วันนี้ (18 ต.ค. 66) นายสุพจน์ รอดเรือง ณ หนองคาย ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา เปิดเผยว่า จังหวัดพังงาได้จัดสัมมนารับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ณ ห้องเขาหลักแกรนด์บอลรูม A โรงแรมเขาหลักเมอร์ลีน รีสอร์ท จังหวัดพังงา ซึ่งกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ผู้ที่เกี่ยวข้องและมีความสนใจในโครงการศึกษาจัดทำ Model การพัฒนาโครงข่ายการคมนาคมในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคกลางและภาคใต้ เชื่อมโยงกับพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภายใต้กรอบ GMS เพื่อสนับสนุนการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวจากทุกภาคส่วน โดยมี นายสุรพงษ์ เมี้ยนมิตร รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร พร้อมด้วยบุคลากรภาคราชการและภาคเอกชนในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน (จังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต) เข้าร่วมสัมมนา
นายสุพจน์ รอดเรือง ณ หนองคาย ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา เปิดเผยว่า เนื่องด้วยสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจโลก จึงทำให้ประเทศไทยต้องเผชิญกับความท้าทายในการพัฒนาทั้งจากปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอกที่มีผลกระทบต่อการสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างต่อเนื่อง อาทิ ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก กฎ ระเบียบระหว่างประเทศที่เกี่ยวกับการแข่งขันทางการค้า ทักษะความสามารถของแรงงาน โครงสร้างประชากรที่เข้าสู่สังคมสูงวัย และเทคโนโลยีที่มีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว ดังนั้น เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 – 2580) ยุทธศาสตร์ที่ 2 ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน ให้บรรลุเป้าหมายการเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว มีโครงข่ายการคมนาคม เชื่อมโยงพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภายใต้กรอบ GMS ยกระดับการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของไทยให้เติบโตอย่างมีเสถียรภาพและยั่งยืน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จึงได้กำหนดเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ในประเด็นด้านการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก ลดความเหลื่อมล้ำ การพัฒนาคุณภาพชีวิต ตลอดจนการอำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว โดยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งทางถนน ทางน้ำ ทางราง และทางอากาศอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การพัฒนามีความสัมพันธ์กับการพัฒนากลไกขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ ทั้งในภาคเกษตร อุตสาหกรรม บริการ และการท่องเที่ยว ผ่านกลไกการบริหารราชการส่วนภูมิภาค ทั้งจังหวัด อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผสานการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในพื้นที่ เพื่อให้เกิดโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของประเทศที่ครอบคลุมทุกพื้นที่ สามารถรองรับความต้องการของประชาชนทั้งในระดับครัวเรือน อุตสาหกรรม และการท่องเที่ยวได้ ซึ่งจำเป็นต้องมีการพัฒนาโครงข่ายการคมนาคมในระดับภูมิภาค เพื่อเชื่อมต่อโครงข่ายหลักของประเทศเข้าสู่พื้นที่ สร้างประโยชน์ในการสนับสนุนภาคการผลิต การบริการ การค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และโลจิสติกส์ เสริมสร้างศักยภาพรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจของพื้นที่ จังหวัด และกลุ่มจังหวัด รวมถึงการปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับต่าง ๆ ให้เหมาะสม
ด้าน นายสุรพงษ์ เมี้ยนมิตร รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร กล่าวว่า สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจรตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพด้านโครงข่ายคมนาคมในพื้นที่เขตเมือง รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีเป็นอย่างยิ่ง จึงจัดทำโครงการศึกษาการจัดทำ Model การพัฒนาโครงข่ายการคมนาคมในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคกลางและภาคใต้ ฯ ขึ้น โดยมุ่งเน้นการศึกษาในภาพรวมของพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคกลาง ภาคใต้ และภาคตะวันออก ครอบคลุมทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน การบริหารจัดการ การอำนวยความสะดวกในการขนส่งและการบริการระบบโลจิสติกส์ การปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับต่าง ๆ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจของภูมิภาคที่เชื่อมต่อกับระบบหลักของประเทศและอนุภูมิภาคตามแนวระเบียงเศรษฐกิจเหนือ – ใต้ และแนวตะวันออก – ตะวันตก รวมทั้งการจัดทำแผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาโครงข่ายการคมนาคมและระบบโลจิสติกส์ในพื้นที่ เพื่อสนับสนุนภาคการผลิต การบริการ การค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และระบบโลจิสติกส์ของประเทศ พัฒนาปรับปรุงโครงสร้างทางเศรษฐกิจทั้งระบบ สอดคล้องเชื่อมโยงกับแนวทางการพัฒนากลไกการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพด้านโครงข่ายคมนาคมในพื้นที่เขตเมือง รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐาน เพื่ออำนวยความสะดวกและลดต้นทุนในด้านโลจิสติกส์ของรัฐบาล
“การสัมมนาในครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อนำเสนอข้อมูลความก้าวหน้าของผลการศึกษาฯ ซึ่งประกอบไปด้วย (ร่าง) แผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาโครงข่ายการคมนาคมและระบบโลจิสติส์ ในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคกลาง ภาคใต้ และภาคตะวันออก เชื่อมโยงกับพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภายใต้กรอบ GMS เพื่อสนับสนุนการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว (พ.ศ. 2556 – 2580) นอกจากนี้ ยังเป็นเวทีรับฟังข้อมูล ความคิดเห็น และข้อเสนอแนะต่าง ๆ จากผู้เข้าร่วมการสัมมนาในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน โดยจะมีการนำข้อมูลที่ได้จากการสัมมนาไปประกอบการศึกษาฯ และกำหนดแนวทางการพัฒนาของโครงการให้เกิดความเหมาะสม ครอบคลุมประเด็นการพัฒนาด้านต่าง ๆ ที่สำคัญต่อไป ซึ่งการดำเนินการให้สำเร็จตามเป้าประสงค์ของโครงการ เพื่อนำไปสู่การขับเคลื่อนประเทศไทยอย่างยั่งยืนและมั่นคงนั้น ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมมือกันผลักดันให้ประเทศไทยสามารถก้าวเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและโลจิสติกส์ระดับภูมิภาคในอนาคตต่อไป” นายสุพจน์ รอดเรือง ณ หนองคาย ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา กล่าวทิ้งท้าย
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 983/2566 วันที่ 18 ต.ค. 2566
