วันนี้ (25 ส.ค. 68) เวลา 10.30 น. นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานแถลงข่าวเปิดตัว หนังสือเฉลิมพระเกียรติ 39 พรรษา “สิริวัณณวรีนารีรัตนราชพัสตราภรณ์” แรงบันดาลใจแห่งการสร้างสรรค์ผืนผ้าและหัตถกรรมไทยร่วมสมัย โดยมี นางจิณณารัชช์ สัมพันธรัตน์ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย พร้อมคณะที่ปรึกษาโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก ได้แก่ ผศ.ดร.อนุชา ทีรคานนท์ ดร.ศรินดา จามรมาน คุณธนันท์รัฐ ธนเสฏฐการย์ อ.ดร.กรกลด คำสุข ร่วมแถลงข่าว โดย นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ร.ต.ท.ภพชนก ชลานุเคราะห์ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น คณะที่ปรึกษาโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกรม รัฐวิสาหกิจ ที่ปรึกษานายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย อุปนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย ข้าราชการและเจ้าหน้าที่สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย และสื่อมวลชน ร่วมรับฟังเป็นจำนวนมาก ณ สุราลัยฮอลล์ ศูนย์การค้าไอคอนสยาม เขตคลองสาน กรุงเทพฯ
นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยน้อมนำพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนกัญญา ที่ทรงสืบสาน รักษา และต่อยอดพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเราคนไทยทุกคนประจักษ์ในพระราชกรณียกิจที่ถูกบันทึกเป็นประวัติศาสตร์อันยาวนานของประเทศไทย โดยมี ปิแอร์ บัลแมง เป็นนักออกแบบชุดผ้าไทยในยุคก่อน
“สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนกัญญาทรงเห็นว่าสิ่งเหล่านี้ต้องไม่หมดไปจากแผ่นดินไทย และทรงเห็นว่ากระทรวงมหาดไทยมีองคาพยพอยู่ทุกอนูของประเทศไทย ทางราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่มีความใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชน ด้วยบุคลากรที่มีอยู่ในทุกระดับ จึงทรงพระราชทานแนวพระดำริให้คนมหาดไทยร่วมกันในการทำให้เกิดการปลูกฝังองค์ความรู้การสืบสานต่อยอดภูมิปัญญาผ้าไทย เพื่อให้ผู้ประกอบการผ้าได้เติบโต มีงาน มีอาชีพ มีรายได้ที่มั่นคง และภูมิปัญญานี้จะคงอยู่คู่ชาติไทยต่อยอดสู่สากลอย่างยั่งยืน” นายอรรษิษฐ์ กล่าว
นายอรรษิษฐ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หนังสือเฉลิมพระเกียรติฯ เล่มนี้ ถ่ายทอดสิ่งสำคัญเกี่ยวกับพระอัจฉริยภาพและพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่านอย่างน้อย 4 ประการ คือ 1. พระองค์ทรงเป็นแรงบันดาลใจให้กับข้าราชการ บุคลากรของกระทรวงมหาดไทยและทุกภาคส่วน พร้อมทั้งพระราชทานเหรียญเพื่อเป็นเครื่องเตือนใจให้กับผู้ถวายงานที่ทำให้พี่น้องประชาชนได้มีสิ่งที่ดีในชีวิตเพิ่มมากขึ้น 