วันนี้ (22 มิ.ย. 69) เวลา 15.30 น. ณ เวทีกลาง อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดงาน OTOP MIDYEAR 2026 ภายใต้แนวคิด OTOP Next Inspiration “สร้างมูลค่าผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญา
สู่สากล โดยมี นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวรายงานการจัดงาน
โดยภายในงานมี นางธนนนท์ ชาญวีรกูล ประธานกรรมการคู่สมรสคณะรัฐมนตรีและที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมแม่บ้านมหาดไทย นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา นายภราดร ปริศนานันทกุล น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี นางสุขสมรวย วันทนียกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ เลขานุการ รมว.มหาดไทย นางจิณณารัชช์ สัมพันธรัตน์ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย นายสันติธร ยิ้มละมัย นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม นายโชตินรินทร์ เกิดสม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง นายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมที่ดิน นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายเชษฐา โมสิกรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี พร้อมด้วยผู้ว่าราชการจังหวัด 76 จังหวัด คณะทูตานุทูต หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ผู้ประกอบการ OTOP สื่อมวลชน และภาคีเครือข่าย ร่วมในพิธีเป็นจำนวนมาก
นายอนุทิน กล่าวว่า ทุกครั้งที่มีงาน OTOP ตนมีความปลื้มใจที่พี่น้องคนไทยได้มาร่วมกันอุดหนุนสินค้าไทย ผลงานจากฝีมือและความคิดสร้างสรรค์ของคนไทย ซึ่งการได้กลับมาสัมผัสกับผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นที่ได้มาจากวิถีชีวิตชุมชนและภูมิปัญญาคนไทยก็ทำให้เราไม่ลืมรากเหง้าของตัวเองและมีมีชีวิตชีวาไปกับสิ่งใกล้ตัวและจับต้องได้ โดยในช่วงที่ผ่านมาตนได้เดินทางไปประเทศฝรั่งเศสในนามของรัฐบาล และได้มีการจัดแสดงนิทรรศการนิทรรศการ “ราชพัสตราสู่สากล” (La Mode en Majesté) ภายใต้การอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวรรณวรีนารีรัตนราชกัญญา ที่กรุงปารีส ซึ่งเป็นงานที่ทำให้ผ้าไทยและภูมิปัญญาของคนไทยได้โดดเด่นในสายตาของคนทั้งโลกอันเป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง มากไปกว่านั้น ในช่วงนี้ประเทศไทยกำลังมีความโดดเด่นด้านการส่งเสริม “โครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก” จนเกิดกระแสนิยมในกลุ่มของพี่น้องประชาชน ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นการช่วยโปรโมทความเป็นไทย พร้อมกับการโปรโมทผ้าไทยและเสริมสร้างแบรนด์ไทยให้มีความน่าเชื่อถือในภาพรวมทั้ง ด้านสินค้าบริการ อาหาร ภาคการท่องเที่ยวไปด้วย
“ผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาและวิถีชีวิตอันประณีตของคนไทย ถือเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงยิ่งในยุคปัจจุบันที่กระแสโลกเต็มไปด้วยสินค้าจากระบบอุตสาหกรรม ส่งผลให้ผู้คนเริ่มหันมาโหยหาชิ้นงานที่สรรค์สร้างด้วยมือ มีเอกลักษณ์ มีเรื่องราว และสะท้อนถึงรากเหง้าทางวัฒนธรรมที่ไม่มีใครลอกเลียนแบบได้ การสนับสนุนและเที่ยวชมงาน OTOP จึงเป็นมากกว่าการสร้างรายได้หรือส่งเสริมอาชีพให้ชุมชน แต่เป็นการสร้างความตระหนักรู้ถึงคุณค่าทางวัฒนธรรมที่แฝงอยู่ในท้องถิ่น ขณะเดียวกัน การที่รัฐบาลร่วมผลักดันให้ผู้ประกอบการนำนวัตกรรมใหม่ๆ มาประยุกต์ใช้อย่างมีประสิทธิภาพ จะยิ่งช่วยขยายโอกาสให้สินค้า OTOP เติบโตในตลาดได้ไกลยิ่งขึ้น ซึ่งในท้ายที่สุด สินค้า OTOP ของไทยจะไม่ใช่เพียงแค่ของฝาก หรือเป็นสินค้าที่ผู้คนอุดหนุนเพียงเพราะความสงสารคนทำ แต่จะเป็นตัวแทนแห่งความคิดสร้างสรรค์และเรื่องราวทางวัฒนธรรมไทยในสายตาชาวโลก พร้อมทั้งยกระดับคำว่า “Made in Thailand” ให้ไม่ใช่แค่คำบอกแหล่งกำเนิดสินค้า แต่เป็นสัญลักษณ์ที่ประกาศถึงคุณภาพ คุณค่าอันสูงส่ง และความภาคภูมิใจร่วมกันของคนไทยทุกคน” นายอนุทิน กล่าว
นายอนุทิน กล่าวต่อไปว่า จากการที่ผมได้มาร่วมงานต่อเนื่องเป็นวันที่สามและได้ร่วมอุดหนุนสินค้าอย่างใกล้ชิด ทำให้เห็นว่านี่คือการร่วมสร้างโอกาสครั้งสำคัญให้แก่ผู้ประกอบการท้องถิ่น ช่วยเติมเต็มกำลังใจ ความคิดสร้างสรรค์ และแรงบันดาลใจในการนำภูมิปัญญาไปต่อยอดพัฒนาสินค้าให้มีคุณภาพดียิ่งขึ้นเพื่อพวกเราทุกคน จึงอยากขอเชิญชวนให้ทุกท่านได้ออกมาใช้สิทธิ์โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ผ่านการสนับสนุนสินค้า OTOP กันอย่างเต็มที่ เพื่อกระตุ้นการจับจ่ายและช่วยผู้ขายขับเคลื่อนยอดขายให้เติบโตยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ภายในงานเรายังเห็นภาพบรรยากาศที่น่าประทับใจ ทั้งการไลฟ์สดขายสินค้าและการที่แขกต่างบ้านต่างเมืองเข้ามาขี่ชมและถ่ายทอดความงดงามของงานออกไปสู่สายตาคนภายนอก รวมถึงช่องทางออนไลน์ ซึ่งถือเป็นจุดแข็งหรือ “พลัส” ในการต่อยอดมูลค่าและสร้างรายได้สะพัดให้แก่งาน OTOP ในครั้งนี้อย่างมหาศาล
“ในโอกาสนี้ ผมขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนทุกท่านเข้าร่วมงาน “OTOP Midyear 2026” เพื่อร่วมกันสนับสนุนผลิตภัณฑ์อันทรงคุณค่าจากภูมิปัญญาและฝีมือของคนไทย พร้อมทั้งตระหนักร่วมกันว่า OTOP ไม่ใช่เพียงแค่การซื้อขายสินค้า แต่คือการแสดงอัตลักษณ์ความเป็นไทยให้ประจักษ์แก่สายตาชาวโลก และเป็นต้นทุนทางวัฒนธรรมที่จะออกดอกออกผลขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากควบคู่ไปกับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศอย่างยั่งยืน” นายอนุทิน กล่าว
นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการพัฒนาชุมชน ได้สานต่อและขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐบาลและนายกรัฐมนตรี (นายอนุทิน ชาญวีรกูล) ตามโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและสร้างอาชีพให้กับกลุ่มคนตัวเล็กในชุมชนอย่างเท่าเทียม โดยการจัดงานในครั้งนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20 – 28 มิถุนายน 2569 ภายใต้แนวคิด OTOP Next Inspiration “สร้างมูลค่าผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาสู่สากล” ซึ่งมีผู้ผลิตและผู้ประกอบการ OTOP เข้าร่วมโครงการ
โดยภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมที่หลากหลาย อาทิ นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ การจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ้าไทย ผลิตภัณฑ์ OTOP ระดับ 3 – 5 ดาว มากกว่า 2,000 ราย รวมถึงโซน OTOP Next และโซนไฮไลท์ต่าง ๆ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 572/2569 วันที่ 22 มิ.ย. 2569
