วันนี้ (11 มี.ค. 69) นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงความก้าวหน้าของการขับเคลื่อนภารกิจสำคัญกระทรวงมหาดไทย “มหาดไทย ทำ ทัน ที Action 5” ตามนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยส่วนราชการและหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ตลอดจนจังหวัด อำเภอ ท้องที่ และท้องถิ่น ในช่วงไตรมาสที่ 1 ของปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 (1 ต.ค. – 31 ธ.ค. 68) ทั้ง 5 มิติ ได้แก่ การลดรายจ่ายเพิ่มรายได้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ การแก้ไขปัญหาข้อพิพาทพื้นที่ชายแดน การป้องกันและปราบปรามยาเสพติด การเพิ่มศักยภาพการจัดการสาธารณภัย และการรักษาความมั่นคง ความปลอดภัยในทุกรูปแบบ ส่งผลให้ประเทศไทยเกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น ประชาชนได้รับการพัฒนาคุณภาพชีวิตในด้านต่าง ๆ อย่างสมบูรณ์พูนสุขโดยถ้วนหน้า ทั่วถึง ทุกพื้นที่ ดังนี้
1. “การลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ส่งเสริมสนับสนุนนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ” โดยมาตรการบรรเทาภาระค่าน้ำ-ค่าไฟ การประปานครหลวงให้บริการน้ำดื่มฟรีแล้วกว่า 538,000 ลิตร ขณะที่การประปาส่วนภูมิภาคลดค่าติดตั้งประปาใหม่ 15% และบริการน้ำดื่มฟรีผ่าน Mini Station 234 ตู้ทั่วประเทศ ส่วนของการไฟฟ้านครหลวง ได้ขยายเวลาชำระค่าไฟเป็น 3 เดือนสำหรับยอดไม่เกิน 300 บาท และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคงดการตัดกระแสไฟฟ้าสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้ารายย่อย (ไม่เกิน 350 บาท) และค้างชำระรวมกันไม่เกิน 3 บิลเดือนถึงปลายปี 69 พร้อมทั้งส่งเสริมโซล่าเซลล์ชุมชนผ่านโครงการ Easy Solar และเตรียมรับซื้อไฟฟ้าจากโซลาร์ฟาร์มชุมชนเป้าหมาย 1,500 เมกะวัตต์ ในส่วนของกรมการพัฒนาชุมชน ได้พัฒนาสินค้า OTOP สร้างรายได้รวมกว่า 1,033 ล้านบาท ส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนเชิงสร้างสรรค์ 1,000 โปรแกรมใน 100 ชุมชน ยกระดับ 300 ผลิตภัณฑ์เด่น ทั้งยังสนับสนุนนโยบาย “คนละครึ่งพลัส” โดยมีผู้ประกอบการลงทะเบียนมากถึง 813,755 ราย คิดเป็นร้อยละ 81.43 ของร้านค้าทั้งหมด ในส่วนกรมที่ดินได้เร่งรัดเดินสำรวจออกโฉนดไปแล้ว 9,481 แปลงใน 66 จังหวัด และ 3,083 แปลงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
2. “การแก้ไขปัญหาข้อพิพาทไทย-กัมพูชา (มิติการพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง)” ได้บูรณาการดูแลประชาชนและรักษาความสงบเรียบร้อย โดยกรมการปกครองจัดตั้งศูนย์พักพิง 980 แห่ง รองรับประชาชน 329,092 คน ตั้งจุดตรวจ/จุดสกัด 1,721 ครั้ง และจ่ายค่าชดเชยความเสียหายให้ครอบครัวที่ได้รับผลกระทบอย่างครบถ้วน เป็นเงินทั้งสิ้น 1,375,518,000 บาท ควบคู่การเพิ่มประสิทธิภาพฝ่ายปกครอง ทั้งสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ในพื้นที่ 7 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา และเพิ่มประสิทธิภาพระบบเสียงตามสายสร้างการรับรู้ข่าวสารด้านความมั่นคงให้กับประชาชน 221 แห่งในพื้นที่ดังกล่าว
