วันนี้ (29 ต.ค. 65) นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ปัญหายาเสพติดเป็นเรื่องใหญ่ร้ายแรงที่ส่งผลกระทบสร้างความเสียหายให้กับบ้านเมือง ให้กับพี่น้องประชาชน ให้กับลูกหลานของพวกเราทุกคน เป็นเหมือนไฟร้อนที่แผดเผาบ้านแผดเผาเมือง สร้างความเสียหายอย่างมหาศาลในทุกมิติ ซึ่งกระทรวงมหาดไทยได้ดำเนินการประกาศสงครามกับยาเสพติดพร้อมทั้งออกปฏิบัติการสแกนทุกพื้นที่ บังคับใช้ทุกมาตรการในระดับพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เข้มข้น ไม่มีวันหยุด เพราะทุกเวลาเป็นเวลาที่มีความหมายที่เราจะเป็นส่วนหนึ่งในการหยุดยั้งการแพร่ระบาด และกวาดล้าง จับกุม การกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด เพื่อให้หมดไปจากสังคมไทยอย่างยั่งยืน
นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า โดยในวันนี้ กระทรวงมหาดไทยได้รับรายงานการดำเนินงานประกาศสงครามกับยาเสพติด รวมทั้งการดำเนินมาตรการที่เกี่ยวข้องจากพื้นที่ต่าง ๆ ในทุกช่องทางการสื่อสาร ได้แก่
1) ที่จังหวัดเชียงใหม่ เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 337 ร่วมกับกองบังคับการปราบปรามยาเสพติด กองกำลังผาเมือง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดกำลังลาดตะเวนเฝ้าตรวจ บริเวณสามแยกปากทางพม่า บ้านห้วยจะค่าน ต.ปิงโค้ง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ตรวจพบรถยนต์ต้องสงสัยผ่านมาตามเส้นทาง จำนวน 2 คัน เป็นรถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า สีดำ ติดป้ายทะเบียน ผต 6449 สุราษฎร์ธานี และรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนซ์เงิน ติดป้ายทะเบียน ขค 3160 พิษณุโลก ขับออกมาจากป่าพื้นที่ชายแดน จึงให้สัญญานหยุดตรวจ และทำการตรวจสอบพบคนขับและคนโดยสารที่มากับรถทั้ง 2 คัน รวม 5 คน แต่ควบคุมตัวไว้ได้ 4 คน คือ น.ส.ลำพอง มีภูมิลำเนาอยู่ ต.บางสวรรค์ อ.พระแสง จ.สุราษฎร์ธานี นายพุทธพงศ์ ภูมิลำเนาอยู่ ต.คลองสก อ.พนม จ.สุราษฎร์ธานี น.ส.ดวงกมล มีภูมิลำเนาอยู่ ต.บ้านพร้าว อ.นครไทย จ.พิษณุโลก และ น.ส.จริยา มีภูมิลำเนาอยู่ ต.หน้องกะท้าว อ.นครไทย โดยมีคนที่วิ่งหลบหนีไปได้ 1 คน ซึ่งเจ้าหน้าที่ทราบชื่อต่อมาว่า คือ นายบุญส่ง อายุ 55 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ ต.บ้านพร้าว อ.นครไทย โดยภายในรถพบของกลางยาบ้า 90,000 เม็ด และยาไอซ์ บรรจุในถุงชาสีเขียว น้ำหนักรวมประมาณ 10 กิโลกรัม จึงได้จับกุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมกระจายกำลังกันออกติดตามค้นหานายบุญส่ง ที่ยังหลบหนี
2) ที่จังหวัดศรีสะเกษ จ่าเอก สมควร สิงห์คำ นายอำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ สั่งการให้นายสรศิริ จันดีบุตร ปลัดอำเภอภูสิงห์ นำกำลังสมาชิกกองร้อยอาสารักษาดินแดนภูสิงห์ สนธิกำลังร่วมกับทหารชุดเฉพาะกิจ 3 กองกำลังสุรนารี และตำรวจสถานีตำรวจภูธรภูสิงห์ เข้าทำการปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายบ้านเลขที่ 29 หมู่ 3 บ้านคลองแก้ว ตำบลโคกตาล อำเภอภูสิงห์ พบนายธงชัย อายุ 38 ปี แสดงตัวเป็นเจ้าของบ้าน และเข้าตรวจค้นในบ้านพบปืนไรเฟิลยาว ขนาด .22 จำนวน 1 กระบอก ปืนแก๊ปยาวไทยประดิษฐ์ 2 กระบอก ปืนพก ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก กระสุนปืนขนาดต่าง ๆ จำนวน 597 นัด ไม้ประดู่แปรรูป 14 แผ่น ยาบ้าจำนวนหนึ่ง และเมื่อตรวจปัสสาวะนายธงชัยพบเป็นสีม่วง เจ้าตัวสารภาพของกลางทั้งหมดเป็นของตนจริง จึงถูกแจ้งข้อหามีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต มีไม้หวงห้ามแปรรูปไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย มียาเสพติดประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและเสพยาเสพติด นำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสอบสถานีตำรวจภูธรภูสิงห์ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