2. เป็นการถ่ายทอดพระอัจฉริยภาพที่ได้ทรงลงไปพระราชทานแนวทางด้วยพระองค์เองจากสิ่งที่ทรงศึกษาและทรงนำเหล่า guru ระดับประเทศ ดีไซเนอร์ที่มีชื่อเสียงลงพื้นที่ไปให้ความรู้กับประชาชนอย่างใกล้ชิดจนทุกวันนี้ผู้ประกอบการผ้าและงานหัตถกรรมมีธุรกิจเติบโตและพัฒนาอย่างมาก ส่งผลให้ Volumn การขายเพิ่มขึ้น 3. พระองค์ได้ทรงเชื่อมโยงกับกระทรวงมหาดไทยที่มีกลไกบุคลากรที่มีความใกล้ชิดกับประชาชนที่สุด ร่วมกันรณรงค์สวมใส่ผ้าไทยเป็นแบบอย่างให้กับทุกภาคส่วนจนทำให้เศรษฐกิจฐานรากที่เกิดจากรายได้การจำหน่ายผ้าไทยได้สร้างคุณค่าและคุณภาพชีวิตที่ดีกับประชาชน และ 4. หนังสือเล่มนี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้ที่ได้พบเห็นว่า “พระองค์ท่านได้ทรงมีคุณูปการอย่างประเมินค่าไม่ได้” ซึ่งทำให้เกิดการตระหนักและกระตุ้นว่า เราในฐานะผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการ ผู้ประกอบการ และประชาชนจะมีส่วนในการผลักดันให้สิ่งเหล่านี้เกิดความยั่งยืนอยู่กับสังคมไทยและไปสู่สากลได้อย่างไร
“ขอฝากคนมหาดไทย ทั้งกรมการปกครอง ที่มีนายอำเภอ ปลัดอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ที่กำกับดูแลผู้บริหาร สมาชิกสภา และข้าราชการ องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาลนคร เทศบาลเมือง เทศบาลตำบล และองค์การบริหารส่วนตำบล กรมการพัฒนาชุมชน ที่มีพัฒนาการจังหวัด พัฒนาการอำเภอ และเหล่าพัฒนากร ตลอดจนถึงสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่เป็นเสนาธิการของผู้ว่าราชการจังหวัด และส่วนราชการในจังหวัด ได้ช่วยกันเผยแพร่ขยายผลหนังสือเล่มนี้ ตลอดจนแนวพระดำริทั้งหลาย ให้เข้าถึงประชาชนคนไทยทุก ๆ คน เพื่อทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่ประชาชนได้มีความอยู่ดี กินดี มีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน”
นางจิณณารัชช์ กล่าวว่า ผู้หญิงกับการแต่งตัวเป็นสิ่งคู่กัน จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่สมาคมแม่บ้านมหาดไทยมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุกให้ประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น ด้วยการสวมใส่ผ้าไทยในการร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งการแถลงข่าว การโค้ชชิ่ง และการลงพื้นที่จังหวัด ทำให้เห็นว่า นอกจากท่านผู้ว่าราชการจังหวัดหรือนายอำเภอแล้ว “ภริยา” หรือ “คู่สมรส” มีบทบาทสำคัญมาก เพราะจะทำให้ประชาชนได้เห็นคุณค่า ได้เห็นความสวยงามของผ้าไทย เวลาใส่ไปทำงานหรือใส่ไปในโอกาสต่าง ๆ ก็จะมีคนมาทักและประทับใจกับผ้าไทยพร้อมสะท้อนว่า ปัจจุบันผ้าไทยจะมีดีไซน์สวย ๆ เพิ่มมากขึ้น จนทำให้บางวันถ้าใส่ชุดผ้าไทยที่ไม่สวยจะทำให้ไม่มั่นใจ และรู้สึกผิดว่าไม่ได้ส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน
