วันนี้ (10 ต.ค. 69) เวลา 09.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยมี พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายพลพีร์ สุวรรณฉวี นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร ผู้นำเหล่าทัพ และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 1 ปภ. อาคาร 3 ชั้น 5 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยผู้ว่าราชการจังหวัด 76 จังหวัด ร่วมประชุมผ่านระบบ Video Conference System
นายอนุทิน กล่าวว่า ขอขอบคุณทุกท่านอีกครั้งที่ในวันนี้แม้วันหยุดราชการ ทุกคนก็ยังคงมาปฏิบัติหน้าที่ในการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยและการให้ความช่วยเหลือประชาชน ซึ่งช่วงเวลานี้ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญ เนื่องจากน้ำที่เข้ามาในระลอกแรกในพื้นที่หลักน่าจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว เหลือเพียงบางพื้นที่ที่มีความเสียเปรียบด้านที่ตั้งหรือระดับพื้นดิน ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เน้นเข้าไปแก้ไขปัญหาเฉพาะจุด ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัด โดยเฉพาะจังหวัดฉะเชิงเทราและปราจีนบุรี ระดมกำลังเข้าไปช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่ยังไม่สามารถระบายน้ำออกไปได้อย่างเต็มที่ เนื่องจากพื้นที่อื่นๆ น้ำเริ่มลดลงเกือบหมดแล้ว
“ช่วงน้ำท่วมมีความยากลำบากระดับหนึ่ง แต่เมื่อน้ำลดแล้วยังคงต้องเตรียมพร้อมในการเข้าไปช่วยเหลือให้ประชาชนได้กลับเข้าสู่เคหสถาน ต้องช่วยบริหารจัดการเศษขยะมูลฝอยที่ทับถมมาในช่วงน้ำท่วม ตลอดจนทำความสะอาดแบบ “Big Cleaning” ตามถนนหนทางต่างๆ รวมทั้งต้องคอยติดตามเฝ้าระวังโรคระบาดหรืออาการเจ็บป่วยที่มีผลมาจากเหตุการณ์น้ำท่วมด้วย” นายอนุทิน กล่าว
นายอนุทิน กล่าวต่อไปอีกว่า ขอให้ทุกด้านเตรียมความพร้อม ทั้งการดูแลประชาชน การฟื้นฟูพื้นที่ที่น้ำลด การรักษาพยาบาลผู้ที่เจ็บป่วยจากสภาวะน้ำท่วม ที่สำคัญคือต้องเตรียมรับฝนระลอกใหม่และการบริหารจัดการน้ำ โดยใช้ข้อมูลจากทุกหน่วยงานที่ต้องประสานกันอย่างไร้รอยต่อ ต้องมั่นใจว่าประชาชนกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย มีการจัดการขยะ ระบบน้ำ ไฟฟ้า สาธารณูปโภค เส้นทางการเดินทาง และได้รับเงินช่วยเหลือเยียวยาด้วยความรวดเร็ว ขณะนี้มีการปฏิบัติที่ชัดเจนแล้วว่าจะเร่งโอนเงินเยียวยาให้กับประชาชนทันทีที่ทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้รับรายงานจากจังหวัด ขอให้จังหวัดที่มีผู้เข้าเกณฑ์ได้รับเงินเยียวยาเร่งสำรวจและส่งรายชื่อมายังกรม ปภ. ให้เร็วที่สุด สำหรับสถานการณ์ระยะนี้ ขอให้ทุกหน่วยงานยังคงเฝ้าระวังและติดตามเหตุการณ์อย่างใกล้ชิด จากการพยากรณ์อากาศยังคงเน้นย้ำพื้นที่ภาคใต้ทั้ง 14 จังหวัด รวมถึงจังหวัดเพชรบุรีและประจวบคีรีขันธ์ ให้เตรียมพร้อมและประสานการปฏิบัติงานกับทุกหน่วยงานให้ครบทุกด้าน
