วันนี้ (19 ตุลาคม 2565) นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานภาคีเครือข่ายได้ประกาศสงครามกับยาเสพติด โดยเพิ่มความเข้มข้นในด้านการป้องกันและปราบปราม รวมถึงการบำบัดรักษา และฟื้นฟูผู้ป่วยยาเสพติดให้กลับคืนสู่สังคมได้อย่างยั่งยืนในทุกพื้นที่นั้น ที่ผ่านมาภายใต้การนำของผู้ว่าราชการจังหวัด และนายอำเภอได้มีการดำเนินการอย่างแข็งขัน พร้อมทั้งรายงานผลการปฏิบัติในการป้องกัน ปราบปราม จับกุมผู้ค้ายาเสพติด ตั้งแต่รายเล็กไปจนถึงรายใหญ่ รวมถึงการตั้งด่านจุดตรวจ จุดสกัด เพื่อป้องกันและเฝ้าระวังการเเพร่กระจายของยาเสพติดและภัยอันตรายจากบุคคลที่มีพฤติกรรมอันอาจก่อให้เกิดภัยต่อสังคม ซึ่งกระทรวงมหาดไทยจะทำสงครามกับยาเสพติดอย่างต่อเนื่องและจริงจัง จนกว่าปัญหายาเสพติดจะหมดสิ้นไปจากสังคมไทย
นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวต่อว่า กรมการปกครองได้นำนโยบายการทำสงครามกับยาเสพติดโดยเร่ง Re X-Ray ค้นหาผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดในแต่ละพื้นที่ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 ตุลาคม 2565 นี้ พร้อมทั้งจัดหาสถานที่ที่เหมาะสมจัดตั้งเป็นสถานบำบัดฟื้นฟูผู้ป่วยยาเสพติด หรือผู้ป่วยจิตเวช ภายใต้แนวคิด “เร่งคืนคนดี กลับสู่สังคม คืนลูกหลาน กลับสู่ครอบครัว โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” โดยบูรณาการร่วมกับหน่วยงานความมั่นคง หน่วยงานสาธารณสุข องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฝ่ายปกครองท้องที่ และภาคีเครือข่ายจิตอาสาในพื้นที่ ขณะนี้ในหลายจังหวัดเริ่มดำเนินการวางระบบการค้นหาผู้ป่วยยาเสพติดและนำเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาแล้ว เช่น
เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2565 นายสุวัฒน์ เข็มเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร รักษาราชการแทน ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร เปิดเผยว่า จังหวัดยโสธร โดย ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดยโสธร (ศอ.ปส.จ.ยส.) ได้ดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างต่อเนื่อง โดยบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง 9 อำเภอ เพื่อเร่งรัดค้นหาบุคคลเป้าหมายผู้เสพและผู้ติดยาเสพติดที่มีอาการทางจิต หรือ มีแนวโน้มที่มีอาการรุนแรง ซึ่งได้เอกซเรย์กลุ่มบุคคลเป้าหมายดังกล่าวจากพื้นที่ทั้ง 9 อำเภอ พบว่า มีผู้ติดยาเสพติดที่มีอาการทางจิต จำนวน 120 ราย ไม่เคยเข้ารับการบำบัดรักษาฟื้นฟู ยาเสพติดในระบบใด ๆ จึงได้ตรวจคัดกรองเบื้องต้น พบว่า มีอาการทางจิตหรือก้าวร้าวด้วยสาเหตุอื่น (ไม่พบสารเสพติด) จำนวน 46 ราย ไม่พบตัว จำนวน 10 ราย อยู่ระหว่างถูกดำเนินคดี จำนวน 6 ราย อยู่ระหว่างอุปสมบทไม่พบพฤติกรรม 1 ราย และพบสารเสพติดในปัสสาวะ จำนวน 57 ราย ซึ่งขณะนี้ได้นำตัวผู้ป่วยยาเสพติดเข้าบำบัดรักษาที่สถานพยาบาลแล้วทั้งหมด โดยด้านการติดตามผู้ผ่านการบำบัดฟื้นฟูฯ จังหวัดยโสธรมีรูปแบบเฉพาะ (Yasothon Drug Follow Up model : YDF) เมื่อบำบัดครบกำหนดเวลา สถานพยาบาลจะประสานศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอำเภอ (ศป.ปส.อ.) โดยผู้ใหญ่บ้าน และคณะกรรมการหมู่บ้าน (กม.) จะออกเยี่ยมเยียนติดตามเป็นประจำ พร้อมให้คำแนะนำในการใช้ชีวิต การปรับตัว การติดตามการรับประทานยาตามที่แพทย์สั่ง รวมถึงให้ความช่วยเหลือในด้านอาชีพและอื่น ๆ เพื่อให้สามารถเลิกเสพอย่างเด็ดขาด นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้สำรวจผู้เสพผู้ติดยาเสพติดที่มีอาการทางจิต (เพิ่มเติม) ให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 20 ตุลาคม 2565 และเข้าตรวจสอบนำเข้าบำบัดภายในเดือนตุลาคม 2565
เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2565 นายสนั่น พงษ์อักษร ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานการประชุมการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดนราธิวาส (ศอ.ปส.จ.นธ) ได้หารือถึงการลดผู้เสพยาเสพติด และสำรวจผู้ติดยาเสพติดที่ยากจะเยียวยาหรือรับการบำบัดได้ โดยใช้กลไกทั้งในระดับอำเภอ ตำบล และหมู่บ้าน บูรณาการในการแก้ไขปัญหายาเสพติด ร่วมกับกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด และกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสมีผู้ป่วยจิตเวช 384 ราย โดยที่ประชุมกำหนดคัดกรองบุคคลเป้าหมายดังกล่าว รวมถึงการส่งผู้ป่วยเข้ารักษาในโรงพยาบาล การส่งต่อไปยังโรงพยาบาลจิตเวช โรงพยาบาลธัญลักษณ์ และการจัดตั้งศูนย์ฟื้นฟู/ศูนย์พักคอย โดยให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในพื้นที่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายหลังออกจากโรงพยาบาล รวมทั้งการจัดตั้งชุดปฏิบัติการตำบล/หมู่บ้าน ดูแลผู้ผ่านการฟื้นฟูกลับสู่ภูมิลำเนา โดยให้ทำความเข้าใจกับผู้ปกครองของผู้ป่วยให้เข้าใจและช่วยเหลือดูแล
นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวทิ้งท้ายว่า นอกจากนี้ยังมีจังหวัดที่เริ่มดำเนินการนำผู้ป่วยยาเสพติดเข้ารับการบำบัดแล้ว เช่น จังหวัดกระบี่ จังหวัดชุมพร จังหวัดอุทัยธานี เป็นต้น สำหรับการดำเนินการด้านปราบปรามจับกุมนั้น ยังคงเป็นไปด้วยความเข้มข้น ทุกพื้นที่รายงานผลการจับกุมเข้ามาทุกวัน แต่กระบวนการที่สำคัญไม่แพ้การป้องกันและปราบปราบ คือ กระบวนการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ป่วยให้กับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติ และไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด พร้อมเป็นกำลังสำคัญที่คอยเล่าประสบการณ์ที่เป็นบทเรียนชีวิตให้กับเด็กและเยาวชน เพื่อเป็นอุทาหรณ์ไม่ให้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการทำสงครามกับยาเสพติดไม่ให้มีที่ยืนในสังคมไทย ทั้งนี้ หากพบเบาะแส หรือ ผู้มีพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด หรือ ต้องการส่งผู้ป่วยเข้ารับการบำบัดรักษา ให้รีบแจ้งศูนย์ดำรงธรรม กระทรวงมหาดไทย ที่สายด่วน 1567 หรือเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงในพื้นที่ ทั้งทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ซึ่งกระทรวงมหาดไทยได้กำหนดมาตรการในการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส ผู้ร้องเรียน และผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าจะได้รับการคุ้มครองสิทธิ และข้อมูลจะถูกปกปิดเป็นความลับ โดยจะไม่เปิดเผยข้อมูลใด ๆ ที่สามารถระบุตัวตนของผู้แจ้งเบาะแส ผู้ร้องเรียน และผู้ที่เกี่ยวข้องได้ ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวจะถูกเก็บไว้เป็นความลับตามนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และกระทรวงมหาดไทยจะดำเนินการอย่างระมัดระวังเท่าที่จำเป็น เพื่อประโยชน์ในการสอบสวนหาข้อเท็จจริง โดยคำนึงถึงความปลอดภัย ความเสียหาย และผลกระทบต่อผู้แจ้งเบาะแส ผู้ร้องเรียน และผู้ที่เกี่ยวข้องเป็นสำคัญ
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 442/2565 วันที่ 19 ต.ค. 65
