วันนี้ (10 ส.ค. 69) เวลา 15.00 น. ที่เวทีกลาง ชาเลนเจอร์ 2 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานเปิดงาน “ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจด้วยพระบารมี” ปี 2569 ภายใต้แนวคิด “RADIANCE OF SIAM สิริรัศมีแห่งแผ่นดิน” โดยมี นางธนนนท์ ชาญวีรกูล ประธานกรรมการคู่สมรสคณะรัฐมนตรีและที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมแม่บ้านมหาดไทย คณะรัฐมนตรี อาทิ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายพลพีร์ สุวรรณฉวี นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย คณะทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย คณะกรรมการอำนวยการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์แห่งชาติ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน พร้อมผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัด หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สื่อมวลชน ภาคีเครือข่าย และผู้ร่วมงานกว่า 1,000 คน เข้าร่วม
โอกาสนี้ นายอนุทิน และผู้ร่วมงาน ร่วมรับชมการแสดงชุด “จากผืนดิน ผ่านผืนผ้า สู่ผืนฟ้า แห่งสากล” โดยวงดุริยางค์เยาวชนไทย ซึ่งเป็นการแสดงน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง “แม่แห่งแผ่นดิน” ผู้ทรงชุบฟื้นคืนชีวิตผืนผ้าไทยโดยเฉพาะชุดไทยพระราชนิยมทั้ง 8 แบบ และงานหัตถกรรมไทย ให้คงอยู่คู่แผ่นดิน ทำให้ทุกวันนี้ ผ้าและหัตถกรรมไทยมีชื่อเสียง ได้รับคำชื่นชม และการยอมรับจากนานาอารยประเทศทั่วโลก
จากนั้น นายอนุทิน เป็นประธานกล่าวเปิดงาน โดยระบุว่า การจัดงานศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจ ด้วยพระบารมี ปี 2569 นับเป็นโอกาสอันสำคัญที่พวกเราทุกคนจะได้ร่วมกัน น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ อันหาที่สุดมิได้ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพ้นปีหลวง ผู้ทรงมีพระราชปณิธานอันแน่วแน่ในการยกระดับคุณภาพชีวิตของพสกนิกรทั่วทุกภูมิภาค โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการส่งเสริมอาชีพ สร้างรายได้แก่ราษฎร ควบคู่กับการอนุรักษ์ สืบสาน และต่อยอด งานศิลปหัตถกรรมอันทรงคุณค่าของชาติ ให้คงอยู่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมสืบไป
“พระมหากรุณาธิคุณดังกล่าว ได้ก่อให้เกิดคุณปการอันใหญ่หลวงต่อประเทศชาติ ทั้งในด้านการสร้างความเข้มแข็ง ให้แก่ชุมชน การพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน ตลอดจนการธำรงรักษา ภูมิปัญญาไทย ให้สามารถดำรงอยู่ และปรับตัวก้าวทัน ต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ ดังนั้น งานในวันนี้ จึงมิใช่เพียงเวทีจัดแสดง และจำหน่ายผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่พร้อมตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในระดับสากลเท่านั้น หากยังเป็นเวทีแห่งการสืบสานพระราชปณิธาน และการเผยแพร่คุณค่าแห่งภูมิปัญญา วัฒนธรรม และอัตลักษณ์ไทย ผ่านผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพ และสินค้า OTOP ที่เกิดจากความวิริยะ อุตสาหะ ความประณีต และความคิดสร้างสรรค์ของคนไทย รัฐบาลให้ความสำคัญ กับการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก โดยพร้อมสนับสนุน การนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาผสาน กับทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อยกระดับสิบสินค้า OTOP ไทย ให้มีคุณภาพ มาตรฐาน และศักยภาพในการแข่งขันสูงขึ้น รวมทั้งขยายโอกาสสู่ตลาด ทั้งในและต่างประเทศ อันจะนำไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่ม สร้างอาชีพ และสร้างรายได้ที่มั่นคงแก่พี่น้องประชาชนอย่างทั่วถึง“