3. “การป้องกันปราบปรามและแก้ไขปัญหายาเสพติด” โดยร่วมขับเคลื่อนโครงการ TO BE NUMBER ONE ครบทั้ง 878 อำเภอ และใช้ระบบ MOI DRUGS GIS บริหารจัดการข้อมูลผู้เสพ/ผู้ติดยาเสพติด และผู้ป่วยจิตเวช เข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษา 19,252 ราย ผ่านกลไกศูนย์ฟื้นฟูสภาพทางสังคม 6,391 แห่งทั่วประเทศ ในด้านการปราบปราม สามารถจับกุมผู้ค้า 3,795 ราย ยึดยาเสพติดและทรัพย์สินมูลค่ารวม 1,095,345,910 บาท โดยมุ่งขับเคลื่อนสู่ “อำเภอสีขาว” ปลอดยาเสพติด พร้อมย้ำจุดยืนให้บุคลากรในสังกัดต้องไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดเด็ดขาดตามโครงการมหาดไทยสีขาว
4. “การเพิ่มศักยภาพการป้องกันสาธารณภัยและการช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยา” กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้พัฒนาระบบแจ้งเตือนภัย “Cell Broadcast” พร้อมจัดทำมาตรฐาน SOP และ CAP ครอบคลุม 8 ประเภทภัย (แผ่นดินไหว สึนามิ วาตภัย อุทกภัย ดินโคลนถล่ม ภัยหนาว PM2.5 และเหตุรุนแรง) เร่งสำรวจและจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝนปี 2568 ครัวเรือนละ 9,000 บาท และกรณีอื่น ๆ ครบทุกครัวเรือนแล้ว
5. “การป้องกันแก้ไขปัญหาความมั่นคงทุกรูปแบบ” มุ่งเน้นการปราบปรามการค้ามนุษย์ โดยยกระดับศูนย์บูรณาการคัดแยกผู้เสียหายใน 66 จังหวัด และแก้ไขปัญหาสัญชาติและสถานะบุคคลตามมติคณะรัฐมนตรีเสร็จสิ้นแล้วกว่า 109,809 ราย รวมถึงการป้องกันอาชญากรรมทางไซเบอร์ การพนัน และการหลอกลวงประชาชน โดยจัดตั้งชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง ทั้งส่วนกลาง และ 76 จังหวัด รวม 77 ชุด สนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายพนักงานฝ่ายปกครอง ดำเนินคดีผู้กระทำผิดมากถึง 4,027 คดี
ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงมหาดไทยมีความมุ่งมั่นขับเคลื่อนปณิธานและภารกิจสูงสุดในการ ‘บำบัดทุกข์ บำรุงสุข’ อย่างต่อเนื่อง นำผลสัมฤทธิ์ที่ผ่านมาเป็นรากฐานยกระดับกลไกการทำงานของทุกส่วนราชการและกลไกเชิงพื้นที่ พร้อมบูรณาการสรรพกำลังพุ่งเป้าทำงานเชิงรุกอย่างเต็มประสิทธิภาพ พร้อมรับมือทุกวิกฤตการณ์เพื่อดูแลประชาชนอย่างทันท่วงที
“ขอขอบคุณข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่ และอาสาสมัคร ของทุกกรม ทุกรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทย และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง พี่น้องผู้ปฏิบัติงานในทุกจังหวัด ทุกอำเภอ ที่ได้ร่วมกันขับเคลื่อนนโยบาย ‘มหาดไทย ทำ ทัน ที Action 5’ จนเห็นผลสัมฤทธิ์เป็นรูปธรรมในห้วงไตรมาสแรกของปี 2569 และขอฝากให้ทุกหน่วยงานได้ติดตาม ประเมินผล และพัฒนากระบวนงานอย่างต่อเนื่อง สนองความต้องการและเป็นที่พึ่งพิงของพี่น้องประชาชน เสริมสร้างความมั่นคงภายในและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืนสืบไป” ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวในช่วงท้าย
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 211/2569 วันที่ 11 มี.ค. 69
