นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ได้กำชับไปยังจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้กำกับดูแลการจ้างเหมาบริการนิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ระเบียบ และกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยต้องคำนึงถึงความเหมาะสม ความโปร่งใส และประโยชน์ของทางราชการเป็นสำคัญ
นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า การจ้างเหมาบริการเป็นแนวทางหนึ่งที่ อปท. สามารถนำมาใช้เพื่อสนับสนุนและเสริมการปฏิบัติงานตามภารกิจของหน่วยงาน แต่ ไม่ควรถูกนำไปใช้เป็นช่องทางในการรับรองหรือคืนสิทธิ์ให้แก่บุคคลที่มีประเด็นเกี่ยวกับการทุจริต หรือมีพฤติการณ์ที่ไม่เหมาะสม
“จ้างเหมาบริการมีไว้เพื่อเสริมการทำงาน ไม่ใช่ช่องทางคืนสิทธิ์ให้คนที่มีปัญหาเรื่องการทุจริต ทุกอย่างต้องอยู่บนหลักความถูกต้อง โปร่งใส และตรวจสอบได้” นายวรศิษฎ์ กล่าว
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ยังเน้นย้ำว่า ผู้บริหารท้องถิ่นและผู้มีอำนาจในการพิจารณาจ้าง ต้องยึดหลักจริยธรรมและกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ไม่เลือกปฏิบัติ ไม่เอื้อประโยชน์ให้กับบุคคลหนึ่งบุคคลใด รวมถึงต้องพิจารณาคุณสมบัติ ความรู้ และประสบการณ์ของผู้รับจ้างให้เหมาะสมกับลักษณะงาน
พร้อมกันนี้ ได้กำชับให้ทุกจังหวัดสื่อสารและทำความเข้าใจกับ อปท. ให้ชัดเจนว่า การจ้างเหมาบริการต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติราชการ ไม่ใช่กลไกในการหลีกเลี่ยงหลักเกณฑ์ หรือเป็นช่องทางในการนำบุคคลที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมกลับเข้าสู่ระบบ
“ระบบราชการต้องมีมาตรฐานเดียวกัน คนทำดีต้องได้รับความเป็นธรรม และการบริหารงานท้องถิ่นต้องไม่เปิดช่องให้เกิดการเอื้อประโยชน์แก่ผู้ใด” นายวรศิษฎ์ กล่าว
นายวรศิษฎ์ ย้ำว่า กระทรวงมหาดไทยจะติดตามการดำเนินงานของจังหวัดและ อปท. อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การบริหารงานบุคคลและการใช้จ่ายงบประมาณเป็นไปอย่างถูกต้อง โปร่งใส และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน โดยเฉพาะในช่วงที่สังคมให้ความสำคัญกับการคืนความเชื่อมั่นต่อระบบการสอบและระบบราชการท้องถิ่น
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 799/2569 วันที่ 11 ส.ค. 2569
