วันนี้ (19 ต.ค. 66) นายวันชัย จันทร์พร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เปิดเผยว่า จังหวัดนครพนมให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนแนวทางการเสริมสร้างความอยู่ดีมีสุขให้กับพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดนครพนมด้วยการนำนโยบายของรัฐบาลและภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ในด้านการเสริมสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีเพื่อยังผลทำให้ประชาชนได้ใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขในสภาพแวดล้อมที่มีความเหมาะสม สอดคล้องกับแนวทางตามที่จังหวัดนครพนมได้ร่วมลงนามประกาศเจตนารมณ์ “76 จังหวัด 76 คำมั่นสัญญา เพื่อประเทศไทยที่ยั่งยืน” (Statement of Commitment to Sustainable Thailand by the Governors of the Provinces of Thailand) กับสหประชาชาติประจำประเทศไทย เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2565 ที่มุ่งขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) ให้ประสบความสำเร็จ ซึ่งได้มอบนโยบายของจังหวัดในการประชุมกรมการจังหวัด รวมทั้งการประชุมผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นประจำเดือนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดการดำเนินการที่เป็นเอกภาพ สร้างเมืองนครพนมให้น่าอยู่ น่ามองไปพร้อมกันทุกภาคส่วน ทั้งนี้ จากข้อมูลการดำเนินงานพบว่า ปัจจุบันจังหวัดนครพนมมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขับเคลื่อนโครงการธนาคารขยะแล้ว 24 แห่ง และมีการดำเนินการคัดแยกขยะตามหลักการทั่วไป 10 แห่ง ทางจังหวัดนครพนมจึงได้กำหนดแผนการตรวจเยี่ยมการดำเนินงานเพื่อติดตาม ถามไถ่ นิเทศ ให้ข้อเสนอแนะ และรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการดำเนินงาน
“ตนได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานโครงการธนาคารขยะรีไซเคิลขององค์การบริหารส่วนตำบลไชยบุรี (อบต.ไชยบุรี) อำเภอท่าอุเทน ณ ศาลาเอนกประสงค์ บ้านตาลปากน้ำ หมู่ที่ 2 ตำบลไชยบุรี อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม ซึ่งมีพื้นที่ในความรับผิดชอบทั้งหมด 17 หมู่บ้าน จำนวนประชากรตามทะเบียนราษฎรประมาณ 2,500 คน อาศัยอยู่ในพื้นที่จริงประมาณ 1,900 คน ซึ่ง อบต.ไชยบุรีแห่งนี้ได้มีการดำเนินโครงการธนาคารขยะรีไซเคิลมาแล้วเป็นระยะเวลา 11 เดือน มีประชาชนสมัครสมาชิกธนาคารขยะรีไซเคิลตำบลไชยบุรี จำนวน 1,464 ครัวเรือน คิดเป็นร้อยละ 70 จำนวนครัวเรือนทั้งหมด ส่งผลทำให้เกิด “กองทุนโครงการธนาคารขยะ” ที่มีวงเงินสะสมกว่า 1,500,000 บาท พร้อมทั้งสามารถลดขยะภายในชุมชนพื้นที่ตำบลไชยบุรี เพราะผู้นำชุมชนได้ร่วมกันส่งเสริมให้เกิดความตระหนักรู้และปลูกฝังแนวความคิดให้กับพี่น้องประชาชนได้รู้จักการบริหารจัดการขยะตั้งแต่ต้นทางตามหลัก 3ช (3Rs) คือ ใช้น้อย (Reduce) ใช้ซ้ำ (Reuse) นำกลับมาใช้ใหม่ (Recycle) ตั้งแต่บ้านเรือนของตนเอง ด้วยการคัดแยกขยะ ลดการทิ้งขยะ และนำขยะรีไซเคิลกลับมาใช้ใหม่ ส่งเสริมการสร้างรายได้จากขยะรีไซเคิล ส่งเสริมให้เกิดการออม ที่มีสโลแกนการสร้างการรับรู้ที่สำคัญ คือ “เปลี่ยนขยะเป็นเงินฝากแทนเงินสด” ที่เป็นเสมือนกรมธรรม์ประกันชีวิตให้กับประชาชนผู้เป็นสมาชิกธนาคารขยะรีไซเคิลตำบลไชยบุรี” ผวจ.นครพนม กล่าว
นายวันชัย จันทร์พร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม กล่าวต่ออีกว่า จากการร่วมมือร่วมใจกันของผู้บริหาร สมาชิกสภา และพี่น้องประชาชนในพื้นที่ อบต.ไชยบุรี ร่วมกันทำกองทุนโครงการธนาคารขยะอย่างต่อเนื่องจนมีเงินหมุนเวียนกว่า 1.5 ล้านบาท นี้ ปัจจุบันกลายเป็นสวัสดิการของพี่น้องประชาชนที่เป็นสมาชิก โดยหากสมาชิกเสียชีวิตจะได้รับเงินช่วยเหลือรายละ 34,320 บาท/ราย ซึ่งสามารถคุ้มครองบุคคลในครัวเรือนทุกราย ในตำบลไชยบุรี ซึ่ง อบต.ไชยบุรี จะได้ดำเนินการขยายผลเพื่อให้ประชาชนได้เข้าเป็นสมาชิกโครงการฯ มากยิ่งขึ้นต่อไป
“โครงการธนาคารขยะรีไซเคิล อบต.ไชยบุรี นับได้ว่าเป็นโครงการนำร่องของจังหวัดนครพนม ที่หนุนเสริมการดำเนินโครงการ “หน้าบ้านน่ามอง นครพนมน่าอยู่” ที่จะก่อให้เกิดการคัดแยกขยะ การเปลี่ยนขยะเป็นรายได้ ลดภาระค่าครองชีพ ลดมลพิษ ลดขยะของเสียภายในพื้นที่ชุมชน ลดภาระการจัดการขยะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งจังหวัดนครพนมจะได้นำผลสำเร็จที่เป็นตัวอย่างของ อบต.ไชยบุรี ไปกำหนดแนวทางขยายผลการดำเนินโครงการธนาคารขยะรีไซเคิลให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่จังหวัดนครพนมให้ครบทั้ง 104 แห่ง ต่อไป พร้อมทั้งส่งเสริมการขยายเครือข่าย สร้างกลุ่มคนรักนครพนมผ่านกลไกระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยอาสาสมัครท้องถิ่นรักษ์โลก พ.ศ. 2561 โดยเริ่มต้นจาก “เด็กอายุตั้งแต่ 7 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป” ที่ถือเป็นพลังของคนรุ่นใหม่ที่จะมาหนุนเสริมกำลังของพ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย คนในชุมชน ได้ลุกขึ้นมามีพลังของการ Change for Good ให้กับชุมชน อันสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ขององค์การสหประชาชาติในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นด้านการขจัดความยากจน ความเสมอภาคและความเท่าเทียม การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ทำให้จังหวัดนครพนมกลายเป็นพื้นที่แห่งความสุข พื้นที่แห่งสิ่งแวดล้อมที่ดี และพื้นที่ที่ประชาชนทุกคนเป็นคนที่มีสุขภาพดี มีชีวิตที่สดใส และมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน” ผวจ.นครพนม กล่าวในช่วงท้าย
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 986/2566 วันที่ 19 ต.ค. 2566