“ขอฝากให้พวกเราทุกคนได้ช่วยกันสวมใส่ผ้าไทย และเผยแพร่ผ่านโซเชียลมีเดีย เพื่อช่วยสร้างรายได้ให้ชุมชน ช่วยให้ผู้หญิงที่ทำสิ่งทอมีรายได้มากขึ้น คนรุ่นใหม่ผู้มาสืบสานก็จะมีรายได้มากขึ้น ขอให้พวกเราได้สนุกกับการแต่งตัวด้วยการใส่ผ้าไทย รวมถึงชุดไทยพระราชนิยมทั้ง 8 แบบ เพื่อทำให้เราทุกคนได้ร่วมกันภาคภูมิใจในชุดไทยซึ่งเป็นชุดประจำชาติของพวกเราไม่ให้ที่ใดมาลอกเลียนแบบได้” นางจิณณารัชช์ กล่าวเพิ่มเติม
ผศ.ดร.อนุชา กล่าวว่า เมื่อวันที่ 18 ก.ค. 68 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงรับการทูลเกล้าฯ ถวายประกาศเชิดชูพระเกียรติและเหรียญสดุดีพระกรณียกิจด้านการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรม การส่งเสริมงานวิจิตรศิลป์ รวมทั้งการขับเคลื่อนวัฒนธรรม ตลอดจน อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในประเทศไทย จากนางโอเดรย์ อาซูเลย์ ผู้อำนวยการใหญ่ยูเนสโก ณ สำนักงานใหญ่องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส พร้อมทั้งได้กล่าวยกย่องคุณูปการของพระองค์ท่าน 4 ประการ ได้แก่ 1. งานผ้าและงานหัตถกรรมที่ทรงทำสอดคล้องกับการสงวนรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมวลมนุษยชาติที่ไม่ใช่เพียงการแค่อนุรักษ์ไว้ แต่ยังเป็นการสืบสาน และต่อยอดให้คงอยู่กับวิถีคนในปัจจุบัน 2. สอดคล้องกับแนวคิด SDGs ทั้ง 17 ข้อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการทำงานกับคนและกลุ่มเปราะบางต่าง ๆ การสร้างรายได้ให้ประชาชนกลุ่มเปราะบาง รวมถึงการตระหนักถึงการรักษาสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ 3. พระองค์ทรงเชื่อมให้บุคคลชั้นแนวหน้าของวงการแฟชั่นมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับชาวบ้านผู้สืบสานภูมิปัญญาในท้องถิ่นหมู่บ้าน Bring the World to the Village and Bring the Village to the World ถือว่าเป็นการนำโลกที่กว้างกว่าไปสู่ชุมชน และเป็นการนำเอาชุมชนไปสู่สายตาโลก ในเวลาเพียงไม่กี่ปี และเห็นผลเป็นที่ประจักษ์อย่างยั่งยืน และ 4. พระนิพนธ์ผ่านหนังสือ Thai Textiles Trend Book และหนังสือพระนิพนธ์อื่น ๆ ถือเป็น Good Practice ให้กับชุมชนอื่น ๆ ในโลกนี้ เพราะหนังสือลักษณะนี้ในโลกล้วนแต่มีราคาแพงมาก แต่พระองค์ทำให้นักเรียนและคนทั่วไปเข้าถึงได้ง่าย โดยเฉพาะรูปแบบ QR Code ที่ทำให้คนรุ่นใหม่เขาถึงได้ทุกที่
ดร.ศรินดา กล่าวว่า หนังสือเล่มนี้เป็นการบันทึกประวัติศาสตร์ว่าในแต่ละปีพระองค์ท่านทรงทำอะไรบ้าง ซึ่งเมื่อเราทำให้มันเป็นรูปธรรมจับต้องได้ ทั้ง Hard Copy และ Soft Copy ก็ทำให้เข้าถึงบุคคลทุกช่วงวัย ทั้งผู้สูงอายุและเด็กเล็กที่ถนัดในการเปิดหนังสือ และคนรุ่นใหม่ที่ชอบเปิดด้วย QR Code หรือ E-Book และพระองค์ท่านจะทรงรับสั่งเสมอว่า ขอให้เก็บองค์ความรู้ไว้เพื่อใช้ในการต่อยอดไปเรื่อย ๆ เพราะองค์ความรู้ในแต่ละปีจะมีสิ่งต่าง ๆ เกิดขึ้นใหม่ เทคนิคใหม่ ๆ เกิดขึ้นสม่ำเสมอ
