วันนี้ (17 ก.ย. 69) เวลา 13.30 น. ที่อาคารรับรอง 606 สนามเสือป่า สำนักพระราชวัง กรุงเทพฯ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เข้าประชุมคณะกรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง ครั้งที่ 3/2569 โดยมี พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี ประธานคณะกรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยพลเรือเอก พงษ์เทพ หนูเทพ องคมนตรี รองประธานคณะกรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง และมีคณะกรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง รวมถึงผู้ว่าราชการจังหวัดต่าง ๆ ได้แก่ นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน นายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง นายปิยพงศ์ ชูวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน นางสาวอรอาภา โล่วีระ ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา นายชูศักดิ์ รู้ยิ่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก และนายศรีธรรม ราชแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เข้าร่วม
นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทย มีภารกิจสำคัญในการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกพื้นที่ของประเทศ มุ่งมั่นในการขับเคลื่อนงานตามแนวพระบรมราโชบาย “สืบสาน รักษา และต่อยอด” ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพร้อมสนับสนุนการดำเนินงานร่วมกับมูลนิธิโครงการหลวง ขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในระดับพื้นที่ผ่านกลไกผู้ว่าราชการจังหวัดซึ่งเป็นผู้บริหารสูงสุดของจังหวัดผู้ทำหน้าที่บูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนพัฒนาพื้นที่ทั้งในมิติเชิงนโยบายและการปฏิบัติให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน
“มูลนิธิโครงการหลวงเป็นองค์กรที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาพื้นที่สูงของประเทศไทย ทั้งในด้านการส่งเสริมอาชีพ การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และการสร้างความเป็นอยู่ที่มั่นคงให้กับชุมชนบนพื้นที่สูงมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผลงานอันเป็นรูปธรรมเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดปัญหาการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ แต่ยังเป็นต้นแบบของการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งได้รับการยอมรับทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ ทั้งนี้ ด้วยความร่วมมืออันเข้มแข็งของทุกภาคส่วน จะเป็นพลังสำคัญในการสืบสานพระราชปณิธานและขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศให้เกิด ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน อันจะนำมาซึ่งประโยชน์สุขของประชาชนและความเจริญก้าวหน้าของประเทศชาติโดยรวม”
นายอรรษิษฐ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงมหาดไทย ได้กำชับให้จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน ลำพูน ลำปาง พะเยา ตาก และจังหวัดบุรีรัมย์ ให้ความสำคัญและสนับสนุนการขับเคลื่อน การดำเนินงานร่วมกับมูลนิธิโครงการหลวง และพร้อมเน้นย้ำให้นายอำเภอในพื้นที่ที่ตั้งศูนย์พัฒนา โครงการหลวง เป็นหลักในการประสานงานระหว่างหน่วยงานและสนับสนุนการขับเคลื่อน การดำเนินงานโครงการหลวงในพื้นที่ให้เกิดความต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ โดยประยุกต์แนวทางการนำกระบวนการจัดทำแผนและประสานแผนพัฒนาพื้นที่ (One Plan) มาใช้ในการขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในระดับพื้นที่มาดำเนินการ โดยมุ่งประโยชน์สูงสุด คือ การพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนให้ได้รับโอกาสและการพัฒนาทุกมิติอย่างยั่งยืน
การประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการหลวงในครั้งนี้ ที่ประชุมได้ร่วมกันกำกับ ติดตาม และพิจารณาทิศทางการดำเนินงานของมูลนิธิโครงการหลวงให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับพระราชปณิธาน และสามารถตอบสนองต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่สูง ได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม การเกษตร การแพทย์ และการบริหารจัดการทรัพยากรในพื้นที่ และรับทราบผลการจัดงานโครงการหลวง และความก้าวหน้า การดำเนินงานโครงการสืบสานพระราชปณิธานงานโครงการหลวง รวมถึงโครงการสืบสานพระราชปณิธาน หน่วยแพทย์อาสาและการพัฒนาคุณภาพชีวิต นอกจากนี้ ยังมีการรายงานความก้าวหน้าการดำเนินงานของศูนย์พัฒนา โครงการหลวงเลอตอ สถานีวิจัยการเกษตรและพัฒนาโครงการหลวงโนนดินแดง และการวิจัยและพัฒนาชุมชนบนพื้นที่สูง ของโครงการหลวงอย่างครบวงจร รวมทั้งสรุปผลการดำเนินงานของหน่วยงานต่าง ๆ ภายใต้แผนปฏิบัติการพัฒนาพื้นที่ โครงการหลวง และแผนงาน/โครงการภายใต้แผนปฏิบัติการมูลนิธิโครงการหลวง ปีงบประมาณ พ.ศ. 2570
นอกจากนี้ ที่ประชุมได้พิจารณาร่างกรอบแนวทางการจัดทำแผนกลยุทธ์มูลนิธิโครงการหลวง ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2571 – 2575) ทั้งการกำหนดเป้าหมาย ผลสัมฤทธิ์ และตัวชี้วัดที่เชื่อมโยงกับบริบทการเปลี่ยนแปลงและความต้องการของประชาชนในพื้นที่ และอนุมัติหลักการพัฒนาและก่อสร้างโรงงานต้นแบบการผลิตชาพร้อมดื่มเพื่อสุขภาพ อันเป็นแนวทางในการต่อยอดองค์ความรู้ ผลผลิต และศักยภาพของพื้นที่ไปสู่ การเพิ่มมูลค่าและสร้างความยั่งยืนทางเศรษฐกิจ ซึ่งภารกิจเหล่านี้ล้วนสอดคล้องกับประเด็นเชิงยุทธศาสตร์ที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาโครงการหลวงให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 1008/2569 วันที่ 17 ก.ย. 69
