ชี้แจงประเด็นข่าว
กรณี ข้อร้องเรียนความไม่เป็นธรรมในการอนุญาตรถขนส่งสินค้าข้ามจังหวัดได้อย่างไม่เท่าเทียม
จากการที่มีสื่อรายงานข่าวสะท้อนความไม่พอใจของผู้ประกอบการขนส่ง จ.นครพนม ที่ต้องส่งสินค้าข้ามสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 ซึ่งพบว่าคณะกรรมการโรคติดต่อ จ.นครพนม มีการพิจารณาที่ไม่รอบคอบเพียงพอ ทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมระหว่างผู้ประกอบการในแต่ละจังหวัด และภาระตกอยู่ที่ผู้ประกอบการขนส่งสินค้า โดยผู้ประกอบการพยายามเรียกร้องให้คณะกรรมการโรคติดต่อ จ.นครพนม พิจารณาขยายระยะเวลาขนส่งสินค้าเพิ่มมากขึ้น แต่ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ ตรงกันข้ามกลับอนุญาตให้รถบรรทุกสินค้าบางประเภทเท่านั้น จึงถือว่าเป็นการเลือกปฏิบัติ
สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้รับรายงานการชี้แจงข้อเท็จจริงจากจังหวัดนครพนม ดังนี้
1. เมื่อวันพุธที่ 4 พฤศจิกายน 2563 นายสุวิทย์ จันทร์หวร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครพนม ครั้งที่ 29/2563 โดยสาธารณสุขจังหวัดนครพนมได้นำเสนอสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19) มาตรการการขนส่งสินค้าข้ามแดน ซึ่งเจ้าหน้าที่ประจำด่าน พนักงานขนส่งสินค้า พนักงานขับเรือ ต้องสวมถุงมือ หน้ากากอนามัย และชุดกาวน์กันน้ำ และสินค้าขาเข้าต้องผ่านการฉีดพ่นฆ่าเชื้อก่อนเคลื่อนย้ายสินค้าจากจุดที่กำหนด โดยที่ประชุมได้พิจารณาอนุญาตให้รถบรรทุกรับส่งสินค้าภายในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป .ลาว) ภายใน 16 ชั่วโมง (แบบมีการพักค้างคืน) ของบริษัท คำม่วนซีเมนต์ จำกัด (KCL) และบริษัท เอสซีจี โลจิสติกส์ แมเนจเม้นท์ จำกัด (SCGL) ให้ดำเนินการได้ หลังจากทั้ง 2 บริษัทมีการนำเสนอแผนการดำเนินงานในการป้องกันโรคในด้านต่างๆ ว่ามีมาตรฐานที่ดีมีความปลอดภัย ทั้งนี้ หลังคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครพนม มีมติอนุญาตขยายเวลาให้เฉพาะรถบรรทุกปูนซีเมนต์ ข้ามสะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 3 (นครพนม – คำม่วน) ได้ในเวลา 16 ชั่วโมง ทำให้ผู้ประกอบการรถบรรทุกสินค้ารายอื่นร้องเรียนว่าเป็นการเลือกปฏิบัติและไม่มีการอัพเดทข้อมูลล่าสุด เนื่องจากทางจังหวัดมุกดาหารที่อยู่ห่างจังหวัดนครพนม 100 กิโลเมตร อนุญาตให้รถบรรทุกสินค้าข้ามสะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 2 ได้ถึง 72 ชั่วโมง
1. เมื่อวันพุธที่ 4 พฤศจิกายน 2563 นายสุวิทย์ จันทร์หวร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครพนม ครั้งที่ 29/2563 โดยสาธารณสุขจังหวัดนครพนมได้นำเสนอสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19) มาตรการการขนส่งสินค้าข้ามแดน ซึ่งเจ้าหน้าที่ประจำด่าน พนักงานขนส่งสินค้า พนักงานขับเรือ ต้องสวมถุงมือ หน้ากากอนามัย และชุดกาวน์กันน้ำ และสินค้าขาเข้าต้องผ่านการฉีดพ่นฆ่าเชื้อก่อนเคลื่อนย้ายสินค้าจากจุดที่กำหนด โดยที่ประชุมได้พิจารณาอนุญาตให้รถบรรทุกรับส่งสินค้าภายในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป .