วันนี้ (28 ส.ค. 68) เวลา 13.00 น. นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ให้การต้อนรับและหารือร่วมกับ นายเดวิด เดลี เอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะและอำลาหน้าที่เอกอัครราชทูต โดยมี นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงมหาดไทย นายเกรียงเดช เข็มทอง ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นางครองขนิษฐ รักษ์เจริญ อธิบดีกรมยุโรป และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้การต้อนรับและหารือ ณ ห้องรับรอง 1 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล
นายภูมิธรรม กล่าวว่า ขอขอบคุณนายเดวิด เดลี เอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปประจำประเทศไทยที่ได้ร่วมมือสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลไทยอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา 4 ปีที่ได้ดำรงตำแหน่งในประเทศไทย และเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการทำให้ความสัมพันธ์ของไทยและสหภาพยุโรปเป็นไปอย่างแนบแน่น ซึ่งแม้ว่านายเดวิดจะย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ ณ กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยี่ยม ประเทศไทยก็ยังยินดีต้อนรับท่านเสมอ
ในการหารือครั้งนี้ นายภูมิธรรม และ นายเดวิด ได้ร่วมสนทนาในประเด็นต่าง ๆ อาทิ 1. การดูแลผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมา (ผภร.) ซึ่งล่าสุด คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา เห็นชอบมาตรการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าวที่พำนักอยู่ในพื้นที่พักพิงชั่วคราวสำหรับผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมา ซึ่งเป็นการสะท้อนถึงการให้ความสำคัญของรัฐบาลไทยต่อหลักมนุษยธรรมควบคู่กับการเสริมสร้างกำลังแรงงานให้กับภาคธุรกิจและการเกษตรที่เผชิญภาวะขาดแคลนแรงงาน 2. ความตกลงการค้าเสรีระหว่างไทยและ EU ที่กำลังจะมีการเจรจา FTA ไทย – EU ครั้งต่อไปในวันที่ 29 ก.ย. – 3 ต.ค. 2568 ณ กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยี่ยม เพื่อสร้างความร่วมมือทางการค้าระหว่างกันท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ผันผวน 3. ความร่วมมือกับสหภาพยุโรปในการดำเนินการ IUU อย่างจริงจัง เข้มงวด และต่อเนื่อง จนสามารถยกระดับการจัดการประมงให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล และไทยได้ถูกจัดระดับให้อยู่ใน Tier 2 ต่อเนื่องเป็นปีที่สาม ซึ่งได้สะท้อนถึงพัฒนาการสำคัญที่รัฐบาลไทยและภาคส่วนต่าง ๆ ได้แก้ไขปัญหาร่วมกันซึ่งเชื่อมั่นว่าจะพัฒนาไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้นกว่าเดิม โดยปัจจุบันมีการแก้ไขพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 โดยเน้นให้ความสำคัญกับการทำการประมงยั่งยืนควบคู่ไปกับการส่งเสริมชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี ซึ่งรัฐบาลไทยปรารถนาให้ชาวประมงได้รับการพัฒนาองค์ความรู้อย่างเต็มที่เพื่อให้รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลกที่เปลี่ยนอย่างรุดหน้าเร็วมากและความร่วมมือจะทำให้เกิดการยกระดับการพัฒนาต่อไป และ 4. การขับเคลื่อนโครงการ SDG Localization ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในระดับพื้นที่ ช่วยสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนให้กับหน่วยงานทุกระดับ และเป็นกลไกสำคัญไปสู่การปฏิบัติจริงในพื้นที่ โดยเชื่อมโยงแผนพัฒนาระดับท้องถิ่นและจังหวัดให้สอดดคล้องกับเป้าหมายโลก อันจะทำให้การพัฒนาของประเทศมีความทั่วถึง ยั่งยืน และตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง
