เมื่อวันที่ 10 พ.ค. 67 เวลา 17.00 น. ที่ลานธรรมหลวงพ่อทวด วัดแหลมแค อำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี เจ้าคณะใหญ่หนกลาง กรรมการมหาเถรสมาคม ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม วรวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ในพิธีสมโภชพระแท่นวัชรอาสน์ (จำลอง) โดยได้รับเมตตาจาก สมเด็จพระพุฒาจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม วรวิหาร และพระเถรานุเถระ ร่วมพิธี โดยมี นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี นายประสพโชค อยู่สำราญ ที่ปรึกษาปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอพานทอง ข้าราชการ พนักงาน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และพุทธศาสนิกชน ร่วมพิธี เป็นจำนวนมาก
โอกาสนี้ สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี เจ้าคณะใหญ่หนกลาง กรรมการมหาเถรสมาคม ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม วรวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ประกอบพิธีบวงสรวง โดยถวายน้ำรดต้นปรมัตถสิริมหาโพธิ์ หน่อเนื้อพุทธางกูร แล้วถวายสักการะ ปิดทองพระแท่นวัชรอาสน์ (จำลอง) จากนั้น จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ 500 รูป เจริญพระพุทธมนต์บทธรรมจักรกัปปวัตนสูตร และอนุโมทนา จบแล้ว นำผู้ร่วมพิธีปลูกต้นมณฑาทิพย์ (มณฑารพ) เป็นอันเสร็จพิธี
นายสุทธิพงษ์ กล่าวว่า พระแท่นวัชรอาสน์ คือ สถานที่ประทับตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ประดิษฐานที่พุทธคยา อินเดีย เป็นสถานที่สำคัญหลังจากพระพุทธองค์ตรัสรู้ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ ทรงใช้หญ้ากุสะปูลาดประทับนั่งเสวยวิมุตติสุข ณ พระแท่นวัชรอาสน์ (โพธิบัลลังก์) อันมีความหมายว่า “พระที่นั่งแห่งมหาบุรุษผู้ใจเพชร” โดยพระแท่นวัชรอาสน์ (จำลอง) ที่จัดสร้างในครั้งนี้ถือเป็น ครั้งแรกของประเทศไทยในรอบ 2,400 กว่าปี มีขนาดเท่ากับองค์จริงที่ประเทศอินเดีย แกะสลักลวดลายตามแบบอินเดียลงบนหินทรายสีชมพู ซึ่งเป็นความมุ่งมั่นตั้งใจของเจ้าประคุณสมเด็จ พระมหารัชมงคลมุนี (ธงชัย ธมฺมธโช) เพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ครบ 6 รอบ 72 พรรษา ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2567
“พระแท่นวัชรอาสน์ (จำลอง) องค์นี้ ประดิษฐานที่ลานธรรมหลวงพ่อทวด วัดแหลมแค อ.พานทอง จ.ชลบุรี ซึ่งการจัดพิธีสมโภช มีขึ้นในวันนี้ถึงวันที่ 12 พ.ค. 67 โดยช่วงเช้าและในเวลา 17.00 น. ของทุกวัน จะมีพิธีเจริญพระพุทธมนต์บทธัมมจักกัปปวัตตนสูตร โดยพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ 500 รูป และหลังจากเสร็จสิ้นพิธีในแต่ละวัน จะมีการมอบวัตถุมงคลให้กับผู้ร่วมงานด้วย” นายสุทธิพงษ์ กล่าวเพิ่มเติม
นายสุทธิพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ตามตำนานพุทธประวัติได้กล่าวไว้ว่า พระเจ้าอโศกมหาราชทรงมีความศรัทธาต่อองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และเสด็จมานมัสการสถานที่ตรัสรู้ โดยโปรดให้พระเถรานุเถระได้ช่วยแนะนำว่า บริเวณใดเป็นที่ตรัสรู้ จึงทรงสร้างพระแท่นวัชรอาสน์ขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ถึงสถานที่ที่เป็นที่ตรัสรู้ของพระองค์ ภายหลังการเสด็จปรินิพพาน 200 ปี โดยลวดลายด้านบนพระแท่นเป็นรูปหัวเพชรสี่เหลี่ยม สื่อความหมายว่า พระที่นั่งมหาบุรุษผู้มีหัวใจดุจดั่งเพชร ด้านข้างสลักเป็นรูปพญาหงษ์ 2 ตัวไซร้หาอาหารที่ดอกมณฑารพ อันเป็นดอกไม้สวรรค์ที่โปรยปรายลงมาเมื่อครั้งพุทธเจ้าทรงประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพานเท่านั้น ทั้งนี้ การแสวงหาอาหารเปรียบกับความวิริยะอุตสาหะ แสวงหาธรรม ผู้ที่จะขึ้นมานั่งบนพระแท่นนี้ได้ต้องศึกษาค้นคว้า ถึงจะบรรลุธรรม ส่วนพญาหงส์ทองคู่นั้น เป็นลายแทงกรรมฐาน ตามที่พระเจ้าอโศก และพระอริยสงฆ์เคยตรัสสอนไว้ว่า “หงส์ทองทั้งคู่ตัวหนึ่งอยู่ตัวหนึ่งไป ผู้ใดตอบปริศนาธรรมนี้ได้ ผู้นั้นจะสำเร็จ” ผู้ไปกราบพระแท่นวัชรอาสน์ให้ระลึกถึงการกรรมฐานด้วย
“ขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชน ร่วมสักการะพระแท่นวัชรอาสน์ (จำลอง) ณ ลานธรรมหลวงพ่อทวด วัดแหลมแค อำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี โดยการสวดมนต์ เจริญจิตตภาวนา เพื่อความเป็นสิริมงคลของชีวิต ดังคำกล่าวว่า “ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหิ : วิญญูชนรู้ได้เฉพาะตัวคนที่เคยไปสัมผัสแล้วเท่านั้น จึงจะเข้าใจ สัมผัส และรู้สึกได้” นายสุทธิพงษ์ กล่าวในช่วงท้าย
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 845/2567 วันที่ 10 พ.ค. 2567
