วันนี้ (11 พ.ค. 67) นายวันชัย จันทร์พร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เปิดว่า จังหวัดนครพนมได้จัดประกวดสุดยอดผ้าจังหวัดนครพนม ประจำปี 2567 โดยมีนางสงวน จันทร์พร ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดนครพนม เป็นประธานในงานประกวดฯ ณ ศาลาประชาคมยงใจยุทธ ศาลากลางจังหวัดนครพนม ซึ่งในกิจกรรมดังกล่าวได้รับเกียรติจากกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากหลายหน่วยงาน ประกอบด้วย นางสาวกนกพร ใชยศล หัวหน้าสำนักงานจังหวัดนครพนม วัฒนธรรมจังหวัดนครพนม ประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม ผู้แทน อธิการบดีมหาวิทยาลัยนครพนม ผู้แทน ศึกษาธิการจังหวัดนครพนม ผู้แทน ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดนครพนม ประธาน มูลนิธิศรีโคตรบูร ประธาน เครือข่าย OTOP จังหวัดนครพนม ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทย นางสาวพันสี คุณธรรม ผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์การพัฒนาชุมชน รักษาราชการแทนพัฒนาการจังหวัดนครพนม และนางวรนุช กรุงเกตุ ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาชุมชน ร่วมเป็นกรรมการประกวดฯ
นางสงวน จันทร์พร ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดนครพนม เปิดเผยว่า การจัดประกวดสุดยอดผ้าจังหวัดนครพนม ประจำปี 2567 ในครั้งนี้ เป็นกิจกรรมสำคัญในการสนองนโยบายของกระทรวงมหาดไทย ที่กำหนดให้ทุกจังหวัดดำเนินการขับเคลื่อนกิจกรรมการประกวดสุดยอดผ้าจังหวัด ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 10 พฤษภาคม 2567 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในเรื่องการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นของไทย และเผยแพร่พระอัจฉริยภาพของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ด้านการออกแบบเครื่องแต่งกายสิ่งทอและการอนุรักษ์ผ้าไทยให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ พัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าไทยและงานหัตถกรรม ให้มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับ ประชาสัมพันธ์ผ้าไทยให้รู้จักอย่างแพร่หลาย
นางสงวน จันทร์พร ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดนครพนม เปิดเผยว่า กรอบแนวทางการประกวดสุดยอดผ้าจังหวัดนครพนม ประจำปี 2567 มีรายละเอียดดังนี้ 1. ผู้ที่จะส่งผ้าเข้าประกวด ต้องมีคุณสมบัติ คือ เป็นผู้ผลิต หรือ ผู้ประกอบการ OTOP หรือ ช่างทอผ้าที่มีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดนครพนม 2. เงื่อนไขการส่งผ้าเข้าประกวด คือ ต้องเป็นผ้าพื้นถิ่นของจังหวัด และต้องเป็นผ้าทอมือ หรือทำจากมือ (กรณีผ้าบาติกพิมพ์ลาย มัดย้อม ผ้าปัก ต้องเป็นผ้าที่ทำจากมือ หรือ (Hand made) และควรเป็นสีธรรมชาติ โดยเป็นผืนผ้าที่ทอไว้เดิมแล้ว หรือ เป็นผ้าที่ทอขึ้นใหม่ก็ได้ รวมถึงเส้นใยที่ใช้ทอ หรือ ผลิตผ้าในกรณีเป็นประเภทผ้าบาติก/มัดย้อม/พิมพ์ลาย ต้องเป็นเส้นใยฝ้ายหรือเส้นใยไหมที่เป็นเส้นใยแท้ ต้องไม่ใช่เส้นใยประดิษฐ์ หรือเส้นใยผสม และ 3. ประเภทผ้าที่ส่งเข้าประกวด เป็นประเภทผ้าตามเทคนิค/เอกลักษณ์ของผ้าประจำถิ่นของจังหวัด เช่น ผ้ามัดหมี่ ผ้าขิด ผ้ายก ผ้ายกดอก ผ้าจก ผ้าเทคนิคผสม เช่น ผ้ากาบบัว ผ้าแพรวา ผ้าลายน้ำไหล ผ้าหมี่ขิด ผ้าบาติก ผ้าพิมพ์ลาย ผ้ามัดย้อม ที่เป็นผ้าทำมือ และใช้เส้นใยธรรมชาติ เช่น เส้นใยฝ้ายหรือไหมที่ทอเอง หรืออาจนำผ้าทอจากจังหวัดอื่นมาใช้ได้ แต่ต้องไม่ใช่ผ้านำเข้าจากต่างประเทศ ผ้าปักมือ เช่น ผ้าปักชาวเขา ต้องใช้ผ้าที่ทอเองนำมาปัก หรืออาจใช้ผ้าทอจากจังหวัดอื่นมาปักได้แต่ต้องไม่ใช่ผ้านำเข้าจากต่างประเทศ โดยหลักเกณฑ์การพิจารณาให้คะแนน (100 คะแนน) ประกอบด้วย 1) ลวดลายมีความคมชัด สม่ำเสมอ (40 คะแนน) 2) ความสม่ำเสมอของสีและเนื้อผ้า (30 คะแนน) และ 3) ความเรียบร้อยของผืนผ้า (30 คะแนน)
