เมื่อวันที่ 21 เม.ย. 67 นายเจษฎา จิตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า ตนได้สั่งการให้ ว่าที่ร้อยโท สมชาย เรืองจันทร์ ปลัดจังหวัดสุราษฎร์ธานี นำกำลังเจ้าหน้าที่ ชุดปฏิบัติการพิเศษป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดจังหวัดสุราษฎร์ธานี นำโดยนายปัญญาศักดิ์ กั่งเซ่ง ป้องกันจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ อส.จ.สฎ.1 สนธิกำลังกับ ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองอำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี และปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง ลงพื้นที่บุกเข้าจับกุมการลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า ที่อาคารพาณิชย์เลขที่ 143/13 หมู่ 7 ตำบลมะขามเตี้ย อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 1 ราย ชื่อนายฐัชธน (สงวนนามสกุล) อายุ 31 ปี พร้อมของกลางบุหรี่ไฟฟ้าหลายชนิด อุปกรณ์การสูบและน้ำยา รวมมูลค่านับหลายแสนบาท อีกทั้งยังพบกัญชาทั้งแบบที่บรรจุมวน เพื่อจำหน่ายปลีก 46 มวน และกัญชาแห้งน้ำหนัก 500 กรัม ภายในร้านดังกล่าว
นายเจษฎา จิตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า สืบเนื่องจากชุดปฏิบัติการพิเศษป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดจังหวัดสุราษฎร์ธานี สืบทราบเบาะแสว่ามีการลักลอบขายบุหรี่ไฟฟ้าและอุปกรณ์การสูบให้กับเยาวชนในพื้นที่อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี ตั้งอยู่ใกล้กับสถานศึกษาระดับอุดมศึกษา 2 แห่ง ทำให้เยาวชนสามารถเข้าถึงการใช้บุหรี่ไฟฟ้าได้โดยง่าย ซึ่งมีผลอันตรายต่อสุขภาพ ทางชุดปฏิบัติการพิเศษฯ จึงได้ดำเนินการวางแผนติดต่อล่อซื้อนำไปสู่การจับกุม ตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทยในการจัดระเบียบสังคม ปราบปรามยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมาย ซึ่งการจับกุมครั้งนี้ถือเป็นการจับกุมร้านที่ใหญ่ที่สุดที่เคยมีการจับกุมในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี
“จากการสอบสวนผู้ต้องหา เบื้องต้นรับสารภาพว่า รับจ้างมาขายได้ประมาณ 2 เดือน มียอดจำหน่ายประมาณ 3 – 4 หมื่นบาทต่อวัน หรือ ประมาณ 1 ล้านบาทต่อเดือน โดยแต่ละวันจะส่งยอดเงินให้กับเจ้าของร้าน ส่วนกัญชาในที่เกิดเหตุ มีคนเอามาฝากขาย หลังจากรวบรวมพยานหลักฐานและของกลางครบแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาไปสอบสวนขยายผลและนำของกลางไปทำบันทึกจับกุมที่กองร้อย อส.สุราษฎร์ธานี ก่อนส่ง สภ.ขุนทะเล พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา 1) มียาเสพติดกัญชาในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต 2) ฝ่าฝืนคำสั่งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ที่ 9/2558 เรื่อง ห้ามขาย หรือ ห้ามให้บริการสินค้า “บารากู่ไฟฟ้า หรือ บุหรี่ไฟฟ้า หรือ ตัวยาบารากู่ น้ำยาสำหรับเติมบารากู่ไฟฟ้า หรือ บุหรี่ไฟฟ้า” 3) นำเข้าบุหรี่ไฟฟ้า มีความผิดตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้บารากู่และบารากู่ไฟฟ้า หรือ บุหรี่ไฟฟ้า เป็นสินค้าที่ต้องห้ามนำเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. 2557 และ 4) ครอบครอง หรือ รับไว้ซึ่งบุหรี่ไฟฟ้า อันเป็นสินค้าห้ามนำเข้ามาในราชอาณาจักรจะมีความผิดฐาน ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ หรือ รับไว้โดยประการใด ซึ่งของอันตนรู้ว่าเป็นของที่เข้ามาในราชอาณาจักร โดยยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากรโดยถูกต้อง ตามมาตรา 246 วรรคหนึ่ง ของ พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560” นายเจษฎาฯ กล่าว
นายเจษฎา จิตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวเพิ่มเติมว่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี มุ่งมั่นในการขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงมหาดไทยในการจัดระเบียบสังคม เพื่อขจัดยาเสพติดรวมถึงสิ่งผิดกฎหมายทุกประเภท และพร้อมกวาดล้างสิ่งที่บ่อนทำลายอนาคตเยาวชนให้หมดสิ้นไปจากสังคม ซึ่งได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองยกระดับความเข้มข้นในการลาดตระเวนอย่างต่อเนื่องและจริงจัง โดยการบูรณาการทุกภาคส่วนพุ่งเป้า Re X-Ray พื้นที่ในทุกอำเภอ เพื่อให้สังคมมีความสงบเรียบร้อย เกิดสวัสดิภาพ ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน เป็นสังคมที่น่าอยู่ โดยขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน หากมีเบาะแสการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และการกระทำความผิดทุกประเภท สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่นายอำเภอ ปลัดอำเภอ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอ สายด่วน 1567 ตลอด 24 ชั่วโมง
#MOI #กระทรวงมหาดไทย #บำบัดทุกข์บำรุงสุข #ChangeforGood
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 690/2567 วันที่ 22 เม.ย. 67
