วานนี้ (3 ก.ค. 2569) เวลา 14.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (คณะกรรมการ ป.ป.ส.) ครั้งที่ 2/2569 โดยมี พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายภาสกร บุญญลักษม์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านกิจการความมั่นคงภายใน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูง ผู้แทนหน่วยงานด้านความมั่นคง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล
นายอนุทิน กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ถือเป็นการประชุมครั้งแรกของรัฐบาลชุดปัจจุบัน ตามมาตรา 10 แห่งประมวลกฎหมายยาเสพติด ที่กำหนดให้คณะกรรมการ ป.ป.ส. ต้องจัดการประชุมอย่างน้อยปีละ 4 ครั้ง หรือไตรมาสละ 1 ครั้ง อย่างไรก็ตาม หากมีประเด็นสำคัญเร่งด่วนก็สามารถจัดการประชุมเพิ่มเติมได้ตามความเหมาะสม ทั้งนี้ ตามปกติแล้วคณะกรรมการชุดนี้แม้จะอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของนายกรัฐมนตรี แต่ที่ผ่านมามักมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีทำหน้าที่แทน สำหรับรัฐบาลชุดนี้ ตนในฐานะนายกรัฐมนตรีขอกำกับดูแลหน่วยงานนี้ด้วยตนเอง เพื่อร่วมงานและบูรณาการการทำงานร่วมกับทุกฝ่ายอย่างใกล้ชิด ตามอำนาจหน้าที่และระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน
“ขอยืนยันว่าตนพร้อมให้การสนับสนุนและร่วมมือกับคณะกรรมการทุกท่าน เพื่อแก้ไข ป้องกัน ปราบปราม และกำจัดปัญหายาเสพติดให้หมดไปภายใต้ขอบเขตอำนาจหน้าที่ที่มีอยู่ โดยยกระดับให้เรื่องนี้เป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกัน ทั้งหน่วยงานราชการ ภาคเอกชน และองค์กรอิสระ ที่ผ่านมาตนขอชื่นชมสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ป.ป.ส. กองทัพ ฝ่ายปกครอง กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ได้บูรณาการความร่วมมือกันอย่างเต็มที่ ทั้งการแถลงข่าว การป้องกัน ปราบปราม และจับกุม อย่างไรก็ตาม เพื่อแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน ตนได้หารือร่วมกับกองทัพในการมุ่งเน้นกำจัดขบวนการค้ายาเสพติดตั้งแต่ต้นทาง แทนที่จะมุ่งปราบปรามเพียงปลายทางซึ่งมีการปรับเปลี่ยนวิธีการอยู่ตลอดเวลา ทำให้สิ้นเปลืองงบประมาณและบุคลากร อีกทั้งตนไม่ต้องการให้ผู้ปฏิบัติงานต้องไปเสี่ยงอันตราย การตัดวงจรตั้งแต่ต้นตอจึงเป็นแนวทางที่สำคัญที่สุด” นายอนุทิน กล่าว
นายอนุทิน กล่าวต่อไปอีกว่า หัวหน้าส่วนราชการและผู้ปฏิบัติงานทุกภาคส่วน ทุกคนทำงานด้วยความตั้งใจและไม่มีหนอนบ่อนไส้ที่จะมาเป็นอุปสรรคต่อการแก้ไขปัญหาของรัฐบาล จึงขอให้ทุกฝ่ายร่วมมือร่วมใจกันเดินหน้าต่อไป เพราะปัญหายาเสพติดสร้างความเสียหายต่อสังคมในวงกว้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อภาพลักษณ์และศักดิ์ศรีของประเทศไทยที่ต้องปราศจากยาเสพติด ทั้งนี้ สำหรับวาระเร่งด่วนในการประชุมวันนี้ คือการพิจารณาทบทวนมาตรการและแนวทางการแก้ไขปัญหาการลักลอบนำยาเสพติดเข้าประเทศออสเตรเลีย ซึ่งจากรายงานพบว่าในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 มีผู้เดินทางจากประเทศไทยถูกตั้งข้อหาลักลอบนำเข้ายาเสพติดเชิงพาณิชย์แล้วอย่างน้อย 6 คดี ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงและส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศเป็นอย่างมาก จึงจำเป็นต้องหารือมาตรการป้องกันอย่างจริงจัง เพื่อแสดงให้นานาชาติเห็นว่าประเทศไทยมีการตอบสนองและยกระดับมาตรฐานการป้องกันและปราบปรามที่เป็นไปตามหลักสากล
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หารือประเด็นสำคัญอื่นๆ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ การสรุปสถานการณ์ปัญหายาเสพติดประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รูปแบบการแก้ไขปัญหายาเสพติดในกลุ่มผู้เสพที่มีพฤติกรรมก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้อื่นและสังคม การสรุปผลการประชุมคณะกรรมาธิการยาเสพติด (CND) สมัยที่ 69 การประชุมทวิภาคีไทย-ลาว เรื่องความร่วมมือด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ครั้งที่ 21 และรายงานผลการทำลายยาเสพติดของกลาง รวมถึงวาระพิจารณาที่เชื่อมโยงกับการปฏิบัติงานของกระทรวงมหาดไทย ทั้งประเด็นการจับกุมการลักลอบนำยาเสพติดเข้าออสเตรเลีย ปฏิบัติการพิฆาตยาเสพติด และการดำเนินงานด้านการบำบัดรักษาผู้เสพและผู้ติดยาเสพติด ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 622/2569 วันที่ 4 ก.ค. 69
