วันนี้ (15 ก.ค. 69) เวลา 06.30 น. นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นางจิณณารัชช์ สัมพันธรัตน์ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย เป็นประธานพิธีตักบาตรและบรรยายธรรม “โครงการร้อยใจไทย สืบสานราชธรรม ทั้งแผ่นดิน” เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ ห้องประชุมนครสรลวงสองแคว อาคารบึงราชนก ต.วังทอง อ.วังทอง จ.พิษณุโลก โดยได้รับเมตตาจากพระราชวัชรสุทธิวงศ์ (เจ้าคุณอารยวังโส) เจ้าอาวาสวัดป่าพุทธพจน์หริภุญไชย (ธ) ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา นำคณะสงฆ์รับบิณฑบาต และเป็นประธานสงฆ์กล่าวสัมโมทนียกถาธรรมบูชาคุณพระรัตนตรัย พร้อมประกาศราชธรรม เพื่อความเป็นสรรพสิริมงคลของราชอาณาจักรไทย ตามพระราชปณิธาน “ธรรมราชา – ธรรมราชินี” โดยมี นายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก นางพรศรี ตรงศิริ ประธานชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดพิษณุโลก รองผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด (ท) หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และพุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดพิษณุโลก และจังหวัดใกล้เคียง ร่วมในกิจกรรมเป็นจำนวนมาก
พระราชวัชรสุทธิวงศ์ นำผู้ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์ชัยมงคลคาถา และกล่าวสัมโมทนียกถาธรรมพร้อมทั้งประกาศราชธรรม ความตอนหนึ่งว่า การเคารพธรรมในพระพุทธศาสนาเริ่มต้นด้วยคำว่า “สติ” มีสัมปชัญญะกำหนดรู้ มีสติกำหนดจดจ่อต่อเนื่อง อาศัยธรรมะเพื่อเข้าใจถึงความสงบและความสุข ซึ่งจังหวัดพิษณุโลกเป็นดินแดนแห่งชัยชนะที่ให้กำเนิดพระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ คือ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ผู้กอบกู้เอกราชหลอมรวมแผ่นดินเป็นปึกแผ่น และสืบต่อมาเป็นดินแดนแห่งการปฏิบัติบำเพ็ญประกอบพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
“การประกอบกิจกรรมในวันนี้ ทำให้ปรากฏมงคลที่เกิดจาก ประการที่ 1 ชัยชนะมาร ประการที่ 2 ทศพิธราชธรรม และประการที่ 3 ธรรมราชินี ทั้งเป็นการมาฝึกฝนการให้เพื่อประโยชน์สูงสุดของชีวิต คือ การให้ด้วยทาน อันเป็นการเริ่มต้นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่มาก ชัยชนะเพื่อผ่านพ้นอุปสรรคปัญหาทั้งหมดของชีวิต เพราะ “ความสำเร็จของชีวิตเริ่มต้นด้วยการให้” การให้ต้องมีผู้รับ มีสิ่งที่เป็นสาร ซึ่งชี้ถึงผู้ให้ว่า ผู้ให้ให้อะไร ให้ใคร ให้อย่างไร ไม่ใช่ให้ทิ้ง ให้ขว้าง ให้ปล่อย ให้เปล่า เป็นการให้อย่างมีอารยธรรม เชื่อมโยงกับคำว่า “สงเคราะห์” สงเคราะห์ในสิ่งที่ควรสงเคราะห์ ต้องไม่สงเคราะห์ในสิ่งที่ไม่ควรสงเคราะห์ ถ้าสงเคราะห์ในสิ่งที่ไม่ควรสงเคราะห์ผิด และถ้าไม่สงเคราะห์ในสิ่งที่ควรสงเคราะห์ก็ผิด ดังนั้น การให้ที่แท้จริงต้องให้อย่างมีสติและปัญญา จึงทำให้เกิด ทานบารมี บารมี อันหมายความว่า “กำลังของคุณธรรมและความดี” ทศพิธราชธรรม คือ ทานบารมี ผู้ทรงศีลจึงไม่กอปรความชั่วใด ๆ เพื่อทำให้การให้นั้นเกิดประโยชน์สูงสุด เฉกเช่นพระมหาวีรกรรมแห่งสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่ทรงดำรงพระชนม์เพื่อกอบกู้เอกราชของชาติ ท่านเกิดมาเพื่อปาริจาคะ คือ การให้อย่างผู้มีศีล สามารถคุ้มครองทหาร และผืนแผ่นดินได้” พระราชวัชรสุทธิวงศ์ กล่าว
พระราชวัชรสุทธิวงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อกล่าวถึงเรื่องชัยชนะ องค์สมเด็จพระพุทธโคดมสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงประกาศชัยชนะด้วยธรรมวิถีที่ไม่ทำร้ายทำลายเบียดเบียนใคร เป็นการใช้อำนาจธรรม จนก่อเกิดการประกาศความยิ่งใหญ่ ซึ่งเมื่อมีมาร ทรงมีชัยชนะ คือ การให้ ให้อย่างมีเมตตากรุณา ให้อย่างผู้มีศีล และเผยแผ่ขยายมายังพุทธศาสนิกชนทุกคนพึงระลึกถึงการให้อย่างมีธรรมะ โดยที่กายกรรม มโนกรรม วจีกรรม ต้องไม่ละเมิดในศีล เพื่อศีลจะปิดช่องโหว่ไม่ให้มารได้ช่อง แม้เราจะโกรธ เราไม่พูด ไม่กระทำในความชั่ว ไม่สาปแช่งมาร และใช้ “ความจริง” เข้าแก้ไข สัจธรรมความจริงจะชนะยับยั้งความไม่จริงทั้งปวง เอาชนะความชั่วด้วยความดี หมั่นเพียรพยายามสวดมนต์ไหว้พระเพื่อให้มีสติมากขึ้น ปลุกใจให้ตื่นรู้ว่า พระพุทธเจ้าเอาชนะทุกสิ่งด้วยความจริง ความนิ่ง ความสงบ ไม่ถือรัก ไม่ถือชัง หรือหากเปรียบกับเหล่าบรรดาทหารหาญและตำรวจ นักรบที่มีธรรมะ กับโจรที่ไร้ธรรมะ คนละเรื่องกัน นักรบที่มีธรรมะ คือ การทำหน้าที่ที่ต้องมีสติปัญญา เอาเอาชนะด้วยธรรม
“สิ่งเหล่านี้มีความเชื่อมโยงสัมพันธ์กัน ทุกคนใช้หลักธรรมในการดำรงชีวิต มีสัจธรรม และไม่เบียดเบียน ไม่ตกอยู่ใต้อำนาจของกิเลส มีเมตตากรุณาเกิดขึ้นในชีวิต และสิ่งที่เอาชนะทุกสิ่งคือ ขันติ อดทน อดกลั้น ในสิ่งที่ชอบและไม่ชอบ ไม่ลำเอียงด้วยความรัก โกรธ เกลียด กลัว รักพวกพ้องน้องพี่ โดยไม่คลาดจากธรรมะ สร้างบารมีด้วยการถ่ายทอดศีลธรรม ดังนั้น “เราต้องสำนึกการเป็นผู้ให้ และต้องให้อย่างเสียสละ และไม่คลาดจากธรรมะ ด้วยการไม่หวั่นไหวไปตามอคติธรรม ประคองตนให้ถูกต้องตลอดเวลาในทุกขณะ สิ่งที่ต้องทำ คือ ความดี เพื่อสร้างบารมี และทำให้เกิดบารมีมากยิ่งขึ้น” เพราะการให้ที่แท้จริงของนักปกครองเป็นการสร้างสรรค์คุณค่าที่สอดคล้องกับสถานะและสถานการณ์ เพื่อเติมเต็มความสุขและหล่อเลี้ยงสังคมให้ยั่งยืนอย่างเป็นธรรม“ พระราชวัชรสุทธิวงศ์ กล่าวในช่วงท้าย
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 14 ก.ค. 69 เวลา 18.59 น. ที่พระวิหารพระพุทธชินราช วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ วรมหาวิหาร อ.เมืองพิษณุโลก จ.พิษณุโลก ท่านเจ้าคุณพระราชวัชรสุทธิวงศ์ (เจ้าคุณอารยวังโส) เจ้าอาวาสวัดป่าพุทธพจน์หริภุญไชย (ธ) ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา คณะสงฆ์ พร้อมด้วยนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นางจิณณารัชช์ สัมพันธรัตน์ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย นายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก นางพรศรี ตรงศิริ ประธานชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดพิษณุโลก ข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่ และพุทธศาสนิกชน ร่วมประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนา ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมตาม “โครงการร้อยใจไทย สืบสานราชธรรม ทั้งแผ่นดิน” เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ประเทศชาติและประชาชนอีกด้วย
นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ตนและนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย ได้รับเมตตาจากท่านเจ้าคุณพระราชวัชรสุทธิวงศ์ (เจ้าคุณอารยวังโส) ถึงดำริธรรมในการถ่ายทอดเผยแผ่ “ราชธรรม” นั่นคือ “ทศพิธราชธรรม” อันเป็นหัวใจของหลักการปกครองบ้านเมืองที่คนมหาดไทยในฐานะ “นักปกครอง” ผู้เป็น “ข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” ควรเรียนรู้และถือปฏิบัติ เพื่อเสริมสร้างอุดมการณ์ หลักคิด หลักปฏิบัติ ตามแนวทางราชธรรมในการทำความดีเพื่อสังคมส่วนรวม จึงเป็นที่มาของการขยายผลต่อยอดโครงการ “ร้อยใจธรรม ร้อยอำเภอ สืบสานราชธรรม” สู่ระดับจังหวัด โดยการจัดกิจกรรมฯ ครั้งนี้ กระทรวงมหาดไทยและสมาคมแม่บ้านมหาดไทย ร่วมร่วมกับจังหวัดพิษณุโลก ดำเนินการเป็นจังหวัดที่ 36 เพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 664/2569 วันที่ 15 ก.ค. 69