“พระองค์ทรงตระหนักถึงการบันทึกลวดลายโบราณดั้งเดิมให้คงอยู่ควบคู่การนำความทันสมัยมาประยุกต์ เพื่อคนรุ่นใหม่สามารถซึมซับและผูกพันกับศิลปหัตถกรรมไทย เกิดเป็น Brand Loyalty ให้เขาได้ และจากการพระราชทานแนวพระดำริตลอด 5 ปีให้หลังนี้ ทำให้เราเห็นได้ว่างานศิลปนิพนธ์ของนิสิตนักศึกษาจะมีการอ้างอิงผลงานของพระองค์ท่านเยอะมาก ทั้งในระดับปริญญาตรีและปริญญาโท” ดร.ศรินดา กล่าว
คุณธนันท์รัฐ กล่าวว่า คณะที่ปรึกษาโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุกได้ร่วมกับกระทรวงมหาดไทยขับเคลื่อนกิจกรรมอย่างต่อเนื่องในห้วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งในช่วงแรกเราจะพบว่ามีคนรุ่นใหม่เข้าร่วมน้อยมาก จะมีแต่คนอายุมากผู้ที่สืบสานงานแบบดั้งเดิมในหมู่บ้าน/ชุมชน แต่ด้วยการผนึกกำลังของทุกภาคส่วนภายใต้การนำของกระทรวงมหาดไทย ที่มีองคาพยพลงไปถึงระดับหมู่บ้าน/ชุมชน ในการแถลงข่าว ในการรณรงค์ผ่านกิจกรรมต่างๆ ทำให้ทุกวันนี้มีตัวเลขของผู้ได้รับประโยชน์เพิ่มมากขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ อาทิ การประกวดชุดผ้าไทยแต่งให้สนุก Young Designer จากหลัก 10 คนปัจจุบันมีผู้สมัครในปีนี้ถึง 735 ผลงาน และหากประเมินจากภาพรวมเรามีเด็กหน้าใหม่เข้าร่วมโครงการปีละประมาณ 300 คน ที่มาจากทั้งอาชีพอิสระ นักเรียนอาชีวะ นักศึกษาวิทยาลัย นิสิตมหาวิทยาลัย นักเรียนมัธยม สามเณร ทหารเกณฑ์ ที่ต่างก็ได้รับการเรียนรู้ผ่านหนังสือพระนิพนธ์ และพัฒนาตนเองจากเป็น beginner fast track จนได้เป็นศิลปิน OTOP หรือผลงานเป็นที่นิยมชมชอบของคนจำนวนมาก จึงต้องขอขอบคุณกระทรวงมหาดไทยและขอฝากให้ได้ขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับเด็ก เยาวชน และประชาชนอย่างยั่งยืน
อ.ดร.กรกลด กล่าวว่า เด็กและเยาวชนคนรุ่นใหม่มีรูปแบบการเรียนรู้แบบใหม่ด้วยการรับสื่อการเรียนรู้ผ่านโลกดิจิทัล เพราะสามารถสืบค้นง่าย และเก็บไว้ในเครื่องมือที่ใช้ง่าย นอกเหนือจาก Hard Copy แต่สิ่งที่พระองค์ท่านได้ทรงพระราชทานยิ่งกว่านั้น คือการเสด็จไปเป็นพระอาจารย์ พระราชทานโอกาสให้กับนักเรียนนิสิตนักศึกษาได้เฝ้ารับพระราชทานองค์ความรู้ตลอดจนประสบการณ์ในการทำงานด้านแฟชั่นดีไซน์อย่างใกล้ชิด และพระราชทานเวลาเพิ่มเติมมากกว่าที่กำหนดการได้กำหนดไว้ เพราะพระองค์ทรงห่วงว่าการเรียนแฟชั่นต้องเรียนให้รู้จริงรู้ถึงแก่นของการศึกษาแฟชั่นที่นิสิตนักศึกษาต้องตั้งใจและมันฝึกฝนเพื่อเข้าสู่วงการอาชีพได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 693/2568 วันที่ 25 ส.ค. 2568