วันนี้ (16 พ.ค. 67) นายศุภศิษย์ กอเจริญยศ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เปิดเผยว่า จังหวัดอุบลราชธานี ได้ดำเนินการขับเคลื่อนตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทยในการจัดระเบียบสังคม ปราบปรามผู้มีอิทธิพล และการป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติด ซึ่งที่ผ่านมาจังหวัดอุบลราชธานีได้บูรณาการทุกภาคส่วนดำเนินมาตรการเข้มงวดกวดขันเกี่ยวกับยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมายทุกชนิดอย่างจริงจังและต่อเนื่อง โดยล่าสุดตนได้มอบหมายให้ นายสมมาฏฐ์ โพธิ ปลัดจังหวัดอุบลราชธานี สั่งการชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองจังหวัดอุบลราชธานี นำโดย นายโรมรัก ภูหวล ป้องกันจังหวัดอุบลราชธานี บูรณาการกำลังกับอำเภอเมืองอุบลราชธานี เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการสืบสวนภูธรจังหวัดอุบลราชธานี และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองอุบลราชธานี ร่วมลงพื้นที่ ปราบปรามร้านจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย และร้านจำหน่ายน้ำกระท่อมผิดกฎหมาย จำนวน 2 ร้าน พร้อมยึดของกลางได้เป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 ร้าน พร้อมของกลางทั้งหมด นำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายเป็นที่เรียบร้อย
นายศุภศิษย์ กอเจริญยศ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า การปฏิบัติการในครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากจังหวัดอุบลราชธานี ได้รับแจ้งจากประชาชนที่ร้องเรียนผ่าน สวท.อุบลราชธานี 98.50 MHz. รายการ เบิ่งแยง แปงเมือง กับผู้ว่าฯอุบลฯ คนบ้านฯ ว่ามีร้านลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า และลักลอบจำหน่ายน้ำกระท่อมให้กับเด็กและเยาวชน จึงได้ส่งเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าว และพบว่ามีร้านลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า และลักลอบจำหน่ายน้ำกระท่อมจริง โดยร้านแรกเป็นร้านจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า มีชื่อร้านว่า “เคเอส” เลขที่ 79 ซ.ธรรมวิถี 4 ถ.ธรรมวิถี ต.ในเมือง อ.เมืองอุบลราชธานี จ.อุบลราชธานี โดยมีนางสาวหทัยกาญจน์ฯ อายุ 43 ปี รับเป็นผู้ดูแลร้านและจำหน่ายสินค้า พร้อมยึดกลางบุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 206 ชิ้น โดยเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหากับนางสาวหทัยกาญจน์ฯ จำนวน 2 ข้อดังนี้ 1.ช่วยช่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาไปเอาเสีย รับจำนำ หรือรับไว้ประการใด ซึ่งของอันตนพึงรู้ว่าเป็นของอันเนื่องด้วยความผิดตามมาตรา 242 ตามมาตรา 246 วรรค 1 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 ประกอบข้อ 4 แห่งประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่องกำหนดให้บารากู่และบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าต้องห้ามในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. 2557 และ 2. ขายสินค้าบารากู่ บารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า หรือตัวยาบารากู่ น้ำยาสำหรับเติมบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า โดยฝ่าฝืนคำสั่งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ที่ 9/2558 เรื่องห้ามขายหรือห้ามให้บริการสินค้า “บารากู่ บารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า หรือตัวยาบารากู่ น้ำยาสำหรับเติมบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า
“โดยร้านที่สองคือร้านจำหน่ายน้ำกระท่อม ตั้งอยู่ที่ ซอยแจ้งสนิท 9 เลขที่ 44 ต.ในเมือง อ.เมืองอุบลราชธานี โดยพบว่ามีการจำหน่ายน้ำกระท่อมตามที่ร้องเรียนฯเจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวเจ้าของร้าน นายเอกชัยฯ อายุ 38 ปี และยึดของกลางได้เป็นจำนวนมาก ประกอบด้วย 1.น้ำกระท่อมบรรจุขวด 1 ลิตร จำนวน 12 ขวด 2.ยาแก้ไข DATISSIN 60 ml. จำนวน 25 ขวด 3.ALLERGIN 60 nl. จำนวน 11 ขวด และ 4.ใบกระท่อม จำนวน 8 กิโลกรัม โดยเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม แจ้งข้อกล่าวหากับนายเอกชัยฯ คือ จำหน่ายอาหารที่ห้ามผลิต นำเข้าหรือจำหน่าย(น้ำกระท่อม)อันเป็นการฝ่าฝืนประกาศกระทรวงสาธารณสุข(ฉบับที่430) พ.ศ. 2564 ออกตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 ทั้งนี้ หลังจากที่รวบรวมหลักฐานเสร็จเป็นเรียบร้อย เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษจึงได้ทำการบันทึกจับกุม ณ ที่ทำการปกตรองอำเภอเมืองอุบลราชธานี พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา จากนั้นได้นำตัวผู้กระทำผิดทั้ง 2 ร้าน ส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป” นายศุภศิษย์ฯ กล่าวเพิ่มเติม
นายศุภศิษย์ กอเจริญยศ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวในช่วงท้ายว่า ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่อย่างจริงจังและต่อเนื่อง และทำหน้าที่ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” รักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อย ดูแลพี่น้องประชาชนเป็นอย่างดีมาโดยตลอด ซึ่งจังหวัดอุบลราชธานีนั้นมีความมุ่งมั่นในการกวาดล้างสิ่งผิดกฎหมาย พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่บังคับใช้อำนาจหน้าที่ตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด และดำเนินการทางกฎหมายกับผู้กระทำความผิดอย่างเด็ดขาด อย่างไรก็ตามขอให้พี่น้องประชาชนทุกท่านช่วยเป็นหูเป็นตา ระแวดระวังบ้านเมืองของเรา หากพบเห็นเบาะแสการกระทำผิด เช่น การเสพยาเสพติด หรือ การกระทำความผิดทุกรูปแบบ สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่นายอำเภอ ปลัดอำเภอ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือ ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอ สายด่วน 1567 โทรฟรีตลอด 24 ชั่วโมง
#กระทรวงมหาดไทย #บำบัดทุกข์บำรุงสุข
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 878/2567 วันที่ 16 พ.ค. 2567
