วันนี้ (27 มี.ค. 68) เวลา 13.15 น. น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับมอบหมายจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมกิจการฮัจย์แห่งประเทศไทย โดยมี นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ อธิบดีกรมการปกครองในฐานะเลขาธิการคณะกรรมการฯ นายมานะ สิมมา ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย กระทรวงมหาดไทย นายประสาน ศรีเจริญ ผู้แทนจุฬาราชมนตรี พร้อมด้วยคณะกรรมการฯ ร่วมประชุม ณ ห้องประชุมราชสีห์ อาคารศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย
น.ส.ซาบีดา กล่าวว่า เมื่อช่วงกลางเดือนมกราคม 68 ที่ผ่านมา ได้รับมอบหมายจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เดินทางไปเจรจาและจัดทำบันทึกข้อตกลง (MOU) ร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงฮัจย์และอุมเราะห์ ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย ซึ่งผลการเจรจาเป็นไปอย่างราบรื่นและเกิดประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนชาวมุสลิม ทั้งในเรื่องค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปประกอบศาสนกิจที่ลดลง รวมทั้งคุณภาพของการใช้ชีวิตในช่วงการประกอบศาสนกิจที่ซาอุดีอาระเบียที่มีมาตรฐานและได้รับการดูแลอำนวยความสะดวกมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ได้มีมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 18 ก.พ. 68 ได้เห็นชอบแนวทางการขนส่งผู้แสวงบุญพิธีฮัจย์ชาวไทยให้ดำเนินการตามความตกลงระหว่าง คกก.ส่งเสริมกิจการฮัจย์แห่งประเทศไทยกับกระทรวงฮัจย์และอุมเราะห์ และสำนักงานการบินพลเรือนราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียที่จะมีขึ้นในแต่ละปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๖๙ เป็นต้นไป ส่งผลให้เกิดการแข่งขันทางด้านราคาค่าโดยสารมากยิ่งขึ้น รวมถึงการร่วมกับ บมจ.การบินไทย พัฒนาคุณภาพและรสชาติของอาหารสำหรับบริการพี่น้องมุสลิมที่จะเดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์
“ในปี 2568 นี้ จะมีเที่ยวบิน 3 สายการบิน ให้บริการ ได้แก่ 1. การบินไทย 2. เซาเดีย 3. ฟลายอะดีล โดยการบินไทย จำนวน 9 เที่ยวบิน ซึ่งเที่ยวบินปฐมฤกษ์ออกเดินทางจากสนามบินหาดใหญ่ไปกรุงมะดีนะห์ ในวันที่ 29 เม.ย. 68 และกลับวันที่ 12 มิ.ย.68 ในส่วนของสายการบินฟลายอะดีลแอร์ไลน์ จำนวน 5 เที่ยวบิน ออกเดินทางช่วงเดียวกับการบินไทย และสายการบินเซาเดีย จะแบ่งเป็น 2 ช่วง คือ ในช่วงต้น วันที่ 29 เม.ย. 68 ออกจากจากสนามบินสุวรรณภูมิไปยังกรุงเจดดาห์ กลับวันที่ 12 มิ.ย. 68 และช่วงที่ 2 ออกเดินทางวันที่ 27 พ.ค. 68 กลับวันที่ 2 ก.ค. 68 โดยจะมีพิธีส่งและอำนวยพรผู้เดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ ปี 68 พร้อมกันทั้งที่สนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินหาดใหญ่ ในวันที่ 29 เม.ย. นี้”
น.ส.ซาบีดา กล่าวต่ออีกว่า จากการร่วมเดินทางไปตรวจที่พักเมื่อช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมาพบว่า โดยภาพรวมมีความสะดวกสบายและอยู่ในพื้นที่ที่สามารถให้บริการด้านต่าง ๆ ได้สะดวก ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางติดต่อกับสำนักงานของไทย การเดินทางไปประกอบศาสนกิจ ซึ่งคณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้อง ได้ดำเนินการบริหารจัดการเพื่อให้เกิดการดูแลด้านที่พักเป็นไปอย่างเหมาะสมที่สุดและสามารถเข้าให้การดูแลช่วยเหลือผู้เดินทางไปแสวงบุญทั้ง 6,603 ท่านในระหว่างการใช้ชีวิตที่ซาอุดีอาระเบียอย่างทันท่วงที โดยยึดหลักการ คือ ปลอดภัย รอบคอบ รัดกุม สะดวกสบายที่สุด และการดำเนินการทุกขั้นตอน ทุกด้านต้องเกิดประโยชน์ต่อประชาชนและทางราชการมากที่สุด
ด้าน นายไชยวัฒน์ กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยโดยกรมการปกครองในฐานะสำนักงานเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมกิจการฮัจย์แห่งประเทศไทย มีความตั้งใจที่จะดำเนินการเพื่อให้พี่น้องชาวไทยมุสลิมที่จะเดินทางไปแสวงบุญได้รับการอำนวยความสะดวกอย่างครบถ้วนทุกกระบวนการ เพราะงานนี้เป็นงานใหญ่ และช่วงที่ผ่านมานายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้เน้นย้ำให้กรมการปกครองบริหารจัดการการทำภารกิจการเดินทางไปประกอบศาสนกิจของพี่น้องชาวไทยมุสลิมให้ราบรื่นและมีประสิทธิภาพ อำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนให้มากที่สุดตามกรอบของระเบียบ นโยบาย แนวทาง ข้อตกลง ซึ่งในปีนี้ค่าใช้จ่ายลดลง และการขับเคลื่อนงานของคณะกรรมการฯ อันประกอบด้วย ผู้แทนส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้ทรงคุณวุฒิ จะส่งผลอันดีต่อการดำเนินงานในอนาคต เพราะทุกความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจะทำให้เกิดสิ่งที่ดีเพิ่มมากขึ้นกับพี่น้องชาวไทยมุสลิม เพื่อทุกท่านจะได้มีความสุขทั้งก่อน ระหว่าง และหลังจากเดินทางกลับจากการประกอบศาสนกิจ
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 203/2568 วันที่ 27 มี.ค. 2568