นายอนุทิน กล่าวเน้นย้ำและข้อสั่งการว่า ขอให้กรมชลประทานร่วมมือกับจังหวัด อำเภอ และฝ่ายปกครอง ให้ความสำคัญกับการสื่อสารแจ้งเตือนประชาชนล่วงหน้าทุกครั้งก่อนดำเนินการระบายน้ำที่อาจส่งผลกระทบ พร้อมทั้งกำกับดูแลและบริหารจัดการสถานการณ์อย่างรอบคอบเพื่อลดผลกระทบและป้องกันความขัดแย้งในพื้นที่ กรณีที่เกิดขึ้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรานั้น ทุกฝ่ายควรพยายามบริหารสถานการณ์เพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะคารม เนื่องจากทั้งฝ่ายการเมืองและข้าราชการต่างปฏิบัติงานเพื่อประชาชนเช่นเดียวกัน ผู้ที่มีอำนาจหน้าที่เท่านั้นที่จะต้องตัดสินใจและบริหารสถานการณ์ โดยไม่สามารถให้ทุกคนเข้ามาร่วมหรือหักล้างการตัดสินใจของผู้มีอำนาจได้
นอกจากนี้ ขอให้เร่งทำความสะอาด ตรวจสอบความปลอดภัย และคืนพื้นที่ให้ประชาชนโดยเร็ว กรุงเทพมหานครและทุกจังหวัดต้องเร่งระดมทรัพยากรช่วยทำความสะอาด เก็บขยะมูลฝอย และฟื้นฟูพื้นที่หลังสถานการณ์คลี่คลาย เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้ทันที ขอความร่วมมือจากหน่วยทหาร ส่วนราชการ กระทรวง กรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการสนับสนุนกำลังคน เครื่องมือ เครื่องจักร และทรัพยากรที่จำเป็น เมื่อดำเนินการเสร็จสิ้น ให้เร่งถอนทรัพยากรเพื่อนำไปซ่อมแซมและเตรียมความพร้อมสำหรับปฏิบัติการในภูมิภาคอื่นๆ ต่อไป
สำหรับการสำรวจความเสียหายและการช่วยเหลือเยียวยา ขอให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเร่งสำรวจความเสียหายของบ้านเรือนและทรัพย์สินของประชาชนให้รวดเร็วและครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ โดยให้ทยอยส่งข้อมูลเป็นระยะโดยไม่ต้องรอให้เสร็จสิ้นทั้งหมด เพื่อให้คณะกรรมการระดับอำเภอและจังหวัดเร่งพิจารณาส่งข้อมูลให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยดำเนินการโอนเงินตามขั้นตอนอย่างรวดเร็ว รวมถึงให้สำรวจความเสียหายของพื้นที่การเกษตรและการประกอบอาชีพของประชาชน เพื่อบันทึกเป็นข้อมูลสำหรับใช้แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนต่อไป
ในการเตรียมพร้อมรับมือฝนระลอกใหม่ ขอให้เตรียมบริหารสถานการณ์และช่วยเหลือประชาชนให้ปลอดภัย โดยเจ้าหน้าที่ต้องปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุอย่างเคร่งครัด การประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนภัยต้องใช้ข้อความที่เข้าใจง่าย กระชับ และทำให้ประชาชนรับรู้ได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องระบุศัพท์เทคนิคที่ซับซ้อน เช่น ความกดอากาศ หรือปริมาณน้ำ เมื่อมีการประกาศอพยพ จะต้องจัดหน่วยติดตามและเฝ้าระวังเพื่อตรวจสอบว่าประชาชนอพยพออกมาเรียบร้อยแล้ว โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ผู้ป่วยติดเตียง เด็ก และผู้สูงอายุ ซึ่งต้องไม่มีผู้ใดติดค้างอยู่ในเคหสถานอย่างเด็ดขาด กระทรวงมหาดไทยได้สรุปการโอนเงินค่าเสียหายแล้วจำนวน 48,600 ครัวเรือน หรือประมาณร้อยละ 12 ของการคาดการณ์ ซึ่งการจ่ายเงินจะต้องจ่ายตามจริงและสำรวจความเสียหายตามความเป็นจริง ไม่ควรพยายามปรับข้อมูลให้เข้าเกณฑ์เพียงอย่างเดียว เนื่องจากงบประมาณมีจำกัดและต้องนำไปใช้ช่วยเหลือในด้านอื่นๆ ด้วย การดำเนินการจึงต้องทำด้วยความรอบคอบ ยุติธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ และตรงตามความเป็นจริงและหลักเกณฑ์ทุกประการ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความผิดพลาดจากการตรวจสอบในภายหลัง
