วันที่ 18 ก.พ. 69 เวลา 16.00 น. นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดโครงการสัมมนา และบรรยายพิเศษ “การสร้างความรักสามัคคีปรองดองของคนในชาติ” ประจำปี 2569 ของสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย โดยมี นายเอกพงษ์ ศิริพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน พร้อมด้วยหัวหน้าหน่วยงานระดับสำนัก/กอง/ศูนย์ในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย และตัวแทนนักเรียน นิสิต นักศึกษาจาก 76 จังหวัดทั่วประเทศ กว่า 300 คน เข้าร่วม ณ โรงแรมปรินซ์ พาเลซ กรุงเทพฯ
นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า นับเป็นโอกาสดีที่กระทรวงมหาดไทย ได้จัดโครงการสร้างความรักสามัคคีปรองดองของคนในชาติขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งโครงการนี้ได้ดำเนินการเข้าสู่ปีที่ 8 แล้ว ที่เราได้เปิดพื้นที่ให้น้อง ๆ เยาวชนได้พบปะ เรียนรู้ และอยู่ด้วยกันเพื่อร่วมกัน “แลกเปลี่ยน เรียนรู้ ถอดรหัส” การอยู่ร่วมกันอย่างเข้าใจ และการสร้างความสามัคคีปรองดองในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ท้าทาย และไร้พรมแดน
“พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศ มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานหลักคำสอนที่มีคุณค่าเอาไว้ให้กับพวกเราทุกคนอย่างมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลักการ “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” ซึ่ง 3 คำนี้เป็นคำที่เรียบง่าย แต่มีความหมายที่ลึกซึ้งอย่างยิ่ง เพราะเมื่อใดก็ตามที่เราจะริเริ่มทำสิ่งใดเราต้อง “เรียนรู้” และ “เข้าใจ” สิ่งนั้น ๆ ให้ถ่องแท้เสียก่อน พอเราเกิดความเข้าใจก็จะสามารถ “เข้าถึง” องค์ความรู้ที่หลากหลาย และประยุกต์ใช้สิ่งเหล่านี้ต่อยอดให้เกิดการ ”พัฒนา“ สรรค์สร้างสิ่งที่ดีให้กับสังคมได้ในที่สุด“
นายอรรษิษฐ์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับการฝึกอบรมในเรื่องการเสริมสร้างความปรองดองในวันนี้ สิ่งที่ขาดไม่ได้เลย คือ คำว่า “รู้ รัก สามัคคี” ที่มีความหมายสอดประสานกับหลักการ “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” เพราะสิ่งสำคัญที่สุดของการสร้างความสามัคคีปรองดองให้เกิดในสังคมได้ ต้องเริ่มมาจากสถาบันทางสังคมที่เล็กที่สุด นั่นคือ “ครอบครัว” เราต้องเรียนรู้ที่จะเข้าใจความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวให้ดี เมื่อมีความขัดแย้งก็ต้องหันหน้ามาพูดคุยกัน สร้างความรักความปรารถนาดีให้แก่กัน เมื่อครอบครัวเราเข้มแข็งก็จะมีภูมิคุ้มกันทางใจที่ดีให้สามารถทำงานร่วมกับคนอื่นได้อย่างเต็มที่ก่อเป็นความสามัคคีรักใคร่กลมเกลียวและนำพาสู่ความสำเร็จในระดับชุมชน อำเภอ จังหวัด และประเทศชาติ
“ทุกคนที่เข้าร่วมสัมมนาในครั้งนี้ล้วนเป็นเด็กและเยาวชนที่เป็นปัจจุบันของชาติที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในอนาคต ดังนั้น ทุกก้าวที่ชีวิตเราได้เดินทางขอให้มี “สติ” ระลึกไว้อยู่เสมอ สติจะเป็นเครื่องเตือนใจให้แก่เราในการเรียนและการทำงาน จะช่วยให้เรากล้า “อด” ในสิ่งที่ชอบ และ “ทน” ในสิ่งที่ชัง รู้จัก “ยับยั้งชั่งใจในสิ่งที่ไม่ถูกไม่ควร” เพื่อพยายามสร้างสิ่งที่ดีงามต่อสังคมส่วนรวมเป็นที่ประจักษ์ ซึ่งถ้าหากเราสามารถทำทั้งสองคำนี้ได้ก็จะกลายเป็นยอดคนที่ประสบความสำเร็จ การสร้างความสามัคคีปรองดองก็เช่นกันเราต้องมีความอดทนในการริเริ่มสร้างความร่วมมือ พอเมื่อเวลาผ่านไปจนถึงปลายทางเราจะสามารถประสบความสำเร็จในการสร้างความรักความผูกพันของคนในชุมชนและสังคมได้” นายอรรษิษฐ์ กล่าว
“การสัมมนาในครั้งนี้ นอกจากจะทำให้เราทุกคนได้รับความรู้อย่างเต็มที่ดังภาษิตเพราะรู้อะไรไม่สู้รู้วิชาแล้ว ก็ยังมีสิ่งที่มีค่ามากกว่าคือการที่เราต้อง “รู้อะไรไม่สู้รู้จักกัน” ควบคู่ไปด้วย ซึ่งจะเป็นการช่วยสร้างมิตรภาพของตัวแทนเยาวชนทั้ง 76 จังหวัด เป็น “เครือข่ายคนรุ่นใหม่ของกระทรวงมหาดไทย” ขับเคลื่อนความเข้าใจในการสร้างความสามัคคีปรองดอง และต่อยอดทุกองค์ความรู้สู่การรวมใจไทยเป็นหนึ่งเดียว พัฒนาประเทศชาติให้เกิดความวัฒนาสถาพรสืบไป” นายอรรษิษฐ์ กล่าวช่วงท้าย
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 154/2569 วันที่ 19 ก.พ. 2569
