วันนี้ (2 ส.ค. 69) เวลา 14.00 น. ที่ลาน The Hill ชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัลนอร์ทวิล อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงาน “ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจด้วยพระบารมี” ปี 2569 ภายใต้แนวคิด “RADIANCE OF SIAM สิริรัศมีแห่งแผ่นดิน” โดยนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และนางสาววีราภรณ์ เกียรติชัยพัฒน ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ร่วมในการแถลงข่าว และนายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ร่วมเป็นผู้แถลงข่าว
นายพลพีร์ กล่าวว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย มุ่งมั่นในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งการเสริมสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้มีความมั่นคงและเข้มแข็ง ซึ่งตนในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยที่กำกับดูแลกรมการพัฒนาชุมชนได้มีนโยบายในการสร้างความแตกต่างและสร้างความเติบโตของผลิตภัณฑ์ OTOP ให้พี่น้องประชาชนผู้ประกอบการสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพและเป็นที่ยอมรับของตลาดผู้บริโภคในปัจจุบัน ผลักดันสินค้าประชาชนโดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดเล็กให้สามารถขายได้ พร้อมทั้งได้กำชับ 2 นโยบายสำคัญคือ 1. ต้องเป็น One Stop Service “ศูนย์บริการผู้ประกอบการชุมชนแบบครบวงจร” ทั้งการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ การรับรองมาตรฐาน การออกแบบบรรจุภัณฑ์ การเข้าถึงแหล่งทุนดอกเบี้ยพิเศษ และช่องทางการตลาด และ 2. ผลักดันเงินกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ในรูปแบบแฟรนไชส์ธุรกิจที่กรมการพัฒนาชุมชนต้องสามารถแตกเป็นต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำให้ได้ เพื่อไม่ผลิตสินค้ามาแย่งพื้นที่ตลาดกันเอง และเมื่อสินค้ามีความหลากหลาย ราคาก็จะทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงได้ง่ายขึ้น และในสัปดาห์หน้า จะมีการลงนาม MOU กับแพลตฟอร์มการตลาดต่าง ๆ
“สำหรับการจัดงาน “ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจด้วยพระบารมี” ปี 2569 ตนได้ให้นโยบายตั้งเป้ายอดจำหน่ายมีรายได้กลับสู่ผู้ประกอบการชุมชนทั่วประเทศ จังหวัดละไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท หรือคิดเป็นประมาณ 770 ล้านบาท ตลอดการจัดงาน และงานในครั้งนี้จะได้สะท้อนถึงการพัฒนารูปแบบของพื้นที่จัดงานที่ผู้บริโภคสามารถพบกับสินค้าที่มีความหลากหลายซึ่งรวมถึงสินค้าที่ไม่มีดาวด้วย และยังมีการปรับพื้นที่ให้ร้านประเภทต่าง ๆ อยู่ในจุดที่ประชาชนสามารถพบเจอได้ง่ายขึ้นอีกด้วย และที่สำคัญ ผู้ประกอบการล้วนแล้วแต่เป็นผู้ลงทะเบียน โครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ตามนโยบายรัฐบาล” นายพลพีร์ กล่าว
นายสยาม กล่าวว่า ปัจจุบันเรามีผู้ประกอบการ OTOP รวม 100,000 กลุ่ม ผลิตภัณฑ์มากกว่า 200,000 ผลิตภัณฑ์ โดยการจำหน่ายในงานฯ ปีที่แล้ว มีรายได้ถึง 814 ล้านบาท และปีก่อนหน้านี้ 600 ล้านบาท สะท้อนว่า การที่เรายิ่งส่งเสริมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ และขยายสู่ตลาดออนไลน์โมเดิร์นเทรด ด้วยการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย ซึ่งก็คือการจัดงาน OTOP ที่เมืองทองธานี ปีละ 3 ครั้ง แต่ครั้งนี้ คือ การจัดงาน “ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจด้วยพระบารมี” ปี 2569 เป็นไฮไลท์สำคัญ ซึ่งถือเป็นการผนวกเอาเรื่องของพระราชปณิธานสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง และภูมิปัญญาไทย ด้วยการนําภูมิปัญญาของแต่ละท้องถิ่นมาประกอบกับวัตถุดิบที่เกิดขึ้นในท้องถิ่นและแรงงานของประชาชนในท้องถิ่นผนวกผลิตรวมกันกลายเป็น “ผลิตภัณฑ์ชุมชน” ของแต่ละตําบล/หมู่บ้าน เมื่อส่งเสริมให้มีการผลิตจำนวนมากก็ไปสู่การส่งเสริมการขาย โดยกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย จึงถือว่างานในครั้งนี้เป็นงานที่ใหญ่และมีความสมบูรณ์
