เมื่อวันศุกร์ ที่ 28 พฤศจิกายน 2568 เวลา 13.29 น. ณ สวนสิรินธราภิรมย์ ศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้ นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์การก่อสร้าง “หอพระนาคปรก” โดยมี นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง น.ส.พรหมภัสสร เกี่ยวข้อง ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้บริหารระดับสูง หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง
โอกาสนี้ นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ประธานในพิธี ได้เข้าประจำยังมณฑลพิธีเพื่อประกอบพิธีบวงสรวง โดยเริ่มจากการจุดธูปเทียนบูชาฤกษ์ที่โต๊ะเครื่องบวงสรวง และปักธูปบริวารที่เครื่องสังเวย เพื่อบอกกล่าวสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จากนั้น หัวหน้าโหรพราหมณ์ ได้อ่านโองการบวงสรวงบูชาฤกษ์เพื่อความเป็นสิริมงคล ลำดับต่อมา ประธานในพิธีได้ประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ โดยเริ่มจากการหลั่งน้ำพระพุทธมนต์ เจิมแผ่นอิฐทอง นาก เงิน และแผ่นศิลาฤกษ์ พร้อมทั้งตอกไม้มงคล 9 ชนิดลงสู่ก้นหลุมฤกษ์ ก่อนวางแผ่นอิฐทอง นาก เงิน แผ่นศิลาฤกษ์ และวางพลอยนพเก้าตามลำดับ จากนั้นประธานในพิธีพร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูง ร่วมกันโปรยดอกไม้เพื่อความเจริญรุ่งเรือง เป็นอันเสร็จสิ้นพิธีการ
สำหรับโครงการก่อสร้าง “หอพระนาคปรก” แห่งนี้ กระทรวงมหาดไทยได้ดำเนินการจัดสร้างขึ้น โดยเน้นความวิจิตรบรรจงทางสถาปัตยกรรมไทย ก่อสร้างเป็นอาคารจตุรมุขคอนกรีตเสริมเหล็ก ประดับลวดลายด้วยบัวปูนปั้นที่มีความละเอียดอ่อนช้อย ฐานอาคารเป็นลักษณะย่อมุมไม้ 12 (สิบสอง) ส่วนยอดบนประดับด้วยเครื่องยอดทรงพระปรางค์ 5 ยอด ซึ่งสื่อถึงความสง่างามและความมั่นคงสถาพร
ภายในหอพระ จะอัญเชิญ “พระพุทธมหานวนาคปฏิมากร” มาประดิษฐานเป็นพระประธาน โดยจะประดิษฐานหันพระพักตร์ไปทางทิศเหนือ ซึ่งพุทธลักษณะขององค์พระนั้น ได้รับต้นแบบและความเมตตาอนุเคราะห์จาก สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (สมเด็จธงชัย) แห่งวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร รูปแบบพุทธศิลป์มีความงดงามตามแบบฉบับ “ศิลปะสุโขทัย” ที่ได้รับแรงบันดาลใจอันทรงคุณค่ามาจากพระนาคปรกเก้าเศียรศรีสัชนาลัย วัดพระธาตุเจ็ดแถว จังหวัดสุโขทัย นำมาผสมผสานเข้ากับเอกลักษณ์ของยุคสมัยรัตนโกสินทร์ได้อย่างลงตัว
ลักษณะเด่นขององค์พระ เป็นพุทธปฏิมากรรมร่วมสมัยที่หล่อแยกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนองค์พระพุทธรูป และส่วนฐานรองรับ อันประกอบด้วยขนดนาคซ้อนเรียงขึ้นเป็นฐาน 7 ชั้น โดยมี “พญามุจลินทร์” แผ่พังพานขึ้นเป็น 9 เศียร หรือ “มหานวะนาค” เพื่อเป็นพุทธบัลลังก์ถวายการอารักขาแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ให้ทรงปลอดจากเภทภัยภยันตรายและหมู่มารที่มาผจญ รวมถึงคุ้มแดดคุ้มฝนให้ทรงสำราญพระวรกาย ตามตำนานพุทธประวัติที่เล่าขานสืบต่อกันมา
ทั้งนี้ หอพระนาคปรก จะประดิษฐานอย่างโดดเด่นสง่างาม ณ พื้นที่ “สวนสิรินธราภิรมย์” ใจกลางศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งนับเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และจิตใจ ด้วยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดสวนแห่งนี้เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2567 ที่ผ่านมา การใช้พื้นที่สวนสาธารณะแห่งนี้ ซึ่งเปรียบเสมือน “ปอด” และพื้นที่สีเขียวที่ร่มรื่นสวยงาม ผนวกกับเป็นที่ตั้งของหอพระ จึงเป็นการผสานรวมศูนย์รวมจิตใจและศูนย์รวมสุขภาพกายใจเข้าไว้ด้วยกัน นำมาซึ่งความปลาบปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้
การก่อสร้างหอพระนาคปรกในครั้งนี้ จึงมีนัยสำคัญเปรียบเสมือนการสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่ข้าราชการกระทรวงมหาดไทย ในการปฏิบัติหน้าที่ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” พี่น้องประชาชน ภายใต้ร่มเงาแห่งพุทธธรรมและการคุ้มครองป้องกันภัย ให้เกิดความร่มเย็นเป็นสุข ความเจริญรุ่งเรือง และความมั่นคงสถาพร แก่กระทรวงมหาดไทยสืบไป
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 999/2568 วันที่ 29 พ.ย. 2568
