วันนี้ (5 ส.ค. 66) เวลา 19.30 น. ที่เขตพัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูงปางปูเลาะ หมู่ 13 ตำบลศรีถ้อย อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดกิจกรรม “พะเยา…เสน่ห์ความต่าง หลากวิถีชาติพันธุ์ “Phayao Charm of ethnic diversity”” โดยมี นางสาวอังคณา ใจกิจสุวรรณ รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ อธิบดีกรมการปกครอง นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายขจร ศรีชวโนทัย อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นางจตุพร โรจนพานิช อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ นายวราพงษ์ เกียรตินิยมรุ่ง ที่ปรึกษาด้านวิศวกรรมสำรวจ กรมที่ดิน รองศาสตราจารย์วรวรรณ โรจนไพบูลย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเชฐ โสวิทยสกุล ที่ปรึกษาปลัดกระทรวงมหาดไทย นายรัฐพล นราดิศร รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายสมพร กาญจน์นิรันดร์ ผู้ตรวจราชการกรมโยธาธิการและผังเมือง ว่าที่ร้อยตรี ณรงค์ โรจนโสทร ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา นายบำรุง สังข์ขาว นายเทวา ปัญญาบุญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา ว่าที่ร้อยตรี กรกฎ ประเสริฐวงษ์ ปลัดจังหวัดพะเยา ว่าที่เรืออากาศตรีสมภพ โชติษฐยางกูร หัวหน้าสำนักงานจังหวัดพะเยา หัวหน้าส่วนราชการ และภาคีเครือข่าย ร่วมกิจกรรม
โอกาสนี้ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เยี่ยมชมบูธแสดงสินค้าและผลิตภัณฑ์ของชนเผ่าและ OTOP ของดีอำเภอแม่ใจ ลิ้มรสอาหารชนเผ่าของดีจังหวัดพะเยา และรับชมการแสดงของเด็กและเยาวชน “ชุดเทพธิดาดอย” และการแสดง “รำวงมหาดไทย”
นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ขอขอบพระคุณกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ที่ให้เกียรติกับกระทรวงมหาดไทย ร่วมเป็นภาคีเครือข่ายการจัดกิจกรรม “พะเยา…เสน่ห์ความต่าง หลากวิถีชาติพันธุ์ “Phayao Charm of ethnic diversity”” ซึ่งเป็นการผสมโรงบูรณาการร่วมกัน Change for Good ให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่แห่งนี้ เพราะกิจกรรมในครั้งนี้มีเป้าหมายในการบูรณาการทำให้พี่น้องประชาชนได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน โดยยึดหลักการพัฒนาแบบมีส่วนร่วม ซึ่งกระทรวงมหาดไทยได้ขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องผ่านโครงการอำเภอบำบัดทุกข์ บำรุงสุข แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน ซึ่งคำว่า “บูรณาการ” นั้น มี 2 นัย ประการที่ 1 คือ บูรณาการพละกำลังของทั้ง 7 ภาคีเครือข่าย อันประกอบไปด้วย 1. ภาคราชการทุกกระทรวง ทบวง กรม 2. ภาคผู้นำศาสนาและผู้นำจิตวิญญาณ 3. ภาคผู้นำวิชาการ 4. ภาคเอกชน 5. ภาคประชาสังคม 6. ภาคประชาชน และ 7. ภาคสื่อสารมวลชน และประการที่ 2 คือ การบูรณาการภารกิจ เพราะเรามั่นใจว่า ถ้าท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านนายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และข้าราชการในพื้นที่ทุกกระทรวง ระดมสรรพกำลัง ทั้งกำลังกาย กำลังความคิด กำลังสติปัญญา ช่วยกันบูรณาการทำงานโดยไม่เกี่ยงงอนว่าสิ่งไหนเป็นงานกระทรวงไหน หรือเป็นงานของคนนั้น คนโน้น คนนี้ ด้วยการถือว่า “ทุกงานคือหน้าที่ของข้าราชการทุกคน” พี่น้องประชาชนก็จะมีคุณภาพชีวิตที่ดี
นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวอีกว่า พวกเราทุกคนมีหัวใจเดียวกันในการอยากช่วยกันบำบัดทุกข์ บำรุงสุขให้กับพี่น้องประชาชน โดยให้ความสำคัญกับพี่น้องประชาชนหรือเรียกว่า “มีพี่น้องประชาชนเป็นศูนย์กลาง” ด้วยการให้พี่น้องประชาชนลุกขึ้นมาดูแลครอบครัว ดูแลชุมชน ดูแลสังคม ดูแลประเทศชาติ และดูแลคุณภาพชีวิตของผู้คนในชุมชน นอกเหนือจากในครอบครัว ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี และด้วยความร่วมมือนี้ก็ยังสอดคล้องเป็นไปตามสิ่งที่กระทรวงมหาดไทยได้ร่วมกับท่านผู้ว่าราชการจังหวัด 76 จังหวัดประกาศเจตนารมณ์กับองค์การสหประชาชาติประจำประเทศไทย “76 จังหวัด 76 คำมั่นสัญญา เพื่อความเท่าเทียม และการพัฒนาที่ยั่งยืน” เพื่อทำให้ทั้ง 76 จังหวัดของประเทศนี้มี 76 คำมั่นสัญญาในการพัฒนาที่ยั่งยืนตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) ทั้ง 17 ข้อ ซึ่งทุกข้อล้วนแล้วแต่เป็นการถอดบทเรียนมาจากหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จึงได้รับการสืบสาน รักษา และต่อยอด โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ดังพระปฐมบรมราชโองการ “เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป” และแนวพระราชปณิธาน “ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมีความสุข แก้ไขในสิ่งผิด สืบสานในพระราชปณิธาน ภายใต้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง”
“การจัดกิจกรรม “พะเยา…เสน่ห์ความต่าง หลากวิถีชาติพันธุ์ “Phayao Charm of ethnic diversity”” นี้ ถือได้ว่าพวกเราทุกคนกำลังช่วยกันทำในสิ่งที่เรียกว่า “บูรณาการสรรพกำลัง” ซึ่งเป็นเป้าหมายขององค์การสหประชาชาติข้อที่ 17 เรื่อง Partnership หรือการเป็นหุ้นส่วนการพัฒนาไปด้วยกัน จึงขอขอบคุณจังหวัดพะเยา กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนภาคีเครือข่ายผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งในพื้นที่จังหวัดพะเยาและจากพื้นที่ต่าง ๆ ที่มาช่วยเหลือเกื้อกูลทำให้งานในครั้งนี้ประสบความสำเร็จ และจะได้ช่วยกันนำเอาสิ่งที่ดีที่เกิดขึ้นในการจัดงานในครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรายได้ หรือรูปแบบวิธีการในการบริหารจัดการงาน ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ดี มาช่วยทำให้ชุมชนพื้นที่สูงของจังหวัดพะเยาได้มีโอกาสในการพัฒนาคุณภาพชีวิต มีโอกาสได้ประสบการณ์ และได้มีโอกาสในการที่จะได้สืบสานและต่อยอดงานนี้ให้ดียิ่งขึ้นในปีต่อ ๆ ไป” นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าวเน้นย้ำ
นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวในช่วงท้ายว่า ความสุขที่ทุกท่านได้มีส่วนร่วมจัดกิจกรรม “พะเยา…เสน่ห์ความต่าง หลากวิถีชาติพันธุ์ “Phayao Charm of ethnic diversity”” เป็นสิ่งที่ทำให้คนจังหวัดพะเยามีความสุขมากขึ้น เพราะวันนี้พวกเราทุกคนได้ช่วยทำให้ “ชาวพะเยาไม่ต้องรอเรา เพราะเราได้มาพบชาวพะเยาเรียบร้อยแล้ว” แต่ที่สำคัญที่สุด คือ เราจะทำอย่างไรให้คนอื่นได้รู้ว่า “พะเยารอเธอ” และกิจกรรมในครั้งนี้ทำให้พวกเราจะได้ร่วมกันเรียนรู้ว่าบนพื้นที่สูงนั้น เรื่องของสิ่งแวดล้อมมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าคุณภาพชีวิตในเรื่องอื่น ๆ อีกด้วย
นางสาวอังคณา ใจกิจสุวรรณ รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีบทบาทในการสนับสนุนการพัฒนาสังคมและการจัดสวัสดิการสังคมในพื้นที่ จัดกิจกรรม “พะเยา..เสน่ห์ความต่าง หลากวิถีชาติพันธุ์” ณ เขตพัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูงปางปูเลาะ ซึ่งต้องขอขอบพระคุณท่านสุทธิพงษ์ จุลเจริญ คณะผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย และจังหวัดพะเยาที่ได้มาร่วมบูรณาการในการจัดกิจกรรม ซึ่งมีส่วนสำคัญในการพัฒนาวิถีชีวิต อัตลักษณ์ชุมชน เพื่อการจัดสวัสดิการชุมชนบนพื้นที่สูงในครั้งนี้
“กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูงจังหวัดพะเยา ได้บูรณาการกับเครือข่ายหน่วยงานภาครัฐ สมาคมกีฬา และภาคเอกชนในพื้นที่จังหวัดพะเยา ร่วมกันจัดกิจกรรม “พะเยา…เสน่ห์ความต่าง หลากวิถีชาติพันธุ์ “Phayao Charm of ethnic diversity”” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมสวัสดิการชุมชนให้แก่ราษฎรบนพื้นที่สูง ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มเป้าหมายของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยใช้กลไกการดำเนินงานด้านการท่องเที่ยวเชิงภูมิวัฒนธรรม นำเสนอวิถีชีวิต วัฒนธรรม อัตลักษณ์ชาติพันธุ์ เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ รวมถึงเพิ่มช่องทางการรับรู้ของสังคม เกี่ยวกับเรื่องราววิถีชีวิตและทุนทางสังคมของพี่น้องราษฎรบนพื้นที่สูงในพื้นที่จังหวัดพะเยา ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ สินค้าอัตลักษณ์ งานผ้าชาวเขา อาหารพื้นถิ่น การแสดงด้านศิลปวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ และกิจกรรมวิ่งเทรล “ลุยปางปูเลาะ 2023”” รองปลัด พม. กล่าวเพิ่มเติม
นางสาวอังคณา ใจกิจสุวรรณ รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวในช่วงท้ายว่า พื้นที่บ้านปางปูเลาะ ผาแดง ป่าเมี่ยง อ.แม่ใจ จ.พะเยา เป็นชุมชนต้นแบบที่ได้รับการส่งเสริมด้านสวัสดิการสังคมชุมชนบนพื้นที่สูง มีการยกระดับคุณภาพชีวิต ด้วยกลไกการขับเคลื่อนในพื้นที่ชุมชนท่องเที่ยววิถีชาและกาแฟ จึงเป็นพื้นที่ที่สามารถนำโมเดลการขับเคลื่อนงานไปใช้ในชุมชนบนพื้นที่สูงพื้นที่อื่นได้เป็นอย่างดี มีการบูรณาการและการทำงานของทุกภาคส่วนบนฐานการพัฒนาเชิงพื้นที่ ซึ่งถือเป็นต้นแบบที่น่าชื่นชมอย่างยิ่ง และการกิจกรรมวิ่งเทรล “ลุยปางปูเลาะ 2023” ครั้งนี้ ย่อมเป็นการเปิดพื้นที่เพื่อสวัสดิการสังคมชุมชนบนพื้นที่สูง ให้ครอบคลุมมิติด้านสุขภาพอนามัย และด้านนันทนาการ ควบคู่กับสวัสดิการด้านการทำงาน และการมีรายได้ที่คำนึงถึงการอนุรักษ์ที่ยั่งยืน
ว่าที่ร้อยตรี ณรงค์ โรจนโสทร ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา กล่าวว่า กิจกรรม “พะเยา…เสน่ห์ความต่าง หลากวิถีชาติพันธุ์ “Phayao Charm of ethnic diversity”” เป็นกิจกรรมการบูรณาการความร่วมมือการทำงานร่วมกันของหลาย ๆ หน่วยงานในพื้นที่ ทั้งสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพะเยา และภาคีเครือข่ายทั้ง 7 ภาคีเครือข่าย และที่สำคัญ คือ ความร่วมไม้ร่วมมือของพี่น้องบ้านปางปูเลาะซึ่งเป็นหมู่บ้านชาติพันธุ์เล็ก ๆ แต่มีความร่วมไม้ร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจที่สูงมาก พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกท่าน ซึ่งในวันนี้ นอกเหนือจากการแสดงแล้ว ยังมีบูธนิทรรศการและร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน ผลิตภัณฑ์ชาติพันธุ์ และในวันพรุ่งนี้ก็จะมีกิจกรรมรณรงค์วันดินโลก ทั้งการปลูกป่าและการวิ่งเทรลในช่วงเช้า จึงถือเป็นครั้งแรกที่ปางปูเลาะจัดกิจกรรมวิ่งเร็วในระยะ 20 กิโลเมตร 10 กิโลเมตร และ 5 กิโลเมตร ซึ่งพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดพะเยาและชาวอำเภอแม่ใจและบ้านบางปูเลาะรู้สึกยินดีและขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่จังหวัดพะเยา ด้วยความยินดี
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 754/2566 วันที่ 5 ส.ค. 2566
