วันนี้ (20 มี.ค. 67) นายผล ดำธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เปิดเผยว่า จังหวัดสมุทรสาครได้ดำเนินการขับเคลื่อนตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทยในการจัดระเบียบสังคม ปราบปรามผู้มีอิทธิพล และการป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติด ซึ่งที่ผ่านมาจังหวัดสมุทรสาครได้บูรณาการทุกภาคส่วนดำเนินมาตรการเข้มงวดกวดขันเกี่ยวกับยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมายทุกชนิดอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ประชาชนได้มีสังคมที่มั่นคง มีความสงบเรียบร้อย และปลอดภัยจากยาเสพติด
นายผล ดำธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวว่า ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสมุทรสาคร ได้รับเรื่องร้องเรียนร้องทุกข์จากประชาชนว่ามีการลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า บริเวณซอยครองครุ-ศรีเมือง หมู่ที่ 6 ตำบลท่าทราย อำเภอเมืองสมุทรสาคร ตนจึงได้สั่งการให้นายปฐม เอมโอษฐ์ ป้องกันจังหวัดสมุทรสาคร ผู้ช่วยป้องกันจังหวัดสมุทรสาคร สมาชิกกองอาสารักษาดินแดนกองร้อยบังคับการและบริการ ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองจังหวัดสมุทรสาคร ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองอำเภอเมืองสมุทรสาคร และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรสาคร ดำเนินการเข้าตรวจสอบบริเวณดังกล่าว โดยชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองจังหวัดสมุทรสาครได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่ามีการลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าจริง ซึ่งร้านที่ได้รับการร้องเรียน ตั้งอยู่ ณ อาคารชุด บริเวณซอยครองครุ-ศรีเมือง หมู่ที่ 6 ตำบลท่าทราย อำเภอเมืองสมุทรสาคร
นายผล ดำธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการเข้าดำเนินการของเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองจังหวัดสมุทรสาคร พบว่าร้านดังกล่าวมีลักษณะเป็นอาคารชุดประตูทางเข้าเป็นกระจกปิดด้วยสติกเกอร์ทึบสีฟ้า เมื่อเปิดประตูเข้าไปภายในร้านพบบุหรี่ไฟฟ้าและอุปกรณ์วางอยู่ในตู้กระจกใสตั้งอยู่บริเวณกลางร้านเป็นจำนวนมาก และพบผู้ชาย 1 ราย ยืนอยู่หลังตู้กระจกภายในร้าน สายลับจึงทำการขอซื้อบุหรี่ไฟฟ้าจากผู้ชายคนดังกล่าว เมื่อสายลับได้บุหรี่ไฟฟ้าและชำระเงินแล้ว จึงได้แจ้งเจ้าพนักงานชุดจับกุมทราบ เมื่อพนักงานชุดจับกุมทราบว่ามีการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าจริงจึงได้เข้าตรวจสอบ พบนายเจษฎากร ยืนอยู่หลังตู้กระจกภายในร้าน เจ้าพนักงานชุดจับกุมจึงได้แสดงตนเป็นเจ้าพนักงาน ซึ่งนายเจษฎากรแสดงตนเป็นพนักงานขายประจำร้านและเจ้าของร้าน โดยให้การยอมรับว่าที่ร้านมีการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าและอุปกรณ์บุหรี่ไฟฟ้าจริง ซึ่งตนเป็นผู้จำหน่าย จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจค้นภายในร้าน ตรวจยึดของกลางบุหรี่ไฟฟ้าและอุปกรณ์ พร้อมธนบัตรที่ใช้ในการล่อซื้ออยู่ที่ช่องเก็บของใต้ตู้โชว์บุหรี่ไฟฟ้า
“เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหา ซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำ หรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งของอันตนพึงรู้ว่าเป็นของอันเนื่องด้วยความผิดตามมาตรา 242 และมาตรา 2466 วรรคแรก ตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 ประกอบข้อ 4 ตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้บารากู่และบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าที่ต้องห้ามในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. 2557 และ ขายสินค้าบารากู่ บารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า หรือตัวยาบารากู่ น้ำยาสำหรับเติมบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า โดยฝ่าฝืนคำสั่งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ที่ 9/2558 เรื่อง ห้ามขายหรือห้ามให้บริการสินค้า บารากู่ บารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า หรือตัวยาบารากู่ น้ำยาสำหรับเติมบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า จากนั้นเจ้าพนักงานชุดจับกุมจึงรวบรวมของกลางทั้งหมด พร้อมทั้งควบคุมตัวผู้กระทำความผิดทำบันทึกจับกุม ณ ที่ทำการปกครองจังหวัดสมุทรสาคร และนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองสมุทรสาครเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป” นายผลฯ กล่าว
นายผล ดำธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวในช่วงท้ายว่า ปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อสังคมอย่างมาก ซึ่งจังหวัดสมุทรสาครได้ให้ความสำคัญในการปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าในพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นที่ชัดเจนแล้วว่าบุหรี่ไฟฟ้าส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายผู้สูบเป็นอย่างมาก ในระยะยาวจะก่อให้เกิดปัญหาด้านสุขอนามัย ทั้งต่อตัวผู้สูบ ครอบครัว และชุมชน จึงต้องดำเนินการจับกุมอย่างจริงจังและเด็ดขาด ทั้งนี้ ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกคนในความร่วมมือร่วมใจ และขอเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ทุกคนทำงานด้วยความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหายาเสพติดและอาชญากรรม ในฐานะผู้ทำหน้าที่ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” และรักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อย เป็นหน้าที่ที่ต้องดูแลพี่น้องประชาชน เพื่อให้ทุกคนในสังคมได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข อย่างไรก็ตามขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนทุกท่านช่วยเป็นหูเป็นตา ระแวดระวังบ้านเมืองของเรา หากพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิดทุกรูปแบบ สามารถแจ้งข้อมูล และร้องเรียนร้องทุกข์ได้ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอ สายด่วน 1567 โทรฟรีตลอด 24 ชั่วโมง
#กระทรวงมหาดไทย #บำบัดทุกข์บำรุงสุข
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 472/2567 วันที่ 20 มี.ค. 67
