วันนี้ (22 ต.ค. 69) เวลา 09.30 น. นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้ นายจำเริญ แหวนเพ็ชร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านพัฒนาชุมชนและส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เข้าชี้แจงประเด็นการดำเนินงานด้านมาตรการทางสังคมเกี่ยวกับพระอัจฉริยภาพของสถาบันพระมหากษัตริย์ และแนวทางการประชาสัมพันธ์เชิงรุกต่อที่ประชุมคณะอนุกรรมาธิการศึกษา ติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการดำเนินมาตรการด้านความมั่นคงเกี่ยวกับการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ วุฒิสภา โดยมี พลตำรวจตรี รมย์สิทธิ์ วีริยาสรร ประธานคณะอนุกรรมาธิการฯ เป็นประธานการประชุม ซึ่งมี คณะอนุกรรมธิการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วม ณ ห้องประชุมคณะกรรมาธิการ CA 331 ชั้น 3 อาคารรัฐสภา ถ.สามเสน กรุงเทพฯ
นายจำเริญ กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยให้ความสำคัญกับการสนองพระราชดำริและการสืบสาน รักษา ต่อยอด โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยมุ่งเน้น “การยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน การพัฒนา เศรษฐกิจฐานราก การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และการสร้างความมั่นคงในพื้นที่” ผ่านกลไกการบูรณาการของหน่วยงานส่วนกลาง จังหวัด อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยขับเคลื่อนและขยายผล 5,232 โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริทั่วประเทศ ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.)
โดยกระทรวงมหาดไทยได้สนับสนุนการนำกระบวนการ One Plan มาใช้เป็นกลไกในการบูรณาการแผนงาน โครงการ และงบประมาณ ให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรมในระดับพื้นที่ ด้วยการแต่งตั้ง “คณะกรรมการประสานงานการขับเคลื่อนและขยายผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ” ทั้งระดับจังหวัด และระดับอำเภอ ลงสำรวจปัญหาและความต้องการของประชาชน จัดลำดับความสำคัญของโครงการ และเชื่อมโยงเข้าสู่แผนพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัด ผ่านกลไกคณะกรรมการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ (ก.บ.จ.) เพื่อให้สามารถบูรณาการงบประมาณจากทุกภาคส่วนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมอบหมายผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจติดตามและเร่งรัดการขับเคลื่อนโครงการให้เกิดผลสัมฤทธิ์ สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชน และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนได้อย่างยั่งยืน
สำหรับในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้กำหนดแผนบูรณาการขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ รวม 41 โครงการ ในพื้นที่ 23 จังหวัด ใน 7 ประเภท ได้แก่ 1) การพัฒนา แบบบูรณาการและอื่น ๆ 2) การคมนาคมและสื่อสาร 3) การสวัสดิการสังคม 4) การส่งเสริมอาชีพ 5) การพัฒนาแหล่งน้ำ 6) การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และ 7) การเกษตร อาทิ “โครงการส่งเสริมศิลปาชีพอำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์” โดยสนับสนุนการปลูกหม่อน เลี้ยงไหม และทอผ้าไหม เพื่อสร้างรายได้เสริมให้ครัวเรือนควบคู่การอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นและศิลปหัตถกรรมไทย “โครงการทับทิมสยาม 04 จังหวัดสุรินทร์” เพื่อจัดที่อยู่อาศัย ที่ดินทำกิน พัฒนาสาธารณูปโภค ฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนในพื้นที่ชายแดน มีประชาชนได้รับประโยชน์ประมาณ 100 ครัวเรือน 450 คน สามารถสนับสนุนน้ำเพื่อการเกษตรในฤดูแล้งประมาณ 680 ไร่ และมีการพัฒนาระบบไฟฟ้า ที่อยู่อาศัย และระบบส่งน้ำ
“กระทรวงมหาดไทยมุ่งมั่นในการส่งเสริมการมีส่วนร่วมและการขยายผลองค์ความรู้ทั้งความร่วมมือภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และประชาชนในการขับเคลื่อนโครงการพร้อมเผยแพร่องค์ความรู้ และประชาสัมพันธ์แหล่งเรียนรู้หรือพื้นที่ต้นแบบ เพื่อชุมชนและประชาชนสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ ควบคู่การติดตามและประเมินผลด้านการเข้าถึง การรับรู้ ความเข้าใจ และการนำองค์ความรู้ ไปใช้ประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อช่วยให้พี่น้องประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ชุมชนเข้มแข็งขึ้น ยังผลให้สถาบันหลักของชาติมีความมั่นคงอย่างยั่งยืน” นายจำเริญ กล่าวในช่วงท้าย
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 1167/2569 วันที่ 22 ต.ค. 2569