นายอนุทิน กล่าวเพิ่มเติมว่า งาน “ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจด้วยพระบารมี” จึงเป็นอีกก้าวสำคัญ ในการแสดงศักยภาพของผู้ผลิตและผู้ประกอบการชุมชนไทย สะท้อมความสำเร็จของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ OTOP ที่มีมาอย่างต่อเนื่อง อันเป็นส่วนสำคัญในการสร้างเสริม เศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน ซึ่งผมขอขอบคุณทุกหน่วยงาน ตลอดจนผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่าน ที่ได้ร่วมแรงร่วมใจกันจัดงานอันทรงคุณค่าในครั้งนี้ขึ้น และขอเชิญชวนพี่น้องประชาชน ร่วมเยี่ยมชมและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพ และสินค้า OTOP เพื่อร่วมสนับสนุนภูมิปัญญาไทย และผู้ประกอบการชุมชน ร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ ให้มีความมั่นคงและยั่งยืนต่อไป
ด้านปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ขอขอบคุณนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ที่ได้กรุณาเดินทางมาเยี่ยมชมให้กําลังใจและอุดหนุนผู้ประกอบการตลอด 2 วันที่ผ่านมาในช่วงที่ยังไม่เปิดทางการ ซึ่งผลิตภัณฑ์ OTOP ถือเป็นตัวแทนวัฒนธรรม ความคิดสร้างสรรค์ และภูมิปัญญาไทย ที่สะท้อนคุณค่าและคุณภาพในสายตาชาวโลก และยังเป็นการสืบสานรักษาและต่อยอดแนวพระราชดำริของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพราะงาน OTOP มีพื้นฐานจากโครงการศิลปาชีพของพระองค์ท่าน โดยมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยบูรณาการทำงานร่วมกับภาคีที่เกี่ยวข้องในการขับเคลื่อนการดำเนินงาน จึงได้มอบหมายให้กรมการพัฒนาชุมชนจัดงานนี้ขึ้นตั้งแต่ปี 2555 เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อสร้างรายได้ให้กับกลุ่มอาชีพที่เป็นสมาชิกศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพ และกลุ่ม OTOP ทั่วประเทศ
งาน “ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจด้วยพระบารมี” ปี 2569 มีกิจกรรม 3 ส่วน ได้แก่ 1. การจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และนิทรรศการน้อมถวายอาลัยสมเด็จพระบรมราชชนนีหลวง 2. การจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ โครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก กลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ระดับ 3-5 ดาว OTOP ชวนชิม ศิลปิน OTOP และส่วนราชการ มูลนิธิ สมาคม 15 หน่วยงาน ผู้ประกอบการมากกว่า 3,000 ราย 150,000 ผลิตภัณฑ์ และ 3. กิจกรรมส่งเสริมการขายด้วยกิจกรรมส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมและศิลปินชั้นนำ โดยได้นำโครงการไทยช่วยไทยพลัส มาปฏิบัติเป็นรูปธรรมจนสามารถกระตุ้นยอดจำหน่ายได้เพิ่มสูง โดยมียอดจำหน่าย 2 วันแรก 146 ล้านบาท ประเภทสินค้ายอดจำกน่ายสูงสุด 5 ลำดับแรก ได้แก่ 1. OTOP 5 ประเภท 78.6 ล้านบาท 2. ศิลปิน OTOP 11.9 ล้านบาท 3. OTOP ชวนชิม 12.5 ล้านบาท 4. ภาคีเครือข่าย 8.4 ล้านบาท และ 5. OTOP ขึ้นเครื่องบิน 3.69 ล้านบาท
กระทรวงมหาดไทยขอเชิญแฟนคลับ OTOP และพี่น้องประชาชน ร่วมงาน “ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจด้วยพระบารมี” ปี 2569 ระหว่างวันที่ 8-16 สิงหาคม 2569 เวลา 10.00-21.00 น. ณ ชาเลนเจอร์ 1-3 ศูนย์แสดงสอนค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี มาร่วมให้กำลังใจผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และร่วมเลือกซื้อ ชม ช็อป ชิม เช็คอิน ผลิตภัณฑ์ OTOP ส่งต่อคุณค่าของแผ่นดิน ส่งต่อรายได้กลับสู่ชุมชนไทยทั่วประเทศ ทำให้ประชาชนได้มีความสุขอย่างมั่นคงและยั่งยืน
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 790/2569 วันที่ 10 ส.ค. 69
