วันนี้ (13 ก.พ. 69) เวลา 13.30 น. นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์และการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ปี 2568-2569 และสรุปผลการดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยมี นายชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายจำนง สวัสดิ์วงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการบรรเทาสาธารณภัย นายกฤษณ์ แก้วทองหลาง ผู้อำนวยการกองช่วยเหลือผู้ประสบภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม ณ ห้องประชุม War room ชั้น 2 อาคารศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ได้มีข้อสั่งการไปยังทุกจังหวัดรวมถึงกรุงเทพมหานคร ในการเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ปี 2568-2569 โดยการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการเชิงพื้นที่ การป้องกันและลดการเกิดฝุ่นละอองจากแหล่งกำเนิด การดูแลสุขภาพประชาชน การประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้ การควบคุมสถานการณ์ และการรายงานผลอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้แจ้งทุกจังหวัดยกระดับมาตรการเฝ้าระวัง ติดตาม แก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก พร้อมทั้งให้ทบทวนแผนเผชิญเหตุ การเตรียมพร้อมสนับสนุนตลอด 24 ชม. การมีส่วนร่วมของชุมชน/หมู่บ้าน และการรับมือในทุกมิติ
สำหรับสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ปัจจุบันภาพรวมอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน โดยมีพื้นที่เกินมาตรฐาน จำนวน 20 จังหวัดและ กทม. ส่วนใหญ่พบในพื้นที่ภาคกลางและตะวันออก สถานการณ์จุดความร้อน (Hotspot) พบ 342 จุด ใน 47 จังหวัด ลดลงจากปี 2568 จำนวน 1,101 จุด โดย 5 ลำดับจังหวัดที่มีจุดความร้อนสูงสุด ได้แก่ กาญจนบุรี 39 จุด ลพบุรี 23 จุด ชัยภูมิ 21 จุด ลำพูน 20 จุด และขอนแก่น 17 จุด และพบจุดความร้อนในประเทศเพื่อนบ้าน 3,534 จุด การดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก ระดับจังหวัด อาทิ การประกาศงดเว้นการเผาในที่โล่ง ครอบคลุมพื้นที่ป่าและเกษตรทั่วประเทศ ช่วง 1 ม.ค. – 30 เม.ย. 69 จัดทำแผนเผชิญเหตุและบันทึกข้อตกลงร่วมกัน จัดตั้งจุดเฝ้าระวังและจุดตรวจเพื่อติดตามและป้องกันการกระทำความผิด 4,958 จุด ตรวจสอบรถควันดำ 247,582 คัน โรงงาน 1,128 แห่ง และโครงการก่อสร้าง 489 แห่ง รวมถึงลาดตระเวนดับไฟป่าทั้งประเทศ 6,604 ครั้ง รวม 4,642 กม.
.
โดยนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เน้นย้ำและกำชับให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เร่งตรวจสอบรายชื่อผู้ประสบภัยที่ยังไม่ได้รับเงินช่วยเหลือ รวมถึงข้อมูลที่ยังคงค้างอยู่ในระบบ พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งรัดการจ่ายเงินเยียวยาให้ถึงมือประชาชนโดยเร็วที่สุด สำหรับประเด็นการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก ได้เน้นย้ำให้ดำเนินมาตรการงดเผาอย่างเข้มงวดและต่อเนื่อง รวมถึงให้หาแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรหลังฤดูเก็บเกี่ยวไม่ให้มีการเผา เพื่อป้องกันฝุ่นควันรวมถึงไฟป่าที่จะส่งผลกระทบต่อประชาชนได้
นอกจากนี้ ในส่วนของผลการดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ตามมติ ครม. อาทิ การจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2568 โดยดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือแล้ว 2,239,993 ครัวเรือน รวม 20,386,792,000 บาท นอกจากนี้ การจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยกรณีสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย – กัมพูชา ดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือแล้ว 385,236 ครัวเรือน รวม 1,920,777,000 บาท และการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ได้แก่ 1) ด้านชีวิต ผู้เสียชีวิต 150 ราย บาดเจ็บ 4 ราย 2) ด้านทรัพย์สิน บ้านเรือน เสียหายทั้งหลัง จำนวน 61 หลัง บ้านเรือน เสียหายบางส่วน จำนวน 29,068 หลัง สถานที่ราชการ จำนวน 21 แห่ง โรงเรียน จำนวน 521 แห่ง วัด จำนวน 59 แห่ง มัสยิด จำนวน 39 แห่ง รถยนต์ จำนวน 28,000 คัน 3) สิ่งสาธารณประโยชน์ ถนน จำนวน 779 สาย สะพาน จำนวน 76 แห่ง และ 4) ด้านการเกษตร ด้านพืช เกษตรกร ได้รับความเสียหาย 8,909 ราย ด้านประมง เกษตรกร ได้รับความเสียหาย 2,024 ราย ด้านปศุสัตว์ เกษตรกร ได้รับความเสียหาย 1,724 ราย
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 145/2569 วันที่ 13 ก.พ. 69
