงการนี้เป็นสะพานเชื่อมใจที่เชื่อมร้อยเยาวชนไทยทุกศาสนาเข้าด้วยกัน ซึ่งแน่นอนว่าปัจจุบันเยาวชนที่ได้เข้าร่วมโครงการในแต่ละรุ่นได้เติบโตเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพกระจายอยู่ทั่วประเทศกว่าหมื่นคน ที่มีบทบาทเป็นผู้นำในการพัฒนาพื้นที่ร่วมกับภาครัฐและเอกชน ร่วมกันเปลี่ยนแปลงความแตกต่างให้กลายเป็นพลังแห่งการพัฒนา อันจะนำไปสู่ความกินดีอยู่ดีและสันติสุขที่ยั่งยืนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างมั่นคง และเป็นแรงบันดาลใจสำคัญในการช่วยสร้างสรรค์สังคมไทยให้มีความสมานฉันท์สืบไป
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 66/2569 วันที่ 22 ม.ค. 2569
