วันนี้ (2 พ.ย. 65) นายอำพล อังคภากรณ์กุล ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงมหาดไทย ได้มีนโยบายในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยประกาศเจตนารมณ์อย่างแน่วแน่พุ่งเป้าทำสงครามกับยาเสพติดในทุกมิติ ซึ่ง พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้เน้นย้ำให้ทุกจังหวัดทุ่มเทในการดำเนินการเรื่องดังกล่าวอย่างจริงจัง ต่อเนื่อง
“เมื่อวานนี้ (1 พ.ย. 65) ตนได้มอบหมายให้ ว่าที่ร้อยตรี ทรงพล แป้นแก้ว นายอำเภอเมืองลพบุรี สั่งการนายสนธยา ไพรภูธร ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง พร้อมสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนเมืองลพบุรี ที่ 1 นำตัวผู้เสพยาเสพติดที่มีภาวะเสี่ยงอาการทางจิตเข้ารับการบำบัดรักษา ณ โรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช หลังจากได้รับข้อร้องเรียนว่ามีชายอายุประมาณ 28 ปี เสพยาเสพติดและมักมีอาการคลุ้มคลั่ง อาละวาด และขู่ทำร้ายคนในครอบครัว บริเวณซอยดงจำปา 1 หมู่ที่ 5 ตำบลกกโก อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี โดยเมื่อเจ้าหน้าที่ได้ลงตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่พบว่า บุคคลดังกล่าวมีอาการพูดจาไม่รู้เรื่อง ต่อสู้ขัดขืนเจ้าหน้าที่ จึงทำการควบคุมตัวและชี้แจงแนวทางการรักษาให้ทราบ ซึ่งบุคคลดังกล่าวจึงยินยอมให้ความร่วมมือ จึงได้นำตัวผู้ป่วยฯ เข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาต่อไป” ผวจ.ลพบุรี กล่าวในช่วงต้น
นายอำพล อังคภากรณ์กุล ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ได้กล่าวต่ออีกว่า นอกจากนี้ ได้สั่งการให้ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองลพบุรี ได้ร่วมกับ สาธารณสุขอำเภอเมืองลพบุรี กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ ตำบลป่าตาล และสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนอำเภอเมืองลพบุรีที่ 1 และภาคีเครือข่าย ลงพื้นที่สังเกตและเฝ้าระวังอาการความผิดปกติทางจิตของประชาชนในหมู่บ้าน ตามข้อมูลที่ได้จากการสำรวจ (Re X-ray) หมู่บ้าน/ชุมชน ตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทย และจังหวัดลพบุรี เพื่อนำผู้ที่มีอาการรุนแรงและมีภาวะอันตรายส่งต่อเข้ารับการบำบัดรักษา และติดตาม ดูแล และให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยจิตเวชอันเนื่องมาจากการใช้ยาเสพติด ในพื้นที่ตำบลป่าตาล จำนวน 5 ราย ได้แก่ รายที่ 1 เพศชาย อายุ 36 ปี พูดจารู้เรื่องดี อาชีพรับจ้างทั่วไป เสพยาเสพติดมาโดยตลอดตั้งแต่วัยรุ่น ทำให้ใช้ยาเป็นประจำทุกวัน 2-4 เม็ด ประกอบกับการทำงานตนเองเชื่อว่าต้องใช้ยาช่วยในการทำงานดังกล่าว เบื้องต้นตนเองยอมรับว่าเสพสารฯ รายที่ 2 เพศชาย อายุ 39 ปี อาชีพรับจ้างทั่วไป ครอบครัวแตกแยกเลิกรากับภรรยาที่มีบุตรด้วยกัน ติดยาเสพติดเพราะเข้าใจว่าเสพแล้วทำให้หายเครียดจากปัญหาครอบครัว ปัจจุบันอาศัยอยู่ร่วมกับผู้ป่วยรายที่ 1 อาชีพรับจ้างทั่วไป ตรวจปัสสาวะพบปนเปื้อนสารเมทแอมเฟตามีน รายที่ 3 เพศชาย อายุ 28 ปี พูดจารู้เรื่องดี อาชีพก่อสร้าง ผ่านการบำบัดรักษาแล้ว เข้าสู่กระบวนการคุมประพฤติและคุมขังแล้ว ปัจจุบันยังใช้ยาอยู่เป็นประจำ ผลการตรวจสารเสพติดพบว่าปนเปื้อนสารเมทแอมเฟตามีน รายที่ 4 เพศชาย อายุ 46 ปี อดีตเคยติดยาเสพติด ผ่านการเข้าค่ายบำบัดรักษาแล้ว ปัจจุบันไม่เสพสารติดแล้ว แต่ติดสุราหนักมีอาการโวยวายบ้างเมื่อมึนเมา ผลการตรวจสารเสพติดไม่พบว่าปนเปื้อนสารเมทแอมเฟตามีน รายที่ 5 เพศชาย อายุ 45 ปี มีอาการทางจิต อดีตเป็นผู้ป่วยจิตเวชโรงพยาบาลศรีธัญญา บำบัดรักษา ปัจจุบันยังใช้สารเสพติดผลการตรวจปัสสาวะพบปนเปื้อนสารเมทแอมเฟตามีน อาศัยอยู่กับพ่อแม่ไม่มีงานทำ ประสงค์ต้องการบำบัดรักษาด้วยตนเอง
“จังหวัดลพบุรี ได้เน้นย้ำให้ที่ทำการปกครองอำเภอเมืองลพบุรี ได้ดำเนินการบำบัดรักษาผู้ป่วยทั้ง 5 รายข้างต้น ตามกระบวนการในส่วนที่เกี่ยวข้องตามขั้นตอนการบำบัดรักษาฟื้นฟูในทุกมิติ พร้อมทั้งได้เน้นย้ำให้นายอำเภอทุกอำเภอ ดำเนินการให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย เพื่อตัดช่องทางและลดโอกาสการเสพยาเสพติดของประชาชน รวมทั้งดำเนินการทั้งมิติป้องกัน ปราบปราม บำบัดรักษา และฟื้นฟู อย่างเข้มข้นต่อเนื่อง เพื่อให้ยาเสพติดหมดไปจากจังหวัดลพบุรี หมดไปจากสังคมไทย อันจะตั้งความสงบสุขให้กับบ้านเมือง และสร้างความผาสุกให้กับพี่น้องประชาชนอย่างยั่งยืน” ผวจ.ลพบุรี กล่าวในช่วงท้าย
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 482/2565 วันที่ 2 พ.ย. 2565