“วัตถุประสงค์สำคัญการจัดงานฯ เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชินีพันปีหลวง ผู้ทรงอนุรักษ์และสืบสานมรดกภูมิปัญญาหัตถศิลป์หัตถกรรมไทยให้คงอยู่คู่กับประเทศไทยอย่างยั่งยืน ซึ่งในปัจจุบันพวกเราชาวไทยได้รับพระกรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงสืบสาน รักษา และต่อยอดอย่างสมบูรณ์ ประดุจแสงประทีปที่โชติช่วงให้สินค้าภูมิปัญญาไทยมีความทันสมัย ได้รับการเชิดหน้าชูตา และเข้าถึงประชาชนทุกกลุ่มทุกช่วงวัยในยุคปัจจุบัน”
นายสยาม กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการจัดงาน “ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจด้วยพระบารมี” ปี 2569 มีผลิตภัณฑ์จากทั่วประเทศ จำนวนมากกว่า 2,000 ร้านค้า และมีการนำเสนอความงดงามของผ้าไทย รวมถึงงานหัตถศิลป์ประเภทต่าง ๆ ผลิตภัณฑ์มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ และ OTOP 5 ประเภท โดยเฉพาะอย่างยิ่งโซน OTOP ชวนชิมที่คัดสรรสุดยอดอาหารจากทั่วทุกภูมิภาคที่มีความหลากหลาย และตลอดทั้งงานยังมีโปรโมชั่นคูปองส่วนลดต่าง ๆ อีกมากมาย โดยไฮไลท์ออกแบบ 4 โซนใหม่ ได้แก่ 1. OTOP Mutelu สะท้อนมิติภูมิปัญญาความเชื่อ ความศรัทธา และวัฒนธรรมท้องถิ่นที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน อาทิ เครื่องรางวัตถุมงคล งานศิลป์สายมู และผลิตภัณฑ์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความเชื่อในแต่ละภูมิภาคที่มีความงดงามและดีไซน์ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ 2. OTOP Craft & Design ต่อยอดงานหัตถกรรมดั้งเดิมผสมผสานแนวคิดด้านดีไซน์นวัตกรรมและไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ ยกระดับผลิตภัณฑ์ไม่เพียงของใช้หรือของฝาก แต่เป็นสินค้าที่ตอบโจทย์ชีวิตในปัจจุบัน 3. OTOP Luxury นำเสนอเครื่องประดับและอัญมณี ฝีมือช่างศิลปในรูปแบบพรีเมียมจากทั่วประเทศ และเปิดโอกาสจับคู่ธุรกิจเจรจาการค้าระดับ B2B และ 4. OTOP Spirits Tasting นำเสนอเครื่องดื่มพื้นบ้านที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวจากทั่วประเทศ เพื่อเปิดประตูสู่โอกาสการแข่งขันตลาดใหม่ ๆ ตั้งเป้าเกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 600 ล้านบาท สร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้ครอบครัว ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ช่างฝีมือ และเครือข่ายทั่วประเทศ
กระทรวงมหาดไทยขอเชิญแฟนคลับ OTOP และพี่น้องประชาชน ร่วมงาน “ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจด้วยพระบารมี” ปี 2569 ระหว่างวันที่ 8-16 สิงหาคม 2569 เวลา 10.00-21.00 น. ณ ชาเลนเจอร์ 1-3 ศูนย์แสดงสอนค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี มาร่วมให้กำลังใจผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และร่วมเลือกซื้อ ชม ช็อป ชิม เช็คอิน ผลิตภัณฑ์ OTOP ส่งต่อคุณค่าของแผ่นดิน ส่งต่อรายได้กลับสู่ชุมชนไทยทั่วประเทศ ทำให้ประชาชนได้มีความสุขอย่างมั่นคงและยั่งยืน
การแถลงข่าวในวันนี้ได้รับความสนใจจากประชาชนที่เดินทางมาท่องเที่ยว รวมถึงผู้บริหารของส่วนราชการและหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสกัดกระทรวงมหาดไทย เช่น นายวรงค์ แสงเมือง รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายไพโรจน์ โสภาพร รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายวินัย โตเจริญ รองอธิบดีกรมการปกครอง นายชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นางระวีพรรณ แก้วเพียงเพ็ญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี เป็นต้น
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 738/2569 วันที่ 2 ส.ค. 69