3) ที่จังหวัดสิงห์บุรี นายสุพจน์ ยศสิงห์คำ ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี นายสมชาย ลีหล้าน้อย รองผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี นายปรัชญา เปปะตัง ปลัดจังหวัดสิงห์บุรี มอบหมายให้ นายดอน จิตรวงษ์ ป้องกันจังหวัดสิงห์บุรี นายประเวศ รอดย้อย เจ้าหน้าที่ปกครอง นำกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองจังหวัดสิงห์บุรีบูรณาการกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดสิงห์บุรี ดำเนินการจับกุมนายอ๊อด อายุ 61 ปี ได้ในพื้นที่หมู่ที่ 10 ต.ท่างาม อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี พร้อมด้วยของกลาง ยาบ้า จำนวน 98 เม็ด ถุงพลาสติกใส จำนวน 187 ใบ เงินสด จำนวน 5,520 บาท ควบคุมตัวและจัดทำบันทึกแจ้งข้อหาและนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอินทร์บุรีดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
4) ที่จังหวัดกระบี่ นายทรงลักษ์ เอ่งฉ้วน ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มบริหารงานปกครอง รักษาราชการแทนนายอำเภอปลายพระยา ร่วมกับพันตำรวจเอก ภวิน ภานุมาส ผู้กำกับการ 2 กองบังคับการปราบปรามยาเสพติด 4 นำกำลังฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ตำรวจ นำโดย นายหมวดโท ธวัช จงรักษ์ภูวนาถ ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง ร้อยตำรวจโท ภานุวัฒน์ รักษ์ทับเที่ยง รองสารวัตร กองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปรามยาเสพติด 4 พร้อมสมาชิกกองร้อยอาสารักษาดินแดนปลายพระยาที่ 5 เข้าทำการจับกุมผู้ต้องหากระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด จำนวน 5 ราย ได้แก่ 1) นายพิชัยยุทธ อายุ 24 ปี พร้อมด้วยของกลาง ยาบ้า จำนวน 11 เม็ด 2) นายอธิการ อายุ 25 ปี พร้อมด้วยของกลางยาบ้า จำนวน 21 เม็ด รถจักรยานยนต์ 1 คัน โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง ทั้ง 2 รายอยู่พื้นที่หมู่ที่ 2 ต.เขาต่อ 3)นายณัฐพงศ์ อายุ 28 ปี อยู่พื้นที่หมู่ที่ 4 ต.เขาเขน พร้อมด้วยของกลาง ยาบ้า จำนวน 46 เม็ด โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง 4) นายวสันต์ อายุ 37 ปี อยู่พื้นที่ ม.10 ต.ปลายพระยา พร้อมด้วยของกลางยาบ้า จำนวน 7 เม็ด โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง และ 5) นายจารุวัฒน์ อายุ 28 ปี อยู่พื้นที่ ม.๓ ต.คีรีวง พร้อมด้วยของกลางยาบ้า จำนวน 402 เม็ด โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง รถจักรยานยนต์ 1 คัน ทั้งหมดถูกนำตัวไปทำบันทึกจับกุมควบคุมตัวนำส่งสถานีตำรวจภูธรปลายพระยาดำเนินคดีตามกฎหมาย
5) ที่จังหวัดอุตรดิตถ์ นายสมหวัง พ่วงบางโพ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ มอบหมายให้นายปรัชญา เสริฐลือชา นายอำเภอลับแล ดำเนินการตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะ ของข้าราชการและบุคลากรสำนักงานสาธารณสุขอำเภอลับแล จำนวน 90 ราย ตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย ผลการตรวจไม่พบสารเสพติด (ผลเป็นลบ)
นอกจากนี้ ฝ่ายปกครองทั่วประเทศได้บูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสถานบริการ สถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ เพื่อดำเนินการป้องปราบการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ตลอดจนการรักษาความสงบเรียบร้อยในบ้านเมือง “โดยที่จังหวัดอุดรธานี” นายกองเอก วันชัย คงเกษม ผู้บังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดอุดรธานี เป็นประธานปล่อยแถวปราบปรามผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดตามแผน “ยุทธการประจักษ์ชัย” โดยมีหน่วยงานในพื้นที่ร่วมบูรณาการ ซึ่งได้ทำการได้สุ่มตรวจปัสสาวะหาสารเสพติดในร่างกาย ประชาชน จำนวน 40 ราย พบผู้มีสารเสพติดในร่างกาย 6 ราย จึงได้จัดทำประวัติส่งศูนย์คัดกรองเพื่อบำบัดรักษาต่อไป “ขณะที่จังหวัดสระแก้ว” ชุดสืบสวนร่วมกับชุดปฏิบัติการพิเศษตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองสระแก้ว เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และเจ้าหน้าที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสระแก้ว ร่วมกันปิดล้อมตรวจค้นสถานบริการและสถานบันเทิงดัง 2 แห่ง กลางเมืองสระแก้ว ประกอบด้วย ร้านเรพอัพ บาร์ และ ฤกษ์เล่า