วันที่ 27 กันยายน 2569 เวลา 15.00 น. นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี ติดตามสถานการณ์อุทกภัยอย่างใกล้ชิด หลัง ปภ.แจ้งเตือนสถานการณ์ระดับสูงสุด โดยขณะนี้มีบ้านเรือนได้รับผลกระทบประมาณ 4,100 หลังคาเรือน และระดับน้ำในแม่น้ำปราจีนบุรีมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง คาดว่าอาจเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 1 เมตร
พื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ เขตเทศบาลเมืองปราจีนบุรี อำเภอศรีมหาโพธิ อำเภอนาดี อำเภอกบินทร์บุรี และพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งนายเจเศรษฐ์ได้เร่งลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ด้วยตนเอง พร้อมกำชับหน่วยงานในพื้นที่เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชน โดยยึดหลัก “ช่วยให้เร็ว เข้าถึงพื้นที่ และไม่รอให้สถานการณ์รุนแรง” พร้อมให้จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมกำลังคน เครื่องจักร เรือ และอุปกรณ์ช่วยเหลือให้พร้อมปฏิบัติการตลอด 24 ชั่วโมง
หนึ่งในจุดสำคัญที่ มท.3 เดินทางไปติดตามสถานการณ์ คือ โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เนื่องจากเป็นสถานพยาบาลสำคัญและมีความกังวลว่าหากระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่โรงพยาบาล ระบบสาธารณูปโภค และการให้บริการประชาชน
นายเจเศรษฐ์ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งประเมินระดับน้ำและแนวทางป้องกันโรงพยาบาลในทันที ทั้งการเสริมแนวป้องกันน้ำ การเตรียมเครื่องสูบน้ำ การรักษาเส้นทางเข้า-ออกโรงพยาบาล และการเตรียมแผนรองรับกรณีจำเป็นต้องเคลื่อนย้ายหรือส่งต่อผู้ป่วย เพื่อไม่ให้กระทบต่อระบบการรักษาพยาบาล
ก่อนหน้านี้พื้นที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรมีการระดมกำลังทหาร ฝ่ายปกครอง และท้องถิ่น วางแนวกระสอบทรายป้องกันน้ำล้นตลิ่ง รวมถึงมีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำบริเวณหน้าโรงพยาบาลเพื่อช่วยลดผลกระทบจากน้ำท่วมขัง
นอกจากนี้ นายเจเศรษฐ์ได้ต่อสายหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพื่อประสานการสนับสนุนภารกิจช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้แสดงความห่วงใยต่อประชาชนที่ยังได้รับความเดือดร้อน รวมถึงผู้ที่อาจยังติดค้างอยู่ในพื้นที่ พร้อมหารือถึงการสนับสนุนกำลังและทรัพยากรที่จำเป็น เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงประชาชนโดยเร็วที่สุด
ขณะเดียวกัน ในวันพรุ่งนี้จะมีการสนับสนุนโรงครัวจากจังหวัดอุทัยธานี โดยจะเริ่มประกอบอาหารตั้งแต่ช่วงเช้า เพื่อนำอาหารไปแจกจ่ายเพิ่มเติมให้แก่ประชาชนผู้ประสบภัยในพื้นที่ปราจีนบุรี เป็นการเสริมกำลังด้านอาหารและดูแลประชาชนที่ยังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขได้ประเมินว่าปราจีนบุรีเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังความเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันและดินสไลด์ และกำชับโรงพยาบาลในพื้นที่เสี่ยงให้เตรียมระบบไฟฟ้า น้ำสะอาด ออกซิเจน ยา เวชภัณฑ์ ระบบสื่อสาร และระบบส่งต่อผู้ป่วยให้พร้อมอย่างน้อย 72 ชั่วโมง
นายเจเศรษฐ์ยังสั่งการให้จังหวัดใช้กลไก Single Command ในการบริหารสถานการณ์ เพื่อให้ทุกหน่วยงานทำงานเป็นหนึ่งเดียว ลดขั้นตอนการประสานงาน และสามารถส่งกำลัง เครื่องมือ และความช่วยเหลือไปถึงจุดที่ได้รับผลกระทบได้อย่างรวดเร็ว
พร้อมกำชับให้พื้นที่เสี่ยงริมแม่น้ำและพื้นที่ลุ่มต่ำแจ้งเตือนประชาชนให้ยกของขึ้นที่สูง เคลื่อนย้ายรถและทรัพย์สินไปยังพื้นที่ปลอดภัย เก็บเอกสารสำคัญ และเตรียมพร้อมอพยพทันทีหากได้รับการแจ้งเตือน
สำหรับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ สามารถติดต่อสายด่วน ปภ. 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือแจ้งผ่านผู้นำท้องที่ ผู้นำชุมชน และหน่วยงานในพื้นที่
“สถานการณ์ครั้งนี้ต้องเตรียมพร้อมให้เร็วกว่าน้ำ เราต้องรู้ก่อน เตือนก่อน และพร้อมก่อน โดยเฉพาะโรงพยาบาลและพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของประชาชน ต้องไม่มีจุดใดขาดความพร้อม”
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 1056/2569 วันที่ 27 ก.ย. 2569
