วันนี้ (1 ส.ค. 69) เวลา 09.30 น. ที่แปลงสาธิตการผลิตข้าวต้นทุนต่ำ บ้านท่านางเริง ต.นางบวช อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมชมแปลงสาธิตการปลูกข้าวต้นทุนต่ำ 6 แปลงในพื้นที่ปลูกข้าวรวม 95 ไร่ แยกเป็นข้าวไรซ์เบอรี่ 58 ไร่ และข้าวขาวพื้นนุ่ม 37 ไร่ พร้อมรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากเกษตรกรในพื้นที่ โดยมี นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายประภัตร โพธสุธน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ร่วมลงพื้นที่ โดยมี นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 17 ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุพรรณบุรี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ ผู้แทนภาคเอกชน อาทิ สวนกาญจน์ประสีณ บริษัท เทคชายน์ จำกัด บริษัท ซีบริงค์ จำกัด บริษัท เกษตรร่วมพัฒนา จำกัด และเกษตรกรในพื้นที่กว่า 300 คน เข้าร่วมกิจกรรม
นายอนุทิน กล่าวว่า เกษตรกรคือกระดูกสันหลังของชาติ เป็นความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ เนื่องจากภาคเกษตรกรรมเป็นฐานรากสำคัญในการผลิตอาหารและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยมาโดยตลอด ปัจจุบันรัฐบาลได้หาแนวทางการเพิ่มรายได้จากการปลูกข้าวให้กับพี่น้องชาวนาไทย มีมาตรการและนวัตกรรมสำคัญหลายด้าน อาทิ การลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิตต่อไร่ ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม ส่งเสริมเทคโนโลยีเกษตรแม่นยำ เพื่อลดการใช้แรงงาน และสารเคมี ปรับปรุงพันธุ์ข้าว พัฒนาและแจกจ่ายเมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์ดีที่ทนแล้งเพื่อให้ได้ผลผลิตต่อไร่สูงขึ้น บริหารจัดการน้ำ จัดระบบชลประทานและสระน้ำในไร่นา เพื่อให้มีน้ำใช้อย่างเพียงพอตลอดฤดูกาลผลิต
ด้านนายประภัตร โพธสุธน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี ได้กล่าวถึงการลดต้นทุนการผลิต การเพิ่มผลผลิตข้าว การถ่ายทอดองค์ความรู้สู่เกษตรกร และส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเพื่อลดการเผา เพิ่มมูลค่าให้ผลผลิต และเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการผลิตข้าวคาร์บอนต่ำในระดับชุมชน
ด้านนายณัฐพงษ์ (ผู้ว่าฯ สุพรรณบุรี) กล่าวว่า จังหวัดสุพรรณบุรีเป็นพื้นที่สำคัญของการผลิตข้าวไทยและเป็นตัวอย่างของการปรับตัวสู่เกษตรสมัยใหม่ที่ใช้ความรู้ เทคโนโลยี และการรวมกลุ่มของเกษตรกรเป็นพลังในการยกระดับการผลิต ตามนโยบายรัฐบาล ท่ามกลางความท้าทายจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ภัยแล้ง สภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง และการแข่งขันในตลาดโลกที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความปลอดภัย การตรวจสอบย้อนกลับ และการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 734/2569 วันที่ 1 ส.ค. 69