“รัฐบาลไม่ต้องการให้เกิดการสูญเสียชีวิตของประชาชน การประชาสัมพันธ์ การให้ข้อมูล และการเฝ้าระวังดูแลประชาชนในชุมชนที่ประสบภัยอย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยรักษาชีวิตผู้คนได้ ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องลงพื้นที่ตรวจสอบความจริงและสำรวจจำนวนผู้ป่วยติดเตียงที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ในแต่ละครัวเรือน เพื่อเตรียมพร้อมอพยพบุคคลกลุ่มนี้ออกมาก่อนหากเกิดภัยพิบัติ หากปล่อยให้น้ำท่วมแล้วจึงเข้าไปเคลื่อนย้ายจะทำให้เกิดความยากลำบากอย่างมาก และหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้นจะอธิบายให้ประชาชนเข้าใจได้ยาก” นายอนุทิน กล่าวเพิ่มเติม
นายอนุทิน กล่าวเน้นย้ำว่า ขอกำชับให้ผู้ว่าราชการทุกจังหวัดสั่งการทีมงานให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและทราบตำแหน่งของกลุ่มเปราะบางเพื่อเตรียมการเคลื่อนย้าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ โดยนำบทเรียนจากกรณีผู้ป่วยติดเตียงอพยพไม่ทันในพื้นที่หาดใหญ่เมื่อปีที่แล้วมาเป็นข้อควรระวัง การสำรวจพื้นที่อย่างใกล้ชิดถือเป็นข้อปฏิบัติที่ต้องดำเนินการทันที สำหรับจังหวัดที่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่เสี่ยง ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ฝ่ายปกครอง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สำรวจเครื่องมือเครื่องจักรของทางราชการ เช่น รถสุขา เครื่องปั๊มน้ำ รถบรรทุก และรถขุด เพื่อขึ้นบัญชีไว้สำหรับระดมสรรพกำลังไปช่วยเหลือจังหวัดอื่นเมื่อเกิดเหตุจำเป็น อย่างไรก็ตาม แต่ละจังหวัดควรช่วยเหลือตนเองให้มากที่สุดก่อนโดยใช้งบทดรองราชการ และเตรียมความพร้อมจัดหาเครือข่ายผู้ประกอบการรถบรรทุกหรือรถขุดในพื้นที่ไว้ล่วงหน้าเพื่อการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างทันท่วงทีโดยไม่ต้องรอรับการสนับสนุนจากหน่วยงานอื่น พร้อมทั้งให้จัดทำแผนเผชิญเหตุฉุกเฉินในแต่ละระดับเตรียมไว้ด้วย
ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรีได้ขอบคุณทุกคนที่เข้าร่วมประชุมและร่วมมือกันทำงานจนสถานการณ์คลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น โดยในช่วงบ่ายวันนี้ นายกรัฐมนตรีและคณะจะเดินทางไปประชุมร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด 14 จังหวัดภาคใต้ ที่จังหวัดปัตตานี เพื่อการเตรียมความพร้อมรับมือกับสาธารณภัยในพื้นที่ พร้อมการขอรับการสนับสนุนต่อไป
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 1123/2569 วันที่ 10 ต.ค. 69
