วันนี้ (30 ส.ค. 69) ที่ จังหวัดสงขลา นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้ กองสารนิเทศ สํานักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย (กระทรวงมหาดไทย PR) นําคณะสื่อมวลชนส่วนกลาง ลงพื้นที่ติดตามการพัฒนาผลิตภัณฑ์ OTOP จังหวัดสงขลา เนื่องในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 1/2569 จังหวัดสงขลา ระหว่างวันที่ 30 ส.ค. – 1 ก.ย. 69
นายอรรษิษฐ์ เผยว่า กระทรวงมหาดไทยได้นำนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กำหนดเป็นนโยบายสำคัญเร่งด่วนของกระทรวงมหาดไทย“มหาดไทย ทำ ทัน ที Action 5PLUS” ซึ่ง 1 ในประเด็นนโยบายที่สำคัญ คือ“ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้” “สนับสนุนนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก และเศรษฐกิจชุมชน (Action to Lower Living Costs and Increase Income)” ผ่านการพัฒนาสินค้า OTOP และสินค้าชุมชน เพิ่มช่องทางจำหน่าย ผ่านช่องทางการตลาดออนไลน์ตลาดท้องถิ่น และงานแสดงสินค้า เพื่อยกระดับรายได้ในชุมชน โดยได้เน้นย้ำให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ใช้กลไกพัฒนาการจังหวัด และพัฒนากรในพื้นที่ เป็นผู้ส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการ รวมถึงการให้ความรู้และอบรมเพื่อพัฒนาช่องทางการตลาด อันจะทำให้ประชาชนผู้ประกอบการในทุกชุมชนได้มีงานมีอาชีพมีรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืน
น.ส.รัตนา ไมสัน พัฒนาการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า จังหวัดสงขลา โดยนายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ได้นำนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย เดินหน้าผลักดันการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างเศรษฐกิจฐานราก ขยายตลาดและเพิ่มมูลค่าสินค้าให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่โดยตรง โดยเตรียมนำสินค้าทั้ง 16 อำเภอและกลุ่มเครือข่ายมาร่วมจัดแสดงในการประชุม ครม.สัญจร ครั้งนี้ อาทิ ขนมม่อฉี โรตีชาชัก ไข่ครอบ ยำสาหร่ายผมนาง มะม่วงเบาแช่อิ่มสิงหนคร มะม่วงเบาสเลอปี้ หนังปลากระพงขาวทอดหรอบ ไอติมจำปาดะ เต้าคั่วสงขลา เต้าหู้คลองแงะ และลูกชิ้นปลาพริกไทยดำ
“ในปัจจุบัน จังหวัดสงขลามีกลุ่มผู้ประกอบการ OTOP รวมทั้งสิ้น 1,034 ราย (เป็นผู้ประกอบการ OTOP ชวนชิม 54 ราย) และมีผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นทะเบียนรวม 2,448 รายการ โดยจำแนกตามประเภทผลิตภัณฑ์ ได้แก่ ประเภทอาหาร 1,037 รายการ, OTOP ชวนชิม 484 รายการ, ผ้าและเครื่องแต่งกาย 345 รายการ, เครื่องดื่ม 331 รายการ, ของใช้และของตกแต่ง 260 รายการ และสมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร 13 รายการ”
โดยทางคณะฯ ได้ลงพื้นที่เยี่ยมชมกลุ่มทอผ้าราชวัตร แสงส่องหล้า 1 ตำบลเกาะยอ อำเภอเมืองสงขลา เพื่อติดตามความพร้อมในการจัดเตรียมผ้าทอเกาะยอสำหรับมอบแก่คณะรัฐมนตรี ในโอกาสการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ณ จังหวัดสงขลา โดย นายวิชัย มาระเสนา ประธานกลุ่มทอผ้าราชวัตร แสงส่องหล้า 1 เปิดเผยว่า ทางกลุ่มได้คัดเลือกลายราชวัตร ซึ่งเป็นลายผ้าเอกลักษณ์ประจำจังหวัดสงขลาที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 126 ปี เดิมชาวบ้านเรียกว่า “ลายคอนกเขา” หรือ “ลายก้านแย่ง” ก่อนจะได้รับพระราชทานชื่อ “ราชวัตร” เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินเยือนภาคใต้ เมื่อปี พ.ศ. 2443 โดยความพิเศษในครั้งนี้ ทางกลุ่มได้ตั้งใจเลือกใช้สีน้ำเงินอมม่วง ซึ่งเป็นสีประจำตัวของนายกรัฐมนตรี มารังสรรค์ลงบนผืนผ้า
“สำหรับกระบวนการผลิตผ้าทอเกาะยอ แม้การจัดเตรียมกี่ทอผ้าในระยะแรกจะต้องใช้เวลาประมาณ 7 วัน แต่เนื่องจากทางกลุ่มได้เตรียมม้วนเส้นด้ายไว้ล่วงหน้า จึงสามารถดำเนินการทอได้อย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีกำลังการผลิตอยู่ที่ประมาณ 3 เมตรต่อวัน ซึ่งเป็นความยาวที่เพียงพอสำหรับการตัดเย็บเสื้อ 1 ตัว ทั้งนี้ ประธานกลุ่มฯ ได้แสดงความภาคภูมิใจที่ได้นำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาเผยแพร่ในระดับประเทศ ซึ่งการที่คณะผู้นำระดับสูงสวมใส่ผ้าทอเกาะยอในการประชุมครั้งนี้ จะเป็นแบบอย่างสำคัญในการประชาสัมพันธ์อัตลักษณ์ชุมชนให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย และช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากผ่านการสร้างงานสร้างรายได้ให้แก่คนในพื้นที่”
จากนั้น คณะฯ ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรทะเลสาบสงขลา เพื่อศึกษาขั้นตอนและกระบวนการผลิต “ไข่ครอบสงขลา” สินค้าบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ของจังหวัด ก่อนเดินทางต่อไปยังกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปรรูปมะม่วงเบาแม่ติ้ว ในพื้นที่อำเภอสิงหนคร เพื่อติดตามการพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปทางการเกษตรที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลผลิตท้องถิ่น
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 918/2569 วันที่ 30 ส.ค. 2569