หลังได้รับการร้องเรียนว่า มีการเสพยาเสพติดและเปิดให้บริการเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด โดยเข้าตรวจบัตรประชาชนของผู้มาใช้บริการ และตรวจปัสสาวะผู้ที่มาใช้บริการทุกคน ผลการตรวจปัสสาวะ พบว่า มีผู้เสพยาเสพติดจากร้านเรพอัพ 13 คน ร้านฤกษ์เล่า 21 คน รวม 34 คน จึงควบคุมตัวผู้เสพทั้งหมด ส่งให้พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองสระแก้ว เพื่อบันทึกถ้อยคำและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป “และที่อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่” นายภัควัต ขันธหิรัญ นายอำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ มอบหมายให้ นายธีรนนท์ กันทวงค์ ปลัดหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง และนายธีรวัฒน์ ณ ลำพูน ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง พร้อมด้วยสมาชิกกองร้อยอาสารักษาดินแดนแม่ริมบูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานตำรวจภูธรแม่ริม สุ่มตรวจปัสสาวะผู้ประกอบการ ลูกจ้าง พนักงาน สถานประกอบการที่มีลักษณะคล้านสถานบริการในพื้นที่ 7 แห่ง รวมทั้งสิ้น 56 ราย ผลการตรวจฯ ไม่พบสารเสพติดในร่างกายของลูกจ้าง และพนักงานของร้าน “และในส่วนของจังหวัดนครนายก” นายปรีชา ดิลกพรเมธี นายอำเภอเมืองนครนายก พร้อมด้วย ว่าที่ ร.ต. เพียงพอ นนท์ไพบูลย์ ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง และสมาชิกร้อย อส.เมืองนครนายกที่ 1 ลงพื้นที่บูรณาการร่วมตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองนครนายก ตรวจสถานบริการ และสถานประกอบการคล้ายสถานบริการ เพื่อป้องปรามและดูแลความสงบเรียบร้อย รวมถึงประชาสัมพันธ์กรณีการดูแลผู้ใช้บริการอย่างใกล้ชิดหากมีอาการมึนเมาเกินอัตรา และเสี่ยงการทะเลาะวิวาท ให้คำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก การปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ขณะที่อำเภอองครักษ์ นายพีระ การุญ นายอำเภอองครักษ์ ได้มอบหมายให้ชุดปฏิบัติการจัดระเบียบสังคม นำโดย นายลินพิชญ์ ทองประดับ ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง และสมาชิกร้อย อส.อำเภอองครักษ์ที่ 3 บูรณาการร่วมเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.อ.องครักษ์ ตรวจสถานประกอบการคล้ายสถานบริการทั้งการตรวจสอบทางออก-ทางเข้า ความหนาแน่น รวมถึงการกำชับแนวทางปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่พบการกระทำความผิด และที่อำเภอบ้านนา นางวจิราพร อมาตยกุล นายอำเภอบ้านนา มอบหมายนางรัตนา ขอสุข ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง นายศรนรินทร์ ทินบุตร ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง ร่วมกับผู้แทนจาก สาธารณสุขอำเภอบ้านนาและสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนร้อย อส.อ.บ้านนา ที่ 2 บูรณาการร่วมกันในการตรวจ “สถานประกอบการที่คล้ายสถานบันเทิง” ตามมาตรการป้องกัน สกัดกั้น ปราบปรามและจับกุมผู้หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ค้ามนุษย์ ยาเสพติด การควบคุมโรคติดต่อโควิด 2019 และกฎหมายว่าด้วยสถานบริการ ไม่พบการกระทำผิดกฎหมาย และได้เน้นย้ำการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
“เราจะยังคงเดินหน้าทำสงครามกับยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้โอกาส ไม่ให้พื้นที่ ไม่ให้คุณค่ากับยาเสพติด ตลอดจนการทำผิดกฎหมายทุกรูปแบบ เพื่อตัดโอกาสในการกระทำความผิด คืนคนดีสู่สังคม ให้กำลังใจคนที่กำลังอ่อนแอ ด้วยพลังความรัก ความสามัคคี ของสมาชิกในครอบครัว และสมาชิกในชุมชน เพื่อสร้างหมู่บ้าน/ชุมชนที่เข้มแข็ง สร้างเมืองที่ปลอดภัย สร้างประเทศที่มั่นคง จึงขอให้พี่น้องประชาชนทุกคนได้เป็นกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย และเป็นส่วนหนึ่งในการแจ้งเบาะแสการกระทำความผิดยาเสพติดผ่านสายด่วนศูนย์ดำรงธรรม โทร. 1567 ตลอด 24 ชั่วโมง” นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าวในช่วงท้าย
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 472/2565 วันที่ 29 ต.ค. 2565
