“วรศิษฎ์” ไม่ขอตอบโต้ด้วยการเมือง ชี้ภาพจริงอยู่ที่การทำงาน หลัง “ไชยชนก-เจเศรษฐ์-วรศิษฎ์” ลงพื้นที่ปัตตานี-ยะลา เวลา 22.00 น. เยี่ยม อส.ชุดคุ้มครองตำบล รับฟังปัญหาถึงฐานปฏิบัติการ ย้ำชายแดนใต้ไม่ใช่พื้นที่ที่รัฐบาลจะนั่งสั่งการอยู่แต่ในห้องประชุม
จากกรณี น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน วิพากษ์วิจารณ์การจัดประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ พร้อมตั้งคำถามถึงการที่รัฐบาลไม่ได้ลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
ล่าสุด นายกองเอก วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า อยากให้การวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการลงพื้นที่มองจากข้อเท็จจริงและการทำงานที่เกิดขึ้นจริง มากกว่าการมองเพียงว่ารัฐบาลจัดประชุมที่จังหวัดใด
โดยเมื่อวันที่ 30 สิงหาคมที่ผ่านมา เวลา 22.00 น. นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วยนายกองเอก เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ และนายกองเอก วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางลงพื้นที่ จังหวัดปัตตานีและจังหวัดยะลา เพื่อตรวจเยี่ยม ให้กำลังใจ และมอบสิ่งของบำรุงขวัญแก่กำลังพลสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน หรือ อส. ชุดคุ้มครองตำบล ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่แนวหน้า
การลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่ได้มีการแจ้งผู้บริหารจังหวัดล่วงหน้า และไม่มีพิธีต้อนรับ โดยมีรัฐมนตรีเดินทางเข้าไปพบกำลังพลถึงพื้นที่ปฏิบัติหน้าที่ เพื่อรับฟังปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอในการทำงานโดยตรง ใช้เวลาตรวจเยี่ยมทั้ง 3 จุดประมาณ 2 ชั่วโมง
โดยจุดที่ลงพื้นที่ ได้แก่ ชุดคุ้มครองตำบลตะลุโบะ และชุดคุ้มครองตำบลรูสะมิแล อำเภอเมืองปัตตานี รวมถึงชุดคุ้มครองตำบลกาตอง อำเภอยะหา จังหวัดยะลา
นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า การทำงานของรัฐบาลในพื้นที่ชายแดนใต้ไม่ได้อยู่เพียงบนโต๊ะประชุม แต่ต้องเข้าไปเห็นสภาพการทำงานจริง และพูดคุยกับคนที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่แนวหน้า
“ถ้าถามว่ารัฐบาลกล้าลงพื้นที่ชายแดนใต้หรือไม่ ผมคิดว่าภาพที่เกิดขึ้นตอบคำถามได้ดีกว่าคำพูด เราไปถึงปัตตานีและยะลาในช่วงเวลาประมาณ 4 ทุ่ม เข้าไปหาพี่น้อง อส. ถึงฐานปฏิบัติการ เพื่อฟังว่าเขาขาดอะไร มีปัญหาอะไร และเราจะช่วยอะไรได้บ้าง”
นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า สิ่งที่สำคัญกว่าการเดินทางไปถึงพื้นที่ คือการนำปัญหาที่ได้รับกลับมาดำเนินการต่อ โดยเฉพาะการดูแลกำลังพล อส. ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการดูแลความปลอดภัยของประชาชน ครู นักเรียน พระภิกษุ และชุมชนในพื้นที่
ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ ได้กำชับให้กำลังพลเตรียมความพร้อมทั้งด้านบุคลากร อาวุธยุทโธปกรณ์ วัสดุอุปกรณ์ และยานพาหนะ รวมถึงซักซ้อมแผนเผชิญเหตุทุกรูปแบบ เพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ทันทีหากเกิดเหตุการณ์ไม่สงบ
“ชายแดนใต้ไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง และไม่ควรเอามาเป็นเรื่องว่าใครลงพื้นที่มากกว่าใคร สิ่งที่ประชาชนต้องการคือคนที่ลงไปฟังปัญหา แล้วเอากลับมาแก้ให้จริง”
นายวรศิษฎ์ กล่าวด้วยว่า การลงพื้นที่ของรัฐมนตรีทั้ง 3 คนครั้งนี้ สิ่งที่เห็นชัดคือกำลังพล อส. ในพื้นที่รู้สึกดีใจที่ผู้บังคับบัญชาระดับรัฐมนตรีเดินทางไปพบถึงฐานปฏิบัติการในช่วงกลางดึก โดยไม่มีพิธีการ และไม่มีการเตรียมการต้อนรับล่วงหน้า
“เราไม่ได้ไปเพื่อสร้างภาพ เราไปเพราะอยากเห็นคนทำงานจริง ๆ และอยากให้เขารู้ว่าคนที่อยู่ส่วนกลางไม่ได้ลืมเขา”
พร้อมย้ำว่า รัฐบาลพร้อมรับฟังทุกเสียงวิจารณ์ แต่เรื่องชายแดนใต้ควรแข่งขันกันที่ “การทำงานให้ประชาชน” มากกว่าการแข่งขันกันว่าใครพูดถึงพื้นที่นี้มากกว่ากัน
“ถ้าจะวัดกัน ขอวัดกันที่ว่าใครทำให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ปลอดภัยขึ้น มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และทำให้คนที่ทำงานอยู่แนวหน้ารู้สึกว่าเขาไม่ได้ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง”
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 948/2569 วันที่ 4 ก.ย. 2569
