วันที่ 9 ตุลาคม 2565 นายสำรวย เกษกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ รักษาราชการแทน ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดศรีสะเกษ ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีได้รับแจ้งเบาะเเสบุคคลเสพยาเสพติดเเละมีพฤติกรรมคลุ้มคลั่ง ซึ่งได้ประสานให้ นายอำเภอเมืองศรีสะเกษ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เข้าจับกุมและได้นำตัวผู้กระทำความผิดไปดำเนินคดีตามกฎหมายเเล้ว
นายสำรวย เกษกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ รักษาราชการแทน ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า ภายหลังจากที่ได้รับข้อสั่งการให้เพิ่มความเข้มข้นในมาตรการป้องกันเเละแก้ไขปัญหายาเสพติดจึงได้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ให้ความสำคัญ และทบทวนเเผนรวมถึงมาตรการต่างๆ ในพื้นที่ด้วย นอกจากนี้ ได้กำชับให้ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดศรีสะเกษมีการปฏิบัติงานเพื่อบริการประชาชน ณ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดศรีสะเกษ ผ่านสายด่วน 1567 และโทรศัพท์ 045-614545 รวมถึงศูนย์ดำรงธรรมทุกอำเภอและทุกช่องทางตามที่กระทรวงมหาดไทยกำหนด พร้อมจัดเจ้าหน้าที่อยู่ปฏิบัติหน้าที่บริการประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชน อำนวยความสะดวกให้บริการแก่ประชาชนในพื้นที่ ตามที่มีการร้องขอความช่วยเหลือกรณีเร่งด่วนเพื่อการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข เป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นายสำรวย เกษกุล กล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อวันที่ 7 ต.ค. 65 ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดศรีสะเกษได้รับการเเจ้งเบาะเเสผ่าน สายด่วนศูนย์ดำรงธรรม 1567 ว่ามีบุคคลพฤติกรรมคลุ้มคลั่งจากการเสพยาเสพติด ในพื้นที่ตำบลซำ อำเภอเมืองศรีสะเกษ จึงได้แจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยนายคมป์ สังข์วงษ์ นายอำเภอเมืองศรีสะเกษ ได้มอบหมายให้นายสุรนนท์ นนทา ปลัดอำเภอ หัวหน้าฝ่ายความมั่นคง นายคมกริช มุกดาสนิท ปลัดอำเภองานป้องกัน พร้อมด้วย สมาชิก อส.ร้อย อส.อ.เมืองศรีสะเกษที่ 3 ร่วมตรวจสอบข้อเท็จจริงตามที่ได้รับเเจ้ง พบบุคคลมีพฤติกรรมคลุ้มคลั่งจากการเสพยาเสพติดจริง คือ นายปฏิพาน หรือ นายต่อ อายุ 26 ปี มีพฤติกรรมเสพยาเสพติด ข่มขู่คุกคาม และจะทำร้ายร่างกายคนในครอบครัว โดยนายต่อ ให้การสารภาพ ยอมรับว่าเสพยาเสพติด (ยาบ้า) จริง เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจึงได้จับกุมเเละควบคุมตัวไปดำเนินการตามกฎหมาย
“การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมศรีสะเกษ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นตัวอย่างที่สำคัญให้พี่น้องประชาชนได้เห็นว่า สายด่วน 1567 สามารถเเก้ไขปัญหาได้จริง ทั้งนี้ ขอให้ทุกอำเภอ รวมถึงภาคีเครือข่าย เร่งสร้างการรับรู้ให้แก่พี่น้องประชาชน ในเรื่องช่องทางการเเจ้งเบาะเเส หรือการร้องเรียนที่สายด่วนศูนย์ดำรงธรรม 1567 โทรฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง โดยให้มุ่งหวังจังหวัดศรีสะเกษเป็นสังคมที่ปลอดยาเสพติดได้อย่างเเท้จริง ด้วยการปลูกฝังจิตสำนึกให้แก่ลูกหลานไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด พร้อมเปิดใจให้โอกาสผู้ป่วยยาเสพติดที่ได้รับการบำบัดรักษาฟื้นฟู ได้กลับเข้าเป็นส่วนหนึ่งของสังคมและมีส่วนช่วยเหลือสังคมให้ไปสู่เป้าหมายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” นายสำรวย เกษกุล กล่าวทิ้งท้าย
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 408/2565 วันที่ 9 ต.ค. 2565
#ยาเสพติด #อย่าให้ยาเสพติดมีที่ยืนในสังคมไทย
#กระทรวงมหาดไทย
#130ปีกระทรวงมหาดไทย #130ปีกระทรวงมหาดไทย_บำบัดทุกข์บำรุงสุข
#SEPtoSDGs #SDGsforAll #ChangeforGood
