เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. 66 นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า ฝ่ายความมั่นคงจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยการสนธิกำลังของสถานีตำรวจภูธรเมืองสุราษฎร์ธานี กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี ร่วมกับสถานีตำรวจท่องเที่ยว 3 กองกำกับการ 1 กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว บุกจับกุมผู้ต้องหาฉ้อโกงหลอกลวงขายแพคเกจทัวร์ท่องเที่ยวต่างประเทศราคาถูก ซึ่งได้รับแจ้งความร้องทุกข์จากผู้เสียหายทั้งในและนอกพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งได้ทำการจับกุมผู้ต้องหารวมนายหน้า จำนวน 6 ราย และสามารถขยายผลจนพบผู้เสียหายรวม 99 ราย มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 27 ล้านบาท
นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวถึงที่มาของการจับกุมในครั้งนี้ สืบเนื่องจากมีผู้เสียหายในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี รวม 27 ราย ได้แจ้งความร้องทุกข์กับ สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี และ สภ.กาญจนดิษฐ์ ว่าได้ซื้อแพคเกจท่องเที่ยวต่างประเทศจากบริษัท พีที อินฟินิตี้ทัวร์ จำกัด โดยบริษัทดังกล่าวมีพฤติการณ์ ให้คนรู้จักของเหยื่อติดต่อชักชวน และใช้หน้าเพจเฟซบุ๊กของบริษัทฯ นำเสนอว่า มีแพคเกจท่องเที่ยวหลายประเทศในราคาถูก พร้อมอ้างว่าได้รับการสนับสนุนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียหายหลงเชื่อและตัดสินใจซื้อแพคเกจทัวร์ และจ่ายเงินค่าแพคเกจท่องเที่ยว แต่เมื่อถึงกำหนดเดินทาง ผู้เสียหายพบว่าไม่สามารถเดินทางได้ นอกจากนี้ ยังมีผู้เสียหายอีกหลายรายร้องทุกข์ไว้ในท้องที่อื่นอีกด้วย รวมถึงกลุ่มผู้ที่ซื้อทัวร์ไว้แล้วแต่ยังไม่ถึงกำหนด เมื่อทราบข่าวได้ทำการขอคืนเงินแต่ยังคงไม่มีความคืบหน้า
“จากการตรวจสอบบริษัท พีที อินฟินิตี้ทัวร์ จำกัด ได้มีการจดทะเบียนและมีใบอนุญาตถูกต้อง แต่พบความผิดเพียงการไม่ติดแสดงใบอนุญาตให้เห็นชัดเจนเท่านั้น ส่วนกรณีข้อหาฉ้อโกง อยู่ในขั้นตอนของการร้องทุกข์กล่าวโทษและดำเนินคดีต่อไป และหากประชาชนท่านใดได้รับความเสียหายจากกรณีดังกล่าว สามารถเข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองสุราษฎร์ธานี หรือสถานีตำรวจในพื้นที่ และที่ตำรวจท่องเที่ยว อย่างไรก็ตามทางตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้ตั้งทีมสืบสวนสอบสวน เพื่อขอหมายค้นบริษัทดังกล่าว เพื่อเก็บรวบรวมพยานหลักฐาน เส้นทางการเงิน ตลอดจน ตรวจสอบจำนวนผู้เสียหายที่แท้จริง ซึ่งเชื่อได้ว่ายังมีผู้เสียหายอีกหลายราย ซึ่งทางตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานีจะดำเนินการเร่งรวบรวมพยานหลักฐานและติดตามเงินเพื่อคืนให้แก่ประชาชนผู้เสียหายให้มากที่สุด” ผู้ว่าฯ วิชวุทย์ ฯ กล่าว
นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ย้ำเตือนไปยังพี่น้องประชาชน หากพบบริษัททัวร์หรือการโฆษณาขายทัวร์ในลักษณะที่ต้องสงสัยขอให้แจ้งตำรวจท่องเที่ยวหรือตำรวจในท้องที่เพื่อตรวจสอบและสร้างการรับรู้เพื่อแจ้งเตือนประชาชนรายอื่นไม่ให้ถูกหลอกด้วย กรณีดังกล่าว มีข้อสังเกตที่สำคัญ คือ ทางบริษัททัวร์ได้ออกแพคเกจทัวร์ในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาดเทียบเท่าช่วงที่มีการระบาดของโควิด-19 ซึ่งข้อเท็จจริงถือเป็นราคาที่ไม่สามารถทำได้ เพราะต้นทุนในปัจจุบัน ทั้งตั๋วเครื่องบิน ที่พัก ปรับขึ้นมาแล้วไม่น้อยกว่า 50% โดยในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้ง 6 คน ในความผิด “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ ที่จะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน”
“ตนมีความห่วงใยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ จึงได้กำชับให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเร่งสอบสวนเส้นทางการเงิน และตรวจสอบบริษัทในลักษณะเดียวกันนี้ว่ามีอีกหรือไม่ เพื่อป้องกันไม่ให้มีผู้เสียหายเพิ่มมากกว่านี้ เพราะจะส่งผลต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยว และสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน ซึ่งปัจจุบันพบปัญหามิจฉาชีพและอาชญากรรมออนไลน์ มีความรุนแรงและมีรูปแบบการหลอกลวงที่ซับซ้อนมากขึ้น ดังนั้น ทุกหน่วยงานต้องเร่งดำเนินการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนให้ทันท่วงทีและให้การช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียหาย ควบคู่กับการสร้างการรับรู้ให้กับประชาชน รับทราบถึงรูปแบบและวิธีการ รวมถึงการป้องกันตัวเองไม่ให้ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพและอาชญากรรมทางออนไลน์ ทั้งนี้ หากพี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากแก๊งมิจฉาชีพหรือถูกหลอกลวงออนไลน์ต่าง ๆ หรือพบเห็นการกระทำความผิด สามารถแจ้งเบาะแสได้ทางสายด่วนศูนย์ดำรงธรรม โทร. 1567 หรือสายด่วนตำรวจไซเบอร์ โทร. 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือแจ้งทางระบบออนไลน์ได้ทาง https://thaipoliceonline.com” ผู้ว่าฯ วิชวุทย์ฯ กล่าวในช่วงท้าย
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 520/2566 วันที่ 6 มิ.ย. 2566