นายวันชัย จันทร์พร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม กล่าวต่อว่า จังหวัดนครพนม มีกลุ่มผู้ผลิตผ้า ช่างทอผ้า จากพื้นที่ 12 อำเภอของจังหวัดนครพนม ส่งผ้าเข้าร่วมประกวดจำนวน 113 ผืน ผลการตัดสินผ้าพื้นถิ่นที่เป็นสุดยอดของจังหวัดนครพนม จำนวน 3 รางวัล ได้แก่ 1. รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ผ้าไหมมัดหมี่ทอมือ ลายขอบันได โดยกลุ่มทอผ้าไหมบ้านทันสมัย อำเภอปลาปาก จังหวัดนครพนม ผู้สมัคร/ทอคือ นางสาวทเนตร วงษ์สาแก้ว ทอด้วยฟืมขนาด 45 หลบ ชนิด 2 ตระกอ จำนวน 120 ลำมัดหมี่ ย้อมด้วยสีธรรมชาติทั้งเส้นพุ่งและเส้นยืน จากคราม จำนวน 6 ครั้ง ขนาดผ้าความกว้าง 100 เซนติเมตร ความยาว 330 เซนติเมตร 2. รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 ได้แก่ ผ้าฝ้ายทอมือ ลายขิดนารีรัตนราชกัญญา โดยกลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านหนองสังข์ หมู่ที่ 1 ตำบลหนองสังข์ อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม ผู้สมัคร/ทอคือ นางมยุรี แสนสามารถ ทอด้วยเทคนิคการขิดและจกผ้าโดยการทอทุกครั้งจะใช้คนทอช่วยกันจำนวน 3 คน ย้อมด้วยสีธรรมชาติ เส้นยืนย้อมด้วยเปลือกขนุนและกันเกรา เส้นพุ่งย้อมด้วยเปลือกกันเกราและคราม ขนาดผ้าความกว้าง 100 เซนติเมตร ความยาวเป็นลายยกขิด 200 เซนติเมตร สีพื้น 200 เซนติเมตร และ 3. รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 ได้แก่ ผ้าไหมหมี่ข้อคั่นทอมือ ลายขอนาคน้อย โดยกลุ่มศูนย์ศิลปาชีพบ้านทันสมัย อำเภอปลาปาก จังหวัดนครพนม ผู้สมัคร/ทอคือ นางสาวทเนตร วงษ์สาแก้ว ทอด้วยฟืมขนาด 45 หลบ ชนิด 2 ตระกอ จำนวน 49 ลำมัดหมี่ ย้อมด้วยสีธรรมชาติทั้งเส้นพุ่งและเส้นยืน จากคราม จำนวน 8 ครั้ง ขนาดผ้าความกว้าง 100 เซนติเมตร ความยาว 200 เซนติเมตร
นายวันชัย จันทร์พร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม กล่าวในตอนท้ายว่า ขอขอบคุณสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดนครพนม และทุกภาคส่วนที่มีส่วนช่วยให้การสนับสนุนกิจกรรม ตลอดจนภาคีเครือข่ายที่ให้ความร่วมมือจนทำให้เกิดกิจกรรมที่ดีในครั้งนี้ จังหวัดนครพนม มีความมุ่งมั่นที่จะขยายผลสร้างคุณค่าให้กับผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากภูมิปัญญาของคนไทย โดยจะมุ่งมั่นแน่วแน่ด้วย Passion ที่ต้องการจะพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนอย่างยั่งยืน โดยหลังจากทำการคัดเลือกสุดยอดผ้าของจังหวัดเรียบร้อยแล้ว จะร่วมกับสถานศึกษาในการพัฒนา ต่อยอดผลิตภัณฑ์ผ้าไทย โดยการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น เสื้อผ้า หมวก กระเป๋า และพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ให้เป็นที่ต้องการของตลาด รวมถึงฝึกอบรมและส่งเสริมให้เยาวชน มีองค์ความรู้ และมีส่วนร่วมในการพัฒนา ต่อยอดผ้าพื้นถิ่นของจังหวัดนครพนม เกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้แก่ชุมชนต่อไป พร้อมทั้งพัฒนากลุ่มผู้ประกอบการด้วยทีมอำเภอบำบัดทุกข์ บำรุงสุข แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน ช่วยกันสร้างแรงบันดาลใจในการทำสิ่งที่ดีให้เกิดขึ้นโดยใช้ 4 กระบวนการ ร่วมพูดคุย ร่วมคิด ร่วมทำ และร่วมรับประโยชน์ และระบบการดูแลซึ่งกันและกันในหมู่บ้านร่วมกันทำให้เกิดความสุข และหมู่บ้านที่ยั่งยืนสร้างรากฐานการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากที่มั่นคงต่อไป
#WorldSoilDay #วันดินโลก #UN #FAO #GlobalSoilPartnership #MOI #กระทรวงมหาดไทย #บำบัดทุกข์บำรุงสุข #SoilandWaterasourceoflife #SustainableSoilandWaterforbetterlife #ดินดีน้ำดีชีวีมีสุขอย่างยั่งยืน #SDGsforAll #ChangeforGood
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 846/2567 วันที่ 11 พ.ค. 2567
