วันนี้ (29 ส.ค. 68) เวลา 07.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี เชิญสิ่งของพระราชทานมอบแก่กำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากสถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชา จำนวน 250 ชุด พร้อมเชิญพระราชกระแสความห่วงใย และให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติภารกิจกองกำลังชายแดนในพื้นที่ของกองกำลังสุรนารี ต.นอกเมือง อ.เมืองสุรินทร์ จ.สุรินทร์
โอกาสนี้ พล.อ.เอกรัตน์ ช้างแก้ว ประธานคณะที่ปรึกษาพิเศษกองทัพบก นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.วรวิทย์ ญาณจินดา ผู้บังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ ร่วมคณะด้วย โดยมี พล.ต.วีระยุทธ รักษ์ศิลป์ รองแม่ทัพภาคที่ 2 พล.ต.สมภพ ภาระเวช ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี พล.ต.ณรงค์ ภักดีศุภผล นายแพทย์ใหญ่กองทัพภาคที่ 2 นายชำนาญ ชื่นตา ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ นายปิยะ ปิจนำ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ นายภพ ภูสมปอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี นพ.เสกสรรค์ จวงจันทร์ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดศรีสะเกษ พล.ต.ต.สุคนธ์ ศรีอรุณ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ นางสาวสุปราณี มหาพัฒนไทย หัวหน้าสำนักงานจังหวัดสุรินทร์ และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมพิธี
พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี ได้เชิญพระราชกระแสความห่วงใยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ซึ่งทรงติดตามสถานการณ์ความมั่นคงชายแดน และพระราชทานกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ปฏิบัติงาน พร้อมทรงชื่นชมการแก้ไขปัญหาที่ผ่านมา ซึ่งต้องมีแผนอย่างครบถ้วน มีการซักซ้อม และทำความเข้าใจทุกคนที่เกี่ยวข้อง ศึกษา วิเคราะห์เหตุการณ์ในอดีต เพื่อเป็นบทเรียน แก้ไขในการทำงาน ด้วยความร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจ อย่างมั่นคงแน่วแน่ ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ของตนอย่างดีที่สุด ไม่ประมาท มีสติรู้ตัว คิด อ่าน ปฏิบัติ แก้ไขด้วยเหตุผล ด้วยหลักวิชา ความจริงใจ รวมกำลัง ความรู้ ความสามารถของทุกคน ทุกฝ่าย มาใช้อย่างถูกต้อง เหมาะสม ทันท่วงที อย่างระมัดระวัง ทันต่อเหตุการณ์
จากนั้น พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี เป็นประธานการประชุมรับฟังติดตามสถานการณ์ฯ และการดูแลกำลังพล รวมถึงการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้รายงานต่อที่ประชุมพร้อมกำชับผู้ว่าราชการจังหวัดรวม 3 เรื่อง คือ 1) กระทรวงมหาดไทยได้นำเสนอข้อมูลผ่านสภาความมั่นคงแห่งชาติ และต่อมาคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากกรณีเหตุการณ์สถานการณ์บริเวณชายแดนไทย – กัมพูชา โดยกำหนดกรอบอัตราเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบฯ (ต่อราย) ได้แก่ 1. เจ้าหน้าที่รัฐ (เช่น ทหาร ทหารพราน ตำรวจ ตชด.) กรณีเสียชีวิต / ทุพพลภาพ 10 ล้านบาท กรณีบาดเจ็บสาหัส 1 ล้านบาท (พักรักษาตัวใน รพ. เกิน 20 วัน) กรณีบาดเจ็บมาก 5 แสนบาท (พักรักษาตัวใน รพ. 2 – 20 วัน) และ 2. ประชาชน กรณีเสียชีวิต / ทุพพลภาพ 8 ล้านบาท กรณีบาดเจ็บสาหัส 8 แสนบาท (พักรักษาตัวใน รพ. เกิน 20 วัน) กรณีบาดเจ็บมาก 4 แสนบาท (พักรักษาตัวใน รพ. 2 – 20 วัน)
“ขอให้จังหวัดช่วยดูแลครอบครัวของประชาชนอย่างเต็มที่โดยเฉพาะผู้บาดเจ็บสาหัส ทุพพลภาพ โดยบูรณาการภาคเอกชนและภาคีเครือข่ายในพื้นที่ทำให้ครอบครัวผู้ประสบเหตุสามารถเลี้ยงชีพได้ต่อไป แต่ถ้าเกินความสามารถจังหวัด ขอให้แจ้งมาที่ส่วนกลางเพื่อประสานงานที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลือ”
2) ในด้านการเกษตร ทั้งพืชไร่ต่าง ๆ การปศุสัตว์ และการประมง ขณะนี้ทุกจังหวัดได้สำรวจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงขอให้เร่งรัดการเบิกจ่ายเงินทดรองราชการให้เกษตรกรโดยเร็วที่สุด และ 3) ในเรื่องการซ่อมแซมบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับเสียหาย รวม 883 หลัง ขณะนี้ซ่อมแซมแล้ว 611 หลัง โดย จ.อุบลราชธานี สามารถซ่อมแซมแล้วเสร็จร้อยละ 91 ขณะที่ จ.สุรินทร์ ร้อยละ 61 จึงขอให้จังหวัดได้เร่งซ่อมแซมบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายส่วนที่เหลืออีก 272 หลัง ให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด เพื่อประชาชนสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้อย่างเป็นปกติสุข
จากนั้น องคมนตรีและคณะฯ ได้เชิญสิ่งของพระราชทานมอบให้แก่กำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บ ณ โรงพยาบาลสุรินทร์ อ.เมืองสุรินทร์ จ.สุรินทร์ จำนวน 3 นาย ณ โรงพยาบาลปราสาท อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ จำนวน 3 นาย แล้วจึงเดินทางต่อเพื่อเชิญสิ่งของพระราชทานมอบให้แก่กำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บ ณ โรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี จำนวน 6 นาย ณ โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ อ.เมืองอุบลราชธานี จ.อุบลราชธานี จำนวน 2 นาย
ในช่วงบ่าย องคมนตรีและคณะฯ ได้เชิญสิ่งของพระราชทานมอบให้แก่กำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บ ณ โรงพยาบาลค่ายสุรนารี อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา จำนวน 6 นาย และ ณ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เขตราชเทวี กรุงเทพฯ จำนวน 14 ราย
การเชิญสิ่งของพระราชทาน และพระราชกระแสความห่วงใยมอบแก่กำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากสถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชาในครั้งนี้ ยังความปลื้มปีติและซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ต่อกำลังพลและครอบครัว ตลอดจนประชาชนชาวไทย และจะเทิดทูนไว้เหนือเกล้าเหนือกระหม่อมเป็นสรรพสิริมงคลและเป็นขวัญกำลังใจในการดำรงตนในฐานะข้าราชการที่ดีและประชาชนที่ดีของประเทศชาติตลอดไป
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 717/2568 วันที่ 29 ส.ค. 2568