ลาว) ภายใน 16 ชั่วโมง (แบบมีการพักค้างคืน) ของบริษัท คำม่วนซีเมนต์ จำกัด (KCL) และบริษัท เอสซีจี โลจิสติกส์ แมเนจเม้นท์ จำกัด (SCGL) ให้ดำเนินการได้ หลังจากทั้ง 2 บริษัทมีการนำเสนอแผนการดำเนินงานในการป้องกันโรคในด้านต่างๆ ว่ามีมาตรฐานที่ดีมีความปลอดภัย ทั้งนี้ หลังคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครพนม มีมติอนุญาตขยายเวลาให้เฉพาะรถบรรทุกปูนซีเมนต์ ข้ามสะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 3 (นครพนม – คำม่วน) ได้ในเวลา 16 ชั่วโมง ทำให้ผู้ประกอบการรถบรรทุกสินค้ารายอื่นร้องเรียนว่าเป็นการเลือกปฏิบัติและไม่มีการอัพเดทข้อมูลล่าสุด เนื่องจากทางจังหวัดมุกดาหารที่อยู่ห่างจังหวัดนครพนม 100 กิโลเมตร อนุญาตให้รถบรรทุกสินค้าข้ามสะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 2 ได้ถึง 72 ชั่วโมง
2. นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครพนม แจ้งว่า คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครพนม ไม่ได้เลือกปฏิบัติดังข้อมูลข่าวที่ปรากฏ การพิจารณาอนุญาตให้รถบรรทุกรับ – ส่งสินค้าภายในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ภายใน 16 ชั่วโมง (แบบมีการพักค้างคืน) ของบริษัท คำม่วนซิเมนต์ จำกัด (KCL) และบริษัท เอสซีจี โลจิสติกส์ แมเนจเม้นท์ จำกัด (SCGL) คณะกรรมการฯ ได้พิจารณาจากมาตรการที่บริษัทฯ นำเสนอประกอบการขอพิจารณาอนุญาต โดยบริษัท เอสซีจี โลจิสติกส์ แมเนจเม้นท์ จำกัด (SCGL) กำหนดมาตรการป้องกันการแพร่ระบาด COVID – 19 ให้พนักงานขับรถสวมหน้ากากอนามัย จัดเตรียมอุปกรณ์ทำความสะอาด มีการวัดอุณหภูมิที่หน้าด่านคำม่วน ควบคุมสถานะรถขนส่งระหว่างเดินทางผ่านระบบ GPS real-time ให้รถขนส่งวิ่งตามเส้นทางที่กำหนด และการจัดการกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน ส่วนบริษัท คำม่วน ซิเมนต์ จำกัด (KCL) มีมาตรการที่เข้มงวดรัดกุมเพื่อป้องกันการแพร่หรือติดเชื้อไวรัส โคโรนา 2019 อาทิ การคัดกรองก่อนเข้าโรงงาน การควบคุมผู้เข้าออก Social distancing การควบคุมคนเดินทางจากพื้นที่เสี่ยง การไม่อนุญาตให้รถออกเดินทางในเวลากลางคืน และพ่นยาฆ่าเชื้อโรคทำความสะอาดพื้นที่
3. สำหรับกรณีของผู้ประกอบการรถบรรทุกสินค้ารายอื่น หากมีความประสงค์จะขออนุญาตให้รถบรรทุกสามารถข้ามไปรับหรือส่งสินค้าภายในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ก็สามารถเสนอมาตรการในการปฏิบัติเพื่อป้องกันการแพร่ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ให้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครพนม พิจารณาได้เช่นเดียวกัน ทั้งนี้ การพิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาตขึ้นอยู่กับมาตรฐานการปฏิบัติในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนในจังหวัดนครพนมและประเทศไทยเป็นสำคัญ.
