วันนี้ (19 มิ.ย. 69) นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงผลการดำเนินการตรวจสอบและปราบปรามการลักลอบใช้ไฟฟ้าเพื่อขุดเหมืองเงินดิจิทัล (Bitcoin) โดยมีนายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครองและประธานคณะกรรมการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค พร้อมด้วยนายมงคล ตรีกิจจานนท์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ร่วมแถลงข่าว ณ สำนักงานใหญ่ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
การจับกุมในครั้งนี้ถือเป็นผลสำเร็จจากการผสานพลังเชิงรุกระหว่างฝ่ายปกครอง กระทรวงมหาดไทย ตำรวจ และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ที่ร่วมกันตัดวงจรอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและพลังงาน เนื่องจาก “เหมืองบิตคอยน์เถื่อน” เหล่านี้มีการลักลอบต่อตรงและใช้กระแสไฟฟ้าปริมาณมหาศาลตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งไม่เพียงแต่จะสร้างความเสียหายต่อรายได้แผ่นดินรวมกว่า 40 ล้านบาทเท่านั้น แต่การดึงไฟเกินพิกัดยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงของระบบไฟฟ้า ทำให้เกิดปัญหาไฟตก ไฟดับ และหม้อแปลงระเบิดในชุมชน ซึ่งสร้างความเดือดร้อนรำคาญและทำให้อุปกรณ์ไฟฟ้าของประชาชนในพื้นที่เสียหาย อีกทั้งต้นทุนพลังงานที่ถูกโจรกรรมไปนี้ยังอาจกลายมาเป็นภาระแฝงต่อค่าไฟของประชาชนโดยรวม การทลายเครือข่ายนี้จึงเป็นการปกป้องเสถียรภาพทางพลังงานและรักษาความเป็นธรรมให้แก่ผู้ใช้ไฟฟ้าทุกคน
“สำหรับปฏิบัติการดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้ปูพรมตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายพร้อมกันถึง 14 จุด ครอบคลุม 5 จังหวัดในแถบภาคอีสาน ได้แก่ อุบลราชธานี ยโสธร อำนาจเจริญ ร้อยเอ็ด และมหาสารคาม โดยได้เผยให้เห็นถึงพฤติกรรมการทุจริตพลังงานอย่างเป็นขบวนการ โดยกลุ่มผู้กระทำผิดได้ทำการดัดแปลงระบบกลไกของมิเตอร์ไฟฟ้าอย่างแนบเนียน และทำการต่อสายตรงเพื่อลักลอบนำกระแสไฟฟ้าหลวงปริมาณมหาศาลไปใช้หล่อเลี้ยงเครื่องขุดเหมืองบิตคอยน์จำนวนมากถึง 315 เครื่อง ที่ต้องรันระบบคอมพิวเตอร์และพัดลมระบายความร้อนประสิทธิภาพสูงตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งการลักเอาทรัพย์สินของรัฐไปใช้ในธุรกิจส่วนตัวนี้ ได้สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจสูงถึง 40.38 ล้านบาท ซึ่งเมื่อจำแนกออกมาจะพบความเสียหายหลักที่มาจากการสูญเสียโอกาสทางรายได้ของรัฐสูงถึง 35 ล้านบาท ซึ่งเป็นเม็ดเงินค่าปรับปรุงหน่วยการใช้ไฟฟ้าจริงที่ถูกแอบดึงไปใช้โดยไม่ผ่านการคำนวณเงิน และพ่วงด้วยค่าปรับฐานละเมิดสิทธิ์การใช้ไฟฟ้าผิดกฎหมายอีก 5.38 ล้านบาท อันสะท้อนให้เห็นว่าขบวนการนี้ยอมเสี่ยงดัดแปลงระบบไฟเพื่อแลกกับต้นทุนการผลิตเหรียญดิจิทัลที่ต่ำลง โดยผลักภาระหนี้สินและความเสี่ยงด้านอัคคีภัยทั้งหมดไปให้แก่ภาครัฐและชุมชนรอบข้าง“
ในด้านการดำเนินมาตรการทางกฎหมาย กระทรวงมหาดไทย โดยการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ได้มีการรวบรวมพยานหลักฐานอย่างรัดกุมเพื่อเข้าแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีอาญากับกลุ่มผู้กระทำผิดทุกรายอย่างเด็ดขาด โดยไม่มีข้อยกเว้น พร้อมทั้งประสานงานฝ่ายปกครองและตำรวจในการสืบสวนขยายผลข้ามจังหวัด เพื่อขุดรากถอนโคนกลุ่มนายทุนและเครือข่ายผู้อยู่เบื้องหลังขบวนการโจรกรรมพลังงานแผ่นดินนี้มาลงโทษตามกฎหมายขั้นสูงสุด
ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทย ได้เน้นย้ำให้ PEA เพิ่มความเข้มงวดในการยกระดับระบบตรวจสอบการละเมิดใช้ไฟฟ้าทั่วประเทศ โดยนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ตรวจจับความผิดปกติ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติและรักษาเสถียรภาพทางพลังงานให้มีความมั่นคง ปลอดภัย พร้อมยืนยันว่าจะเดินหน้ากวาดล้างเหมืองบิตคอยน์เถื่อนอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเป็นธรรมและป้องกันไม่ให้เกิดการผลักภาระค่าใช้จ่ายไปยังประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้าที่บริสุทธิ์ทุกคน
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 560/2569 วันที่ 19 มิ.ย. 2569
