วันนี้ (1 ก.ย. 69) เวลา 10.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 1/2569 โดยเป็นการประชุมคณะรัฐมนตรี ครั้งที่ 22/2569 ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยมี รองนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี อาทิ นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย เข้าประชุม
ภายหลังการประชุม นายอนุทินฯ ได้นำแถลงผลการประชุม โดยมีสาระสำคัญว่า ในวันนี้เป็นการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทางการ ณ จังหวัดสงขลา ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ สงขลา สตูล ยะลา นราธิวาส และปัตตานี ซึ่งผลจากการประชุมในวันนี้ รัฐบาลได้กำหนดแนวทางเร่งด่วน (Quick Win) ใน 4 มิติสำคัญ ได้แก่ การขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านการขุดลอกร่องน้ำปัตตานีและสงขลา พร้อมออกมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) และสิทธิประโยชน์ทางภาษี, การพัฒนาสังคมและคุณภาพชีวิตด้วยการอนุมัติงบประมาณเพื่อออกแบบและก่อสร้างโรงพยาบาลหาดใหญ่แห่งที่ 2 ตลอดจนการคุ้มครองแรงงานไทยในมาเลเซีย, การเสริมสร้างความมั่นคงด้วยการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาบูรณาการร่วมกับประชาชน และการจัดสรรงบประมาณกว่า 142 ล้านบาท เพื่อบริหารจัดการภัยพิบัติและพัฒนาระบบระบายน้ำในพื้นที่
“ด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน รัฐบาลมุ่งเน้นการเชื่อมต่อระบบคมนาคมขนส่งระบบรางอย่างไร้รอยต่อ (Missing Link) เพื่อผลักดันเศรษฐกิจภาคใต้เชื่อมโยงสู่ระดับประเทศและภูมิภาคอาเซียน โดยพร้อมเดินหน้าโครงการสำคัญ อาทิ สะพานข้ามทะเลสาบสงขลา และสะพานเชื่อมเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ ซึ่งได้ลงนามร่วมกับกรมทางหลวงชนบทเพื่อเริ่มดำเนินโครงการแล้ว โดยมุ่งหวังอำนวยความสะดวกในการสัญจรทางบกและส่งเสริมการท่องเที่ยวระดับนานาชาติ ในมิติการบริหารราชการแผ่นดิน การลงพื้นที่ครั้งนี้เปิดโอกาสให้ฝ่ายบริหารได้บูรณาการการทำงานร่วมกับข้าราชการและผู้นำท้องถิ่น เพื่อส่งมอบภารกิจและเตรียมความพร้อมสำหรับการสับเปลี่ยนบุคลากรในรอบปีงบประมาณ 2570 ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ให้การปฏิบัติหน้าที่เป็นไปอย่างต่อเนื่องและไร้รอยต่อ ทั้งนี้ การประชุมครั้งนี้ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอันมาก ซึ่งตนคิดว่าจะมีรูปแบบการประชุม ครม.สัญจร รูปแบบต่าง ๆ ทั่วประเทศ โดยครั้งต่อไปจะเป็นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ จ.อุดรธานี และจะไปในระดับพื้นที่ให้มากที่สุด ทั้งระดับจังหวัด กลุ่มจังหวัด ตามความเหมาะสม” นายอนุทิน กล่าว
นายอนุทิน กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ รัฐบาลได้มีการวางกรอบแนวคิด “โครงการประกันภัยพิบัติถ้วนหน้า” เพื่อรองรับความเสี่ยงจาก 3 ภัยธรรมชาติ ได้แก่ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว ครอบคลุมประชาชน 30 ล้านหลังคาเรือนทั่วประเทศ โดยมีการกำหนดวงเงินคุ้มครองความเสียหายด้านที่อยู่อาศัยสูงสุด 100,000 บาทต่อครั้ง (ไม่จำกัดจำนวนครั้งต่อปี) และกรณีเสียชีวิตรายละ 2,000,000 บาท โดยมีกลไกจ่ายเงินเยียวยาเบื้องต้นภายใน 15 วัน และเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมภายใน 15 วันถัดไป โดยโครงการประกันภัยพิบัติดังกล่าว รัฐบาลจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าเบี้ยประกันประมาณ 15,500 ล้านบาทต่อปี เพื่อสร้างกรอบวงเงินคุ้มครองความเสี่ยงรวมกว่า 75,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งถือเป็นแนวทางการบริหารงบประมาณที่มีประสิทธิภาพ คุ้มค่า และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายภาครัฐในการเยียวยาภัยพิบัติที่ผ่านมา พร้อมขยายขอบเขตการดูแลชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนให้ครอบคลุมและรวดเร็วยิ่งขึ้น
ในการประชุม ครม. ในครั้งนี้ มีคณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วม นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายภาสกร บุญญลักษม์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านกิจการความมั่นคงภายใน นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมที่ดิน นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง นายสยาม สิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง นายศักระ กปิลกาญจน์ รองหัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ว่าที่ ร.ต.ตระกูล โทธรรม ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส นางพาตีเมาะ สะดียามู ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี นายก้องสกุล จันทราช ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา นายคณิต ชูช่วย ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล นายสมชาย ลีหล้าน้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช นายอัธยา นวลอุทัย ผู้ช่วยปลัดกระทรวงมหาดไทย นายสราวุธ สุขรื่น ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาและส่งเสริมการบริหารราชการจังหวัด นายเอกพงษ์ ศิริพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน นางสาวรัตนา สรภูมิ ผู้อำนวยการสำนักตรวจราชการและเรื่องราวร้องทุกข์ นายเสรี กัณฑ์โรจน์ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 933/2569 วันที่ 1 ก.ย. 69