นายภูมิธรรม ยังได้กล่าวถึงการพัฒนาและแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ซึ่งขณะนี้สิ่งที่ไทยกำลังดำเนินการบนพื้นฐานความร่วมมือกับนานาอารยประเทศเพื่อทำให้ไทยยืนเคียงข้างประชาคมโลกในการแก้ไขปัญหาของชาติและปัญหาระดับสากล อาทิ การปราบปรามยาเสพติดซึ่งเป็นปัญหาเร่งด่วนที่รัฐบาลมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนให้ยาเสพติดสิ้นซากรวมถึงปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติทางไซเบอร์ สแกมเมอร์ต่าง ๆ ซึ่งไทยขะมักเขม้นและทำอย่างจริงจัง และพยายามขยายความร่วมมือกับนานาประเทศทั่วทั้งโลกต้องเพื่อร่วมกันกำจัดภัยคุกคามนี้ให้หมดไป รวมถึงประเด็นอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตต่อไป ซึ่งการพัฒนาแต่ละส่วนให้เท่าทันกันต่อไปได้นั้น บางเรื่องต้องใช้เวลา บางเรื่องต้องมีความต่อเนื่อง ประเทศไทยและ EU ในฐานะเพื่อนแท้ จะทำงานร่วมกันด้วยความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นนี้เพื่อความผาสุกของประชาชนไทยและประชาคมโลกตลอดไป
ด้าน นายเดวิด กล่าวว่า ขอขอบคุณนายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี และรัฐบาลไทย ตลอดจนทุกภาคส่วน ทั้งราชการ และภาคีเครือข่าย ที่ได้ร่วมกับกับ EU ในการขับเคลื่อนและพัฒนาประเด็นต่าง ๆ ตลอด 4 ปีที่ตนได้ดำรงตำแหน่งที่ประเทศไทย ซึ่งตนมองว่า ประเทศไทยมีอะไรที่น่าสนใจ และดีใจที่ได้ร่วมงาน จนทำให้ความสัมพันธ์ไทยและ EU ได้รับการพัฒนาดีขึ้น ๆ อย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา โดยใช้กลไกความร่วมมือแบบทวิภาคีในการส่งเสริมการพัฒนาและแก้ไขปัญหาต่าง ๆ จนเกิดผลเป็นรูปธรรม
“ขอขอบคุณรัฐบาลไทยและโดยเฉพาะอย่างยิ่งกระทรวงมหาดไทยที่ได้อำนวยความสะดวกในการเข้าพื้นที่พักพิงผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมาในประเทศไทยทั้ง 9 แห่ง ซึ่งทาง EU สนับสนุนงบประมาณกว่า 200 ล้านยูโร ครอคลุมปัจจัยจำเป็นทั้งด้านสาธารณสุข การศึกษา สุขาภิบาล และสุขอนามัย และเป็นน่ายินดียิ่งเมื่อได้รับทราบถึงความมุ่งมั่นตั้งใจของรัฐบาลไทยในการเปิดโอกาสให้ผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมาไปทำงานนอกพื้นที่พักพิงซึ่งจะเป็นสิ่งที่ดีต่อผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมา และประเทศไทยด้วย พร้อมทั้งขอบคุณความร่วมมือในโครงการ SDGs Localization ซึ่งตนได้เห็นโครงการนี้เมื่อครั้งไปเยือนจังหวัดตากที่ประสบความสำเร็จอย่างดียิ่ง และยินดีสนับสนุนความร่วมมือต่อไป นอกจากี้ ตนตระหนักและเห็นความมุ่งมั่นตั้งใจของไทยในช่วงที่ผ่านมา และขอให้มาตรการต่าง ๆ ที่รัฐบาลไทยได้แสดงความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาได้ส่งผลดีต่อการเจรจา FTA ที่กำลังจะมีขึ้นในวันที่ 29 ก.ย. – 3 ต.ค. 2568 นี้ ซึ่งคณะกรรมาธิการยุโรป ประเทศสมาชิก และรัฐสภายุโรป จะได้ร่วมการเจรจาในครั้งนี้ด้วย” นายเดวิด กล่าวเพิ่มเติม
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 712/2568 วันที่ 28 ส.ค. 